โรคต่างๆ

ท้าวแสนปม

ท้าวแสนปม (Neurofibromatosis) คือโรคติดต่อทางพันธุกรรมที่ก่อให้เกิดเนื้องอกตามแนวเส้นประสาท ซึ่งส่งผลกระทบต่อการเจริญเติบโตของเซลล์เนื้อเยื่อในเส้นประสาท มักพบในเด็กหรือผู้ที่เริ่มเป็นผู้ใหญ่ โดยได้รับมาจากพ่อแม่หรือเกิดจากการกลายพันธุ์ของยีน เนื้องอกที่เกิดจากโรคท้าวแสนปมนั้นมักเป็นเนื้องอกชนิดไม่ร้ายแรง (Benign) แต่บางครั้งก็อาจกลายเป็นเนื้องอกชนิดร้ายแรง (Malignant) และกลายเป็นมะเร็งได้
โรคท้าวแสนปมแบ่งได้เป็น 3 ชนิด ดังนี้
นิวโรไฟโบรมาโตซิส ชนิดที่ 1 (Neurofibromatosis Type 1, NF 1) จัดเป็นชนิดของโรคที่พบได้ทั่วไปมากที่สุด มักปรากฏอาการตั้งแต่เป็นเด็ก หรือบางครั้งก็ตั้งแต่แรกคลอด โดยโรคชนิดนี้จะทำให้ผิวหนังผิดปกติและทำลายกระดูก ผิวหนังจะมีจุดสีแทนหรือน้ำตาลอ่อนขึ้นหลายจุด รวมทั้งมีก้อนนิ่ม ๆ โตขึ้นมาบนผิวหรือใต้ผิว เนื้องอกอาจเกิดขึ้นได้ที่สมอง เส้นประสาทสมอง หรือไขสันหลัง
นิวโรไฟโบรมาโตซิส ชนิดที่ 2 (Neurofibromatosis Type 2, NF 2) เป็นชนิดของโรคที่พบได้น้อยกว่าชนิดแรก โดยเกิดเนื้องอกที่เส้นประสาทและไขสันหลัง เนื้องอกจะขึ้นมาที่เส้นประสาทการได้ยินทั้งสองข้าง ทำให้ค่อย ๆ สูญเสียการได้ยิน มักเกิดขึ้นในวัยรุ่นหรือผู้ที่มีช่วงอายุ 20 ปีต้น ๆ
เนื้องอกชวานโนมา (Schwannomatosis) เนื้องอกชนิดนี้เพิ่งจัดอยู่ในเนื้องอกชนิดที่ 3 ของโรคท้าวแสนปมเมื่อไม่นาน ถือเป็นชนิดที่หาได้ยาก ผู้ป่วยเนื้องอกชวานโนมาจะมีเนื้องอกของเซลล์เนื้อเยื่อในเส้นประสาทแบบไม่ร้ายแรงขึ้นทั่วร่างกาย โดยเนื้องอกไม่ได้เกิดขึ้นที่บริเวณเส้นประสาทของหู จึงทำให้ผู้ป่วยไม่สูญเสียการได้ยิน เนื้องอกชวานโนมาจะเกิดขึ้นเมื่อผู้ป่วยอายุ 20 กว่าและมักเจ็บปวดเรื้อรัง

สล็อตออนไลน์

อาการของท้าวแสนปม
ท้าวแสนปมแบ่งชนิดเนื้องอกที่เกิดขึ้นตามแนวเส้นประสาทได้เป็น 3 ชนิด โดยเนื้องอกแต่ละชนิดนั้นปรากฏอาการที่แตกต่างกัน ดังนี้
นิวโรไฟโบรมาโตซิส ชนิดที่ 1 (Neurofibromatosis Type 1, NF 1) เนื้องอกชนิดนี้มักเกิดขึ้นในเด็ก โดยปรากฏอาการในช่วงแรกเกิดหรือหลังจากนั้นไม่นาน และก็มักปรากฏอาการตอนก่อนอายุ 10 ปี อาการของเนื้องอกชนิดนี้มีตั้งแต่ระดับเบาจนถึงปานกลาง แต่ละคนมีอาการรุนแรงต่างกันออกไป ดังนี้
จุดเรียบและมีสีน้ำตาลอ่อนบนผิว จุดดังกล่าวไม่เป็นอันตรายและพบได้ทั่วไป โดยหากมีจุดนี้มากกว่า 6 จุด ถือว่ามีโอกาสสูงที่เป็นโรคท้าวแสนปม จุดเรียบสีน้ำตาลอ่อนมักปรากฏตอนเด็กเกิดหรือระหว่างช่วง 1 ปีแรก หลังจากนั้นจะคงอยู่บนผิวหนังไปเรื่อย ๆ
กระขึ้นใต้รักแร้หรือบริเวณหัวหน่าว เมื่อเด็กอายุได้ 3-5 ปี จะเกิดกระขึ้นที่บริเวณใต้รักแร้ หัวหน่าว หรือบริเวณผิวหนังที่เป็นข้อพับ โดยขนาดของกระจะเล็กกว่าจุดสีน้ำตาล
เกิดตุ่มบนม่านตา (Lisch Nodules) ตุ่มที่ขึ้นตรงม่านตาไม่ใช่เนื้องอกร้ายแรง มีลักษณะเล็ก มองเห็นได้ยาก โดยตุ่มนี้ไม่ส่งผลกระทบต่อการมองเห็นของผู้ป่วย
เกิดเนื้องอกที่ผิวหนังหรือใต้ผิวหนัง มักเริ่มเกิดขึ้นในวัยเด็กกำลังโตหรือวัยเจริญพันธุ์ ซึ่งเนื้องอกเหล่านี้ไม่เป็นเนื้อร้าย มีขนาดแตกต่างกันไป จำนวนของเนื้องอกของผู้ป่วยแต่ละคนก็มากน้อยแตกต่างกันไป บางครั้งอาจมีสีม่วง ส่วนใหญ่แล้วเนื้องอกนี้ไม่ทำให้เกิดความเจ็บปวด แต่อาจทำให้ไม่น่ามอง ติดเสื้อผ้า และมักก่อให้เกิดอาการระคายเคืองและเจ็บที่ผิว อย่างไรก็ตาม หากเกิดเนื้องอกที่เส้นประสาทหลายแห่งภายในร่างกาย อาจทำให้บวมนูนขึ้นมาได้ โดยอาจจะเกิดเนื้องอกออกมาบนผิวหนัง หรืออาจเกิดขึ้นบนเส้นประสาทที่ใหญ่ขึ้นและอยู่ลึกเข้าไปในร่างกาย อาจส่งผลให้ผู้ป่วยรู้สึกเจ็บปวด อ่อนแรง ชา เลือดออก และการทำงานของระบบขับถ่ายเปลี่ยนไป
กระดูกผิดรูป กระดูกรเติบโตผิดปกติและสูญเสียแร่ธาตุในมวลกระดูก ส่งผลให้กระดูกผิดรูป ซึ่งผู้ป่วยจะมีกระดูกสันหลังคดหรือขาโก่ง
เกิดเนื้องอกที่เส้นประสาทตา เนื้องอกที่ตามักเกิดขึ้นในเด็กเล็ก พบในเด็กตอนปลายหรือวัยรุ่นไม่บ่อยนัก และแทบไม่พบในผู้ใหญ่ โดยเด็กอายุต่ำกว่า 7 ปี เสี่ยงเกิดภาวะนี้มากที่สุด เนื้องอกจะขึ้นตามแนวประสาทตาซึ่งทำหน้าที่ส่งข้อมูลจากดวงตาไปยังสมอง มีขนาดเล็กเติบโตช้า และไม่ก่อให้เกิดอาการอย่างชัดเจน อย่างไรก็ตาม หากเนื้องอกเกิดลุกลามขึ้นเร็ว ก็จะส่งผลต่อการมองเห็น ไม่ว่าจะมองภาพเบลอ เปลี่ยนการรับรู้สี ลดขนาดของการมองเห็น ตาเหล่ ตาข้างหนึ่งมองเห็นชัดกว่าอีกข้าง สำหรับเด็กเล็ก พ่อแม่ควรหมั่นสังเกตว่าเด็กมีปัญหาเกี่ยวกับการมองเห็นหรือไม่ เนื่องจากเด็กไม่สามารถพูดหรือบอกอาการที่เป็นได้ โดยพ่อแม่ควรพาไปตรวจดวงตาอย่างน้อยปีละครั้งจนเด็กอายุครบ 7 ปี เพื่อตรวจเนื้องอกดังกล่าว
มีปัญหาในการเรียนรู้ เด็กที่ป่วยเป็นเนื้องอกชนิดนี้จะมีทักษะการเรียนรู้ที่ผิดปกติ เช่น การอ่าน การเขียน เลข หรือการเชื่อมโยง โดยอาการที่เกิดขึ้นไม่รุนแรงนัก ซึ่งเด็กอาจมีความฉลาดอยู่ในเกณฑ์ปกติหรือต่ำกว่าคนทั่วไปไม่มากนัก อย่างไรก็ตาม เด็กเข้ารับการศึกษาจากหลักสูตรขั้นพื้นฐานได้เหมือนคนทั่วไป นอกจากนี้ เด็กอาจมีปัญหาด้านพฤติกรรม โดยอาจป่วยเป็นโรคสมาธิสั้น (Attention Deficit Hyperactivity Disorder, ADHD) เด็กจะมีปัญหาเกี่ยวกับช่วงเวลาของความจดจ่อต่อสิ่งใดสิ่งหนึ่ง สมาธิ และความยับยั้งชั่งใจ
ขนาดศีรษะใหญ่กว่าปกติ เด็กมีแนวโน้มที่จะมีขนาดศีรษะใหญ่กว่าทั่วไป เนื่องจากเนื้อสมองโดยรวมใหญ่ขึ้น
แคระแกร็น เด็กที่ป่วยเป็นนิวโรไฟโบรซิส ชนิดที่ 1 มักมีส่วนสูงต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน
นิวโรไฟโบรมาโตซิส ชนิดที่ 2 เนื้องอกชนิดนี้พบได้ไม่บ่อยเท่านิวโรไฟโบรมาโตซิส ชนิดที่ 1 โดยอาการของเนื้องอกเกิดจากก้อนเนื้อที่ค่อย ๆ โตขึ้นภายในเส้นประสาทหูทั้ง 2 ข้าง ก้อนเนื้อจะโตขึ้นตามเส้นประสาทที่เป็นตัวกลางในการนำเสียงและช่วยทรงตัวของหูชั้นใน พบมากในวัยรุ่นตอนปลายและผู้ใหญ่ตอนต้น อาการที่ปรากฏแตกต่างกันไปตามระดับความรุนแรง โดยผู้ป่วยจะค่อย ๆ สูญเสียการได้ยิน ได้ยินเสียงหึ่ง ๆ ดังขึ้นในหู เสียสมดุลในการทรงตัว และปวดหัว นอกจากนี้ เนื้องอกชนิดที่ 2 อาจนำไปสู่การเติบโตของเนื้องอกชวานโนมาซึ่งขึ้นตามเส้นประสาทอื่นภายในร่างกาย รวมทั้งเส้นประสาทสมอง ไขสันหลัง เส้นประสาทตา และเส้นประสาทส่วนปลาย โดยผู้ป่วยอาจจะเกิดอาการแขนขาชาและอ่อนแรง รู้สึกเจ็บปวด ทรงตัวลำบาก เม็ดผุดขึ้นที่ใบหน้า เกิดปัญหาการมองเห็นหรือต้อกระจก
เนื้องอกชวานโนมา (Schwannomatosis) โรคท้าวแสนปมชนิดนี้จัดเป็นเนื้องอกที่พบได้ยาก มักส่งผลกระทบต่อผู้ที่มีอายุมากกว่า 20 ปีขึ้นไป เนื้องอกชวานโนมาจะเกิดขึ้นที่เส้นประสาทสมองตรงกะโหลก ไขสันหลัง และเส้นประสาทส่วนปลาย ไม่ได้ขึ้นบริเวณเส้นประสาทที่ทำหน้าที่รับส่งคลื่นเสียงและช่วยทรงตัวจากหูชั้นในไปยังสมอง จึงไม่ทำให้ผู้ป่วยสูญเสียการได้ยิน อย่างไรก็ตาม เนื้องอกชนิดนี้ก่อให้เกิดอาการเจ็บปวดเรื้อรังซึ่งเกิดขึ้นตามส่วนต่าง ๆ ของร่างกายได้ รวมทั้งยังทำให้อวัยวะบางส่วนชาหรืออ่อนแรง และสูญเสียกล้ามเนื้อ

สล็อตออนไลน์

สาเหตุของท้าวแสนปม
โรคท้าวแสนปมประเภทนิวโรไฟโบรมาโตซิส ชนิดที่ 1 และ ชนิดที่ 2 นั้น ได้รับการถ่ายทอดทางพันธุกรรมโดยผู้ป่วยท้าวแสนปมกว่าครึ่งหนึ่งมักได้รับพันธุกรรมของโรคมาจากบุคคลในครอบครัว อย่างไรก็ตาม ผู้ป่วยท้าวแสนปมอีกประมาณร้อยละ 50 ได้รับการวินิจฉัยว่าป่วยเป็นท้าวแสนปมโดยไม่ได้มีสาเหตุมาจากการถ่ายทอดทางพันธุกรรม แต่เกิดจากการกลายพันธุ์ของยีนที่นำไปสู่โรคดังกล่าว โดยยีนเกิดการเปลี่ยนแปลงเมื่ออสุจิปฏิสนธิกับไข่
ปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญที่สุดของโรคท้าวแสนปมนั้นคือประวัติการป่วยเป็นโรคนี้ของบุคคลในครอบครัว โดยท้าวแสนปมประเภทนิวโรไฟโบรมาโตซิสทั้ง 2 ชนิดล้วนเป็นยีนเด่นของโครโมโซมร่างกาย กล่าวคือ พ่อแม่ที่ป่วยเป็นโรคนี้และมีลูก ลูกมีโอกาสได้รับถ่ายทอดยีนดังกล่าวถึงร้อยละ 50 ส่วนเนื้องอกชวานโนมานั้นยังไม่ชัดเจนนัก

เครดิตฟรี

การรักษาท้าวแสนปม
แม้ว่าท้าวแสนปมจะไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ แต่การรักษาโรคนี้จะช่วยควบคุมอาการของโรค โดยมีวิธีรักษาต่าง ๆ ซึ่งเหมาะสมกับอาการที่ปรากฏ โดยทั่วไปแล้ว หากผู้ป่วยได้รับการดูแลจากแพทย์ที่เชี่ยวชาญโรคนี้ จะช่วยให้อาการดีขึ้นมาก วิธีรักษาอาการของโรคท้าวแสนปมประกอบด้วย
การดูแลผู้ป่วยอย่างใกล้ชิด หากผู้ป่วยท้าวแสนปมป่วยเป็นเนื้องอกชนิดที่ 1 แพทย์จะแนะนำให้ผู้ป่วยมาตรวจสุขภาวะด้านต่าง ๆ ทุกปี ดังนี้
ตรวจผิวของผู้ป่วยเพื่อดูว่าเกิดเนื้องอกขึ้นมาใหม่หรือมีความเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นหรือไม่
ตรวจอาการของความดันโลหิตสูง
วัดการเจริญเติบโตของร่างกายสำหรับผู้ป่วยเด็ก ไม่ว่าจะเป็นส่วนสูง น้ำหนัก หรือรอบศีรษะ โดยเทียบจากตารางการเจริญเติบโตสำหรับเด็กที่ป่วยเป็นเนื้องอกชนิดที่ 1
ตรวจดูว่าร่างกายเข้าสู่วัยเจริญพันธุ์เร็วเกินไปหรือไม่
พิจารณาความเปลี่ยนแปลงหรือความผิดปกติของกระดูก
ประเมินทักษะการเรียนรู้ในโรงเรียนของเด็ก
ตรวจวัดสายตา
หากปรากฏอาการที่เปลี่ยนแปลงไประหว่างที่ไปรับการตรวจทุกครั้งนั้น ผู้ป่วยควรแจ้งแพทย์ทันที เนื่องจากจะได้ช่วยระบุแนวโน้มที่จะเกิดเนื้อร้ายได้ ซึ่งช่วยให้ผู้ป่วยได้รับการรักษาที่เหมาะสมอย่างทันท่วงที
การผ่าตัดและกระบวนการทางการแพทย์อื่น ๆ หากผู้ป่วยเกิดอาการหรือภาวะแทรกซ้อนของโรคอย่างรุนแรง จำเป็นต้องได้รับการผ่าตัดหรือรับการรักษาด้วยกระบวนการทางแพทย์วิธีอื่น ๆ ดังนี้
ผ่าตัดเนื้องอก ผู้ป่วยที่เกิดเนื้องอกเบียดเนื้อเยื่อหรือทำลายอวัยวะ หรือผู้ป่วยเนื้องอกชนิดที่ 2 ซึ่งสูญเสียการได้ยิน ก้านสมองถูกบีบ หรือเนื้องอกโตขึ้น จะได้รับการผ่าตัดเนื้องอกออกไป โดยแพทย์จะผ่าเอาเนื้องอกออกบางส่วนหรือเอาออกทั้งหมด ซึ่งจะช่วยบรรเทาอาการให้ทุเลาลงได้ สำหรับผู้ป่วยเนื้องอกชวานโนมาที่ได้รับการผ่าตัดนั้นก็จะช่วยลดความเจ็บปวดได้มาก
รังสีรักษา (Stereotactic Radiosurgery) ผู้ป่วยเนื้องอกชนิดที่ 2 จะได้รับการรักษาเนื้องอกด้วยวิธีรังสีรักษา โดยแพทย์จะฉายรังสีไปที่เนื้องอก วิธีนี้จะช่วยปกป้องการได้ยินของผู้ป่วยได้
ฝังเครื่องช่วยฟังที่ก้านสมองและหูประสาทเทียม ผู้ป่วยเนื้องอกชนิดที่ 2 ที่สูญเสียการได้ยิน จะได้รับการรักษาด้วยการฝังอุปกรณ์ช่วยฟังที่ก้านสมอง และฝังหูประสาทเทียม ซึ่งอุปกรณ์เหล่านี้จะช่วยให้ผู้ป่วยได้ยินดีขึ้น
รักษามะเร็งด้วยวิธีต่าง ๆ ผู้ป่วยท้าวแสนปมที่มีเนื้อร้ายซึ่งกลายเป็นมะเร็งนั้นจะได้รับการรักษาด้วยวิธีพื้นฐานที่ใช้รักษามะเร็ง เช่น การผ่าตัด การทำเคมีบำบัด และการฉายรังสี หากได้รับการวินิจฉัยและรับการรักษาเร็ว ก็ยิ่งช่วยให้ผลของการรักษามีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
การรักษาด้วยยา ผู้ป่วยท้าวแสนปมที่ป่วยเป็นเนื้องอกชวานโนมาจะได้รับการรักษาด้วยยาเพื่อบรรเทาอาการเจ็บปวดของโรค โดยแพทย์จะแนะนำให้รับประทานยากาบาเพนติน (Gabapentin) หรือยาพรีกาบาลิน (Pregabalin) เพื่อบรรเทาอาการเจ็บปวดที่ประสาท รวมทั้งอาจได้รับยากลุ่มไตรไซคลิก (Tricyclic Antidepressants) และยากันชัก
[NPC4]