โรคต่างๆ

จากัวร์ (รถยนต์)

จากัวร์ เป็นชื่อบริษัทผลิตรถยนต์ระดับหรูของสหราชอาณาจักร มีฐานการผลิตที่เมืองโคเวนทรี ในอังกฤษ ก่อนหน้านี้จากัวร์เป็นกิจการในเครือฟอร์ดมอเตอร์ (ฟอร์ดซื้อกิจการจากัวร์ในปี พ.ศ. 2532) แต่ในปัจจุบันทาทามอเตอร์ส ได้เข้าถือครองหุ้นส่วนใหญ่ในกิจการรถยนต์จากัวร์ ตั้งแต่วันที่ 2 มิถุนายน พ.ศ. 2551ประวัตก่อตั้งขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2465 ที่เมืองแบล็คพูลในอังกฤษ ในนาม Swallow Sidecar Company โดยชายผู้ชื่นชอบรถจักรยานยนต์สองคน คือ William Lyons และ William Walmsley ต่อมาในปี พ.ศ. 2477 บริษัทได้ย้ายไปที่เมืองโคเวนทรี และเปลี่ยนชื่อบริษัท โดยย่อชื่อลงเป็น SS Cars Ltd รถยนต์คันแรกที่ใช้ชื่อจากัวร์เป็นรถเก๋งที่ใช้เครื่องยนต์ขนาด 2.5 ลิตร ผลิตในปี พ.ศ. 2478 บริษัทได้เปลี่ยนมาใช้ชื่อจากัวร์เป็นชื่อบริษัทในปี พ.ศ. 2488 หลังจากที่ชื่อเสียงของบริษัท SS นั้นเริ่มถดถอยลง ประกอบกับเกิดสงครามโลกครั้งที่ 2 ขึ้นในช่วงเวลานั้น จากัวร์เริ่มเป็นที่รู้จักในช่วงทศวรรษที่ 1950 ในฐานะผู้ผลิตรถยนต์หรูและรถสปอร์ต บริษัทได้ซื้อกิจการของรถยนต์ยี่ห้อเดมเลอร์ (คนละอย่างกันกับบริษัทเดมเลอร์ เอจี ของเยอรมัน) มาจาก Birmingham Small Arms Company (BSA) ในปี พ.ศ. 2503 และใช้ยี่ห้อเดมเลอร์เป็นยี่ห้อของรถยนต์ที่มีความหรูหรามากกว่ารถจากัวร์

เครดิตฟรี

การควบรวมกิจการ
จากัวร์ได้ควบรวมกิจการกันกับ British Motor Corporation (บีเอ็มซี) และ ออสติน-มอร์ริส (ออสตินกับมอร์ริสได้รวมกิจการกันอยู่ก่อนแล้วตั้งแต่ พ.ศ. 2495) แล้วตั้ง British Motor Holdings (บีเอ็มเอช) ขึ้นในปี พ.ศ. 2509 หลังจากนั้นในปี พ.ศ. 2511 ได้รวมกิจการกันกับ เลย์แลนด์ ซึ่งได้ครอบครอง (เทคโอเวอร์) กิจการ โรเวอร์ สแตนดาร์ด และ ไทรอัมพ์ แล้วตั้ง British Leyland Motor Corporation (บีแอลเอ็มซี) ในปีเดียวกัน แต่ต่อมาได้เกิดปัญหาทางการเงิน บริษัทจึงตกเป็นของรัฐ และเป็นรัฐวิสาหกิจ ในปี พ.ศ. 2518 บริษัทเปลี่ยนชื่อเป็น British Leyland Ltd (ภายหลังได้ย่อชื่อบริษัทเป็น BL plc)

สล็อต

ฟอร์ดมอเตอร์ เสนอซื้อกิจการจากัวร์เมื่อเดือนกันยายน พ.ศ. 2532 และผ่านการอนุมัติในที่ประชุมผู้ถือหุ้นใหญ่ในเดือนมกราคม พ.ศ. 2533 หลังจากนั้นบริษัทจากัวร์ถูกถอดชื่อออกจากตลาดหุ้นลอนดอนในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2533 หลังจากนั้นในปี พ.ศ. 2542 จากัวร์เป็นส่วนหนึ่งของ Premier Automotive Group (พีเอจี) ซึ่งเป็นกลุ่มกิจการของฟอร์ด ซึ่งมี แอสตันมาร์ติน, วอลโว่ และมีแลนด์โรเวอร์เพิ่มขึ้นมาในปี พ.ศ. 2543
ปัจจุบันฟอร์ดขายกิจการจากัวร์ออกไปแล้ว โดยได้มีการบรรลุข้อตกลงในการขายกิจการให้กับทาทามอเตอร์ส เมื่อวันที่ 2 มิถุนายน พ.ศ. 2551 โดยเป็นการขายกิจการรถยนต์จากัวร์และแลนด์โรเวอร์พร้อมกัน และมีมูลค่าการซื้อขายรวม 2,300 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เช่นเดียวกับกิจการรถยนต์สปอร์ตหรู แอสตันมาร์ติน ฟอร์ดขายหุ้นแอสตันมาร์ตินของตนเกือบทั้งหมดให้กับกลุ่มนักลงทุนชาวคูเวตและชาวอังกฤษไปแล้วก่อนหน้านั้น (พ.ศ. 2550) เนื่องจากเห็นว่ากิจการเหล่านี้ประสบภาวะขาดทุน หรือไม่ได้สร้างกำไรให้กับฟอร์ดมอเตอร์เท่าที่ควร
มอเตอร์ DC แบบไม่ใช้แปรบางส่วนของปัญหาของมอเตอร์ DC ที่ใช้แปรงจะถูกตัดทิ้งไปในมอเตอร์แบบ BLDC ซึ่งแทนที่ สวิทช์หมุนหรือตัวสับเปลี่ยนแบบกลไก ไปเป็นแบบสวิทช์อิเล็กทรอนิกส์ภายนอก ที่จะ synchronise กับตำแหน่งของโรเตอร์ มอเตอร์แบบ BLDC มักจะมีประสิทธิภาพประมาณ 85-90% และสูงได้ถึง 96.5% ในขณะที่ มอเตอร์กระแสตรงที่ใช้ brushgear มักจะมีประสิทธิภาพเพียง 75-80% เท่านั้น

สล็อตออนไลน์

รูปคลื่นสี่เหลี่ยมคางหมูของมอเตอร์แบบ BLDC ซึ่งเป็น back-emf จะได้บางส่วนมาจากขดลวดของสเตเตอร์ และบางส่วนได้จากการจัดตำแหน่งของแม่เหล็กถาวรของโรเตอร์ เซนเซอร์แบบ Hall Effect จะถูกติดตั้งอยู่บนขดลวดของสเตเตอร์เพื่อการตรวจจับตำแหน่งโรเตอร์ เพื่อให้วงจรควบคุมจ่ายกระแสให้ชุดเฟสของขดลวดชุดใดชุดหนึ่งหรือมากกว่าหนึ่งชุดเพื่อให้โรเตอร์หมุนตามความเร็วที่ต้องการ มอเตอร์ DC ที่มีตัวสับเปลี่ยนแบบอิเล็กทรอนิกส์จะเป็นเหมือนมอเตอร์ DC ที่เอาข้างในออกข้างนอก C มอเตอร์ถูกใช้กันโดยทั่วไปในที่ซึ่งการควบคุมความเร็วอย่างแม่นยำเป็นสิ่งที่จำเป็น อย่างเช่นในดิสก์ไดรฟ์ของเครื่องคอมพิวเตอร์หรือเครื่องบันทึกวิดีโอเทป, ไดรฟ์ภายใน CD, CD – ROM ( ฯลฯ ) และกลไกภายในผลิตภัณฑ์สำนักงาน เช่นพัดลม, เครื่องพิมพ์เลเซอร์ และ เครื่องถ่ายเอกสาร. พวกมันมีข้อดีหลายอย่างมากกว่ามอเตอร์ธรรมดา เช่น
เมื่อเทียบกับพัดลม โดยใช้มอเตอร์ AC ทั่วไป มอเตอร์แบบ BLDC มีขดลวดอยู่บนสเตเตอร์ที่ติดอยู่กับโครงสร้างของมอเตอร์ ทำให้การระบายอากาศทำได้จากภายนอก การทำงานในอากาศที่เย็นจึงทำให้มีประสิทธิภาพมากกว่า ตัวมอเตอร์สามารถทำเป็นโครงสร้างปิด ทำให้ไม่มีฝุ่นละอองผ่านเข้าไปได้ ทำให้สามารถควบคุมการทำงานได้แม่นยำตลอดอายุการใช้งาน
เนื่องจากไม่มีตัวสับเปลี่ยนที่สึกหรอได้ อายุการใช้งานของมอเตอร์ BLDC จึงยาวนานกว่ามอเตอร์ที่ใช้แปรงและตัวสับเปลี่ยนอย่างมีนัยสำคัญ ตัวสับเปลี่ยนยังสร้างคลื่นรบกวนและเมื่อไม่มีตัวสับเปลี่ยนและแปรง มอเตอร์ BLDC อาจถูกใช้ในอุปกรณ์ที่ไวต่อสัญญาณไฟฟ้า เช่นเครื่องเสียงและคอมพิวเตอร์
เซนเซอร์ Hall Effect ยังสามารถใช้ส่งสัญญาณของเครื่องวัดวามเร็วสำหรับการควบคุมแบบ closed-loop (ควบคุมเซอร์โว) ในพัดลม สัญญาณเครื่องวัดวามเร็วถูกนำมาใช้เป็นสัญญาณ Fan OK รวมทั้งให้สัญญาณ feedback ของความเร็วที่มอเตอร์กำลังหมุนอยู่
มอเตอร์สามารถ synchronise กับสัญญาณนาฬิกาภายในและภายนอกได้ง่ายมาก เพื่อควบคุมความเร็วได้อย่างแม่นยำ
BLDC มอเตอร์ไม่มีโอกาสที่จะเกิดประกายไฟ, ซึ่งแตกต่างจากมอเตอร์ที่ใช้แปรง, ทำให้มัน เหมาะกับสภาพแวดล้อมที่มีสารเคมีระเหย และเชื้อเพลิง นอกจากนี้ ประกายไฟยังสร้างโอโซน ซึ่งสามารถสะสมอยู่ในอาคารที่มีการระบายอากาศไม่ดี ทำให้เสี่ยงต่อการเกิดอันตรายต่อสุขภาพของผู้อยู่อาศัย

jumboslot

BLDC มอเตอร์มักจะใช้ในอุปกรณ์ขนาดเล็กเช่น เครื่องคอมพิวเตอร์และโดยทั่วไปจะใช้พัดลมในการกำจัดความร้อนที่ไม่พึงประสงค์
มันเสียงเงียบมาก ซึ่งเป็นข้อได้เปรียบถ้าถูกนำไปใช้ในอุปกรณ์ที่จะมีผลกระทบถ้ามีการสั่นสะเทือน
BLDC มอเตอร์ที่ทันสมัยจะมีขนาดกำลังตั้งแต่เศษเสี้ยวของวัตต์จนถึงหลายกิโลวัตต์ มอเตอร์ BLDC ขนาดใหญ่ที่มีกำลังสูงถึงประมาณ 100 กิโลวัตต์ ถูกใช้ในรถไฟฟ้า พวกมันยังมีประโยชน์อย่างมีนัยสำคัญเครื่องบินไฟฟ้าประสิทธิภาพสูง
มอเตอร์แรงต้านแม่เหล็ก
มอเตอร์แรงต้านแม่เหล็กแบบ 6/4 (6 stator 4 rotor)
SRM ไม่มีแปรงหรือแม่เหล็กถาวรและโรเตอร์ก็ไม่มีกระแสไฟฟ้า แต่แรงบิดเกิดจากแนวไม่ตรงกันเล็กน้อยของขั้วแม่เหล็กบนโรเตอร์ กับขั้วแม่เหล็กบนสเตเตอร์ โรเตอร์จะวางตัวเองให้อยู่ในแนวสนามแม่เหล็กของสเตเตอร์ ในขณะที่สเตเตอร์ถูก energize โดยกระแสในขดลวด
flux แม่เหล็กที่สร้างขึ้นโดยขดลวดจะไปตามเส้นทางของแรงต้านแม่เหล็ก ที่มีค่าน้อยที่สุด(เหมือนกระแสไฟฟ้าที่ไหลในทิศทางที่มีความต้านทานน้อยที่สุด) นั่นคือ flux จะไหลผ่านขั้วของโรเตอร์ที่อยู่ใกล้กับขั้วของสเตเตอร์ที่ถูก energize มากที่สุด ขั้วของโรเตอร์นั้นจะกลายเป็นแม่เหล็ก และสร้างแรงบิดขึ้น ในขณะที่โรเตอร์หมุน ขดลวดชุดต่อไปก็จะถูก energize ไปเรื่อยๆ ทำให้โรเตอร์ยังคงหมุนอยู่ตลอด
SRMs ในปัจจุบันยังคงถูกใช้ในเครื่องไฟฟ้าบางอย่าง
มอเตอร์ AC-DC สากล
มอเตอร์สากลต้นทุนต่ำที่ทันสมัยจากเครื่องดูดฝุ่น ขดลวดสนามบนสเตเตอร์มีสีทองแดงเข้มทั้งสองด้าน, แกนเคลือบของโรเตอร์เป็นโลหะสีเทา กับสล็อตสีเข้ม สำหรับพันขดลวด ตัวสับเปลี่ยนอยู่ด้านหน้า (ซ่อนบางส่วน)ได้กลายเป็นสีเข้มเนื่องจากการใช้งาน ชิ้นส่วนขึ้นรูปพลาสติกขนาดใหญ่สีน้ำตาลที่อยู่ด้านหน้าใช้รองรับแนวแปรงและแปรง (ทั้งสองด้าน) และแบริ่ง
มอเตอร์สากลเป็นมอเตอร์ชนิดหนึ่งที่ทำงานได้ทั้ง AC และ DC เพาเวอร์ มันเป็นมอเตอร์แบบใช้ตัวสับเปลี่ยนและมีคอยล์สนามของสเตเตอร์ต่อแบบอนุกรมกับคอยล์ของโรเตอร์ผ่านทางตัวสับเปลี่ยน มอเตอร์สากลสามารถทำงานได้ดีบน AC เพราะ กระแสทั้งในสเตเตอร์และในโรเตอร์ (ซึ่งทำให้เกิดสนามแม่เหล็ก) จะสลับกัน(กลับขั้ว)ทำ synchronize กับแหล่งจ่ายไฟ ทำให้ได้แรงกลเกิดขึ้นในทิศทางของการหมุนอย่างต่อเนื่อง เป็นอิสระต่อทิศทางของแหล่งจ่าย แต่เป็นไปตามตัวสับเปลี่ยนและขั้วของคอยล์สนาม มอเตอร์สากลมีแรงบิดเริ่มต้นสูง หมุนที่ความเร็วสูงและมีน้ำหนักเบา จึงมักถุกนำมาใช้ในอุปกรณ์ที่เคลื่อนย้ายไปมาได้และใช้ภายในครัวเรือน มันยังง่ายในการควบคุมด้วยอิเล็กทรอนิกส์ ถึงอย่างไรก็ตาม ตัวสับเปลี่ยนมีแปรงที่สึกหรอได้ ดังนั้นมันจึงไม่เหมาะที่จะใช้ในงานที่ต้องทำงานแบบต่อเนื่องนานๆ นอกจากนั้นตัวสับเปลี่ยนยังทำให้เกิดเสียงรบกวนด้วย

slot