โรคต่างๆ

ACL Injury

ACL Injury คืออาการบาดเจ็บหรือฉีกขาดของเอ็นไขว้หน้าของข้อเข่า (Anterior Cruciate Ligament) ซึ่งเป็นหนึ่งในเส้นเอ็นหลักในหัวเข่า โดยมักเกิดขึ้นเมื่อมีการเปลี่ยนทิศทาง กระโดด หรือหยุดอย่างกะทันหัน ส่วนมากจะเกิดในขณะเล่นกีฬาอย่างฟุตบอลหรือบาสเกตบอล ทำให้ผู้ป่วยอาจได้ยินเสียงในข้อเข่า มีอาการปวดหรือบวมที่ข้อเข่าการรักษา ACL Injury อาจแตกต่างกันความความรุนแรงของอาการ ผู้ป่วยอาจพักการใช้งานข้อเข่าและออกกำลังกายเพื่อเสริมสร้างความแข็งแรงของข้อเข่า แต่บางรายอาจจำเป็นต้องได้รับการผ่าตัดและฟื้นฟูร่างกายร่วมด้วย ทั้งนี้ หากปล่อยให้เกิดอาการผิดปกติโดยไม่ทำการรักษาอาจก่อให้เกิดภาวะแทรกซ้อนในภายหลัง slotxo อาการ ACL Injuryสัญญาณหรืออาการของ ACL Injury ที่อาจพบได้มีดังนี้รู้สึกเจ็บปวดบริเวณข้อเข่า โดยอาจมีอาการปวดเข่ามากจนทำให้การลงน้ำหนักหรือการทำกิจกรรมต่าง ๆ ในชีวิตประจำวันลำบากกว่าปกติ แต่บางรายอาจไม่รู้สึกเจ็บปวดหากมีอาการไม่รุนแรงหัวเข่าบวม มักเกิดขึ้นภายใน 24 ชั่วโมงหลังได้รับบาดเจ็บการเคลื่อนไหวข้อเข่าทำได้น้อยลง อย่างการยืดหรืองอเข่าอาจทำได้ไม่เต็มที่ข้อเข่าอ่อนแรงหรือรู้สึกไม่มั่นคงขณะยืนทรงตัวได้ยินเสียงดังป๊อบในข้อเข่า ซึ่งอาจพบได้ในผู้ป่วยบางรายอาการของ ACL Injury แบ่งออกได้เป็น 3 ระยะ ได้แก่ระยะที่ 1 เป็นระยะที่เส้นเอ็นได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย และยังไม่ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของข้อเข่าระยะที่ 2 เกิดขึ้นเมื่อเส้นเอ็นได้รับบาดเจ็บมากขึ้นและทำให้ข้อเข่าเริ่มหลวม เนื่องจากอาจเป็นผลมาจากเส้นเอ็นบางส่วนฉีกขาดระยะที่ 3 เป็นระยะที่ข้อเข่าไม่มั่นคงเนื่องจากเส้นเอ็นฉีกขาดออกจากกันโดยสมบูรณ์หากมีอาการผิดปกติเหล่านี้ ควรไปพบแพทย์ เนื่องจากข้อเข่ามีโครงสร้างภายในที่ซับซ้อน จึงควรได้รับการวินิจฉัยและรักษาอย่างเหมาะสมต่อไป slotxo สาเหตุของ …

Continue Reading
โรคต่างๆ

Absence Seizure

Absence Seizure หรือลมชักชนิดเหม่อ เป็นรูปแบบหนึ่งของโรคลมชัก ซึ่งจะก่อให้เกิดอาการเหม่อลอย เช่น หยุดพูดในขณะที่กำลังเล่าเรื่อง หรือหยุดเดินแบบกะทันหัน แต่อาการมักจะหายไปภายในไม่กี่วินาที โดยลมชักชนิดเหม่ออาจเกิดร่วมกับอาการชักรูปแบบอื่น ๆ ได้ลมชักชนิดเหม่อพบมากในเด็ก แต่ก็สามารถเกิดขึ้นได้กับคนทุกช่วงวัย โดยส่วนใหญ่มักหายไปเมื่อโตขึ้น การรักษาเบื้องต้นอาจใช้ยากันชักร่วมกับการดูแลตนเอง อย่างไรก็ตาม หากพบมีอาการของลมชักชนิดนี้ ควรไปพบแพทย์เพื่อวินิจฉัย เนื่องจากอาการนี้อาจส่งผลต่อการใช้ชีวิตได้ slotxo อาการ Absence Seizureอาการส่วนใหญ่จะเป็นการหยุดชะงักและเหม่อลอยเป็นพัก ๆ ซึ่งอาจเกิดขึ้นระหว่างนั่ง ยืน เดิน หรืออิริยาบถอื่น ๆ แต่จะหยุดนิ่งโดยไม่ล้มหรืออ่อนแรง ยกเว้นในกรณีที่เกิดร่วมกับอาการของโรคลมชักแบบอื่น ๆ อย่างตัวสั่น กล้ามเนื้อกระตุก กล้ามเนื้ออ่อนแรง หรือเป็นลมบ้าหมู ซึ่งอาจทำให้ผู้ป่วยล้มและเกิดอุบัติเหตุได้ อาการเหม่อลอยมักเกิดขึ้นและหายไปภายในเวลาไม่ถึง 15 วินาที หรืออาจนานกว่านั้น แต่ก็เป็นกรณีที่พบได้ยากในขณะเหม่อลอย ผู้ป่วยอาจมีการเคลื่อนไหวเฉพาะส่วนที่ต่างออกไปจากเดิม เช่น ท่าเหมือนกำลังเคี้ยวอาหาร กะพริบตาถี่ เม้มปาก นิ้วมือและมือขยับ เป็นต้น ภายหลังหายจากอาการเหม่อก็จะกลับมาทำกิจกรรมที่กำลังทำอยู่ อย่างการเดินหรือพูดคุย โดยที่ไม่มีความทรงจำในช่วงที่เหม่อลอยนอกจากนี้ อาการลมชักชนิดเหม่อที่เกิดในเด็กอาจส่งผลกระทบต่อการเรียนและการใช้ชีวิตได้ ดังนั้น หากบุตรหลานหรือคนในครอบครัวคนอื่น …

Continue Reading
โรคต่างๆ

โรคไอกรน

ไอกรน, ไอ 3 เดือน หรือ ไอร้อยวัน (Pertussis หรือ Whooping cough) เป็นโรคติดเชื้อของระบบทางเดินหายใจส่วนบน (จมูก คอ และท่อลม) ที่เกิดจากเชื้อไอกรนซึ่งเป็นเชื้อแบคทีเรียชนิดหนึ่ง ทำให้มีการอักเสบของเยื่อบุทางเดินหายใจและเกิดอาการไอที่มีลักษณะเฉพาะคือ ไอติดต่อกันครั้งละนาน ๆ ประมาณ 5-10 ครั้ง จนตัวงอและหายใจแทบไม่ทัน และหลังจากหยุดไอผู้ป่วยจะหายใจเข้ายาว ๆ จนเสียงดัง วู้ป (Whoop) สลับกันไปกับการไอชุด ๆ บางครั้งอาการอาจเป็นเรื้อรังนานเป็นเวลา 2-3 เดือน แต่โรคนี้มียาปฏิชีวนะสำหรับรักษาและมีวัคซีนสำหรับป้องกันโรคโรคไอกรน* เป็นโรคที่เกิดได้กับทุกเพศ ทุกวัย ที่ไม่มีภูมิคุ้มกัน สามารถพบได้ตั้งแต่ทารกแรกเกิดที่มีอายุเพียง 1 เดือน เนื่องจากภูมิคุ้มกันจากมารดาผ่านไปยังทารกไม่ได้หรือได้น้อยมาก ในวัยหนุ่มสาวหรือผู้ใหญ่อาจไม่มีอาการหรือไม่มีอาการแบบไอกรน ส่วนใหญ่จึงไม่ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคไอกรน แต่ในเด็กเล็กมักมีอาการรุนแรงมาก และมีอัตราการเสียชีวิตสูง ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นเด็กอายุต่ำกว่า 1 ปี และเป็นเด็กที่ไม่เคยได้รับการฉีดวัคซีนมาก่อน slotxo สาเหตุของโรคไอกรนสาเหตุ เกิดจาก เชื้อไอกรน ซึ่งเป็นเชื้อแบคทีเรียที่มีชื่อว่า บอร์เดเทลลาเพอร์ทัสซิส (Bordetella …

Continue Reading
โรคต่างๆ

โรคอีสุกอีใส

อีสุกอีใส หรือ ไข้อีสุกอีใส หรือที่ในปัจจุบันนิยมเรียกว่า ไข้สุกใส หรือ โรคสุกใส (Chickenpox, Varicella) เป็นโรคติดต่อที่พบได้บ่อยในเด็ก ซึ่งเกิดจากการติดเชื้อไวรัสวาริเซลลา-ซอสเตอร์ โดยทั่วไปจะพบอัตราการป่วยได้สูงสุดในกลุ่มอายุ 5-9 ปี รองลงมาคือ 0-4 ปี, 10-14 ปี, 15-24 ปี และ 25-34 ปี ตามลำดับ ส่วนในคนที่อายุตั้งแต่ 35 ปีขึ้นไปอาจพบได้บ้าง โรคนี้มีโอกาสเกิดได้ใกล้เคียงกันทั้งหญิงและชาย ซึ่งมักจะเป็นคนที่ไม่เคยป่วยเป็นโรคนี้หรือไม่เคยฉีดวัคซีนป้องกันโรคนี้มาก่อนอีสุกอีใสเป็นโรคที่ระบาดแพร่กระจายได้ง่าย โดยเฉพาะในโรงเรียน สถานรับเลี้ยงเด็ก หรือตามชุมชนที่อยู่อาศัยทั่วไป สามารถพบได้ตลอดทั้งปี แต่จะมีอุบัติการณ์เกิดสูงสุดในช่วงเดือนมกราคมถึงเดือนเมษายนรายงานกระทรวงสาธารณสุขในปี พ.ศ. 2552 พบว่า มีผู้ป่วยเป็นโรคอีสุกอีใสจำนวน 89,246 คน ทั่วประเทศ และมีเสียชีวิต 4 คน เมื่อพิจารณาตามกลุ่มอายุก็พบว่า กลุ่มอายุ 5-9 ปี จะมีอัตราป่วยสูงสุดคิดเป็น 578.95 ต่อประชากร 100,000 คน รองลงมาคือกลุ่มอายุ …

Continue Reading
โรคต่างๆ

อาหารไม่ย่อย

อาหารไม่ย่อย หรือ ธาตุพิการ (ภาษาอังกฤษ Indigestion หรือ Dyspepsia) หมายถึง อาการไม่สบายท้องตรงบริเวณยอดอกหรือใต้ลิ้นปี่ ที่เกิดขึ้นในระหว่างหรือหลังการรับประทานอาหาร ทำให้ผู้ป่วยมีอาการอย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่างร่วมกัน เช่น จุกเสียด แน่นท้อง ท้องอืด ท้องเฟ้อ มีลมในท้อง เรอบ่อย แสบท้อง เรอเปรี้ยว คลื่นไส้หรืออาเจียนเล็กน้อย เป็นต้น ส่วนสาเหตุการเกิดนั้นมีได้หลากหลาย และมีตั้งแต่สาเหตุเล็กน้อยไปจนถึงโรคที่รุนแรง และความผิดปกติ (พยาธิสภาพ) อาจอยู่ทั้งในและนอกกระเพาะลำไส้ บางคนเป็นครั้งคราว บางคนอาจเป็น ๆ หาย ๆ เรื้อรังอาหารไม่ย่อยเป็นอาการที่พบได้บ่อยประมาณ 25-40% ของประชากรทั้งหมดต่อปี และพบได้เกือบทุกคนทั้งในเด็กและผู้ใหญ่ โดยเฉพาะในผู้ใหญ่ที่จะพบได้มากกว่าในเด็ก ส่วนโอกาสการเกิดอาการมีใกล้เคียงกันทั้งในผู้ชายและผู้หญิง บางคนเป็นครั้งคราว บางคนอาจเป็น ๆ หาย ๆ เรื้อรังอาการอาหารไม่ย่อยเป็นสาเหตุที่ทำให้ผู้ป่วยมาพบแพทย์ประมาณ 7% ของผู้ป่วยทั้งหมด และคิดเป็น 50% ของผู้ป่วยที่มาพบแพทย์ด้วยอาการของระบบทางเดินอาหารในเวชปฏิบัติทั่วไป ผู้ป่วยที่มีอาการอาหารไม่ย่อยนี้มากกว่าครึ่งหนึ่งมักจะมีอาการเป็น ๆ หาย ๆ เรื้อรัง จนส่งผลให้คุณภาพชีวิตแย่ลง …

Continue Reading
โรคต่างๆ

อาหารเป็นพิษ

อาหารเป็นพิษ (ภาษาอังกฤษ Food poisoning) หมายถึง อาการท้องเดิน (อุจจาระร่วง) อันเนื่องมาจากการกินอาหารหรือดื่มน้ำที่ปนเปื้อนสารพิษ โดยอาจเป็นสารพิษที่เกิดจากเชื้อโรคซึ่งมีอยู่มากมายหลายชนิด, สารเคมี (เช่น ยาฆ่าแมลง สารหนู สารตะกั่ว สารปรอท เป็นต้น), พืชพิษ (เช่น เห็ดพิษ กลอย) หรือสัตว์พิษ (เช่น คางคก ปลาปักเป้า แมงดาถ้วย หอยทะเล ปลาทะเล) และมักพบว่าในหมู่คนที่รับประทานอาหารร่วมกัน จะมีอาการพร้อมกันหลายคน ซึ่งอาจมีอาการมากน้อยแตกต่างกันไปแล้วแต่บุคคลและปริมาณที่รับประทานเข้าไปเมื่อพูดถึงอาหารเป็นพิษ โดยทั่วไปเรามักจะหมายถึงอาการท้องเดินที่เกิดจากสารพิษจากเชื้อโรคและสารพิษอื่น ๆ ที่ไม่ร้ายแรง เพราะเป็นสิ่งที่พบได้บ่อยกว่าสาเหตุอื่น ๆ ซึ่งจะทำให้ผู้ป่วยมักมีอาการปวดบิดในท้อง อาเจียน และท้องเดิน (อาการที่ถ่ายอุจจาระเหลวเป็นน้ำ) อยู่บ่อยครั้ง แต่ถ้าเป็นรุนแรงก็อาจทำให้เกิดภาวะขาดน้ำจนเป็นอันตรายได้ แต่โดยส่วนใหญ่แล้วผู้ป่วยมักจะเป็นไม่รุนแรงและอาการต่าง ๆ มักจะหายได้เองภายใน 24-48 ชั่วโมง และสามารถให้การดูแลรักษาอย่างง่าย ๆ ได้ด้วยการทดแทนน้ำและเกลือแร่ด้วยสารละลายน้ำตาลเกลือแร่ (ORS) มีส่วนน้อยที่อาจเป็นรุนแรงจนต้องเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลด้วยการให้น้ำเกลือทางหลอดเลือดดำอาหารเป็นพิษเป็นอาการที่พบได้บ่อยในประเทศที่กำลังพัฒนา (โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่ที่ยังมีการสุขาภิบาลไม่ดี) และพบได้บ้างประปรายในประเทศที่พัฒนาแล้ว สามารถพบได้กันคนทุกวัยตั้งแต่เด็กไปจนถึงผู้สูงอายุ ผู้ชายและผู้หญิงมีโอกาสเกิดได้เท่ากัน …

Continue Reading