โรคต่างๆ

ตาบวม

ตาบวม (Swollen Eyes) คือ อาการบวมน้ำหรือการมีของเหลวสะสมอยู่ที่เนื้อเยื่อเกี่ยวพันบริเวณรอบ ๆ ดวงตา มักจะเกิดขึ้นที่บริเวณเปลือกตา มีหลายสาเหตุ เช่น การบาดเจ็บ บาดแผล การติดเชื้อ การอักเสบ เป็นต้น

สล็อตออนไลน์

อาการตาบวม อาการตาบวมที่เกิดขึ้นจะแตกต่างกัน โดยขึ้นอยู่กับสาเหตุ อาจมีสัญญาณและอาการที่เกิดขึ้น เช่น
มีการผลิตน้ำตาออกมามากกว่าปกติ หรือมีขี้ตามาก
รู้สึกระคายเคืองที่ตา
ตาแดง
ตาแห้ง
มีอุปสรรคในการมองเห็นหรือมองเห็นได้ไม่ชัด

สล็อตออนไลน์

สาเหตุของตาบวม อาการตาบวมเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ ได้แก่
ภูมิแพ้
ภาวะคั่งน้ำ
แมลงกัด
เยื่อบุตาอักเสบหรือตาแดง
ตากุ้งยิง
ถุงน้ำหรือซีสต์ที่มีการอักเสบหรือติดเชื้อ
การอักเสบที่กระบอกตาหรือเปลือกตา
เซลล์เนื้อเยื่ออักเสบ (Cellulitis)
การติดเชื้อแบคทีเรียหรือไวรัส
เกิดจากการบาดเจ็บหรือ
ร้องไห้ติดต่อกันเป็นเวลานาน
ภาวะต่อมไทรอยด์ทำงานเกิน (Hyperthyroidism)
กลุ่มอาการโรคไต (Nephrotic Syndrome)
เนื้องอก
มะเร็งตา (พบได้น้อยมาก)
หากพบว่าตนเองมีอาการตาบวมติดต่อกันนานกว่า 1-2 วัน โดยที่อาการไม่ดีขึ้น หรืออาการบวมไม่ลดลง ควรพบแพทย์เพื่อวินิจฉัยและรักษาโดยเร็ว เพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นได้

เครดิตฟรี

การรักษาตาบวม การรักษาตาบวมขึ้นอยู่กับสาเหตุ โดยมีตัวอย่างในการรักษาที่แตกต่างกันไป ดังนี้
ซีสต์ โดยปกติซีสต์อาจหายไปได้เองภายใน 2-3 สัปดาห์ แต่บางครั้งอาจกลายเป็นตุ่มแข็งขึ้น ซึ่งรักษาด้วยตนเองเบื้องต้นได้ด้วยการใช้ผ้าชุบน้ำอุ่นประคบตา เพราะอุณหภูมิอุ่น ๆ จะช่วยในเรื่องการหลั่งน้ำมันและการอุดตันบริเวณตาได้ โดยอาจประคบได้วันละ 4-5 ครั้งต่อวัน แต่หากอาการไม่ดีขึ้นควรไปพบแพทย์ และแพทย์จะช่วยระบายของเหลวออกมาให้
ตากุ้งยิง หากระบายหนองออกแล้ว อาการของตากุ้งยิ่งก็จะดีขึ้น แต่อาจใช้การประคบร้อนเพื่อช่วยบรรเทาอาการในเบื้องต้นได้ และปกติจะใช้เวลาเพียงไม่กี่สัปดาห์ก็จะหายเป็นปกติ นอกจากนั้น ในระหว่างที่เป็นตากุ้งยิงควรหลีกเลี่ยงการใช้เครื่องสำอาง เพราะอาจทำให้เกิดการติดเชื้อซ้ำได้
เยื่อบุตาอักเสบ ผู้ป่วยดูแลตนเองเบื้องต้นได้โดยสามารถทำความสะอาดบริเวณเปลือกตาด้วยน้ำอุ่น ซึ่งอาการของเยื่อบุตาอักเสบมักจะทำให้เกิดคราบหรือสะเก็ดติดอยู่ที่ขนตาและหัวตา ในระหว่างที่เกิดอาการควรหลีกเลี่ยงการสัมผัสดวงตา ควรใช้ปลอกหมอนที่สะอาด รวมไปถึงหยุดใช้เครื่องสะอางกับดวงตาและคอนแทคเลนส์จนกว่าอาการจะดีขึ้น ซึ่งโดยทั่วไปอาการจะดีขึ้นได้เองโดยไม่ต้องรักษา
การติดเชื้อของผิวหนังและเนื้อเยื่ออย่างเฉียบพลัน เป็นการติดเชื้อที่ทำให้ผิวหนังบริเวณรอบ ๆ ดวงตาเป็นสีแดงและอาจทำให้รู้สึกเจ็บปวด ซึ่งอาจจำเป็นต้องได้รับการรักษาด้วยยาปฏิชีวนะ นอกจากนั้น หากเกิดอาการอื่น ๆ เช่น มีไข้สูง คลื่นไส้ เวียนศีรษะ สั่น สับสน การมองเห็นเปลี่ยนแปลง หรือขยับดวงตาไม่ได้ ควรไปพบแพทย์โดยเร็ว

สล็อต xo