โรคต่างๆ

ประโยชน์ของอินจัน

สมุนไพรอินจัน มีชื่อเรียกอื่นว่า จัน, อิน, จันอินจันโอ, จันอิน, จันลูกหอม, จันท์ลูกหอม, จันขาว, ลูกจัน, ลูกอิน, จันอิน, ลูกจันทน์, ลูกจันทร์ เป็นต้น

เครดิตฟรี

ข้อควรรู้ ! : ต้นจันอินยังเป็นต้นไม้ประจำจังหวัดจันทบุรี และยังเป็นต้นไม้ประจำมหาวิทยาลัยศิลปากร

ต้นอินจัน หรือ ต้นจัน เป็นต้นไม้ที่เจริญเติบโตช้า เป็นต้นไม้โบราณที่ในปัจจุบันใกล้จะสูญพันธุ์ สมัยนี้หาดูได้ค่อนข้างยาก ซึ่งเมื่อก่อนจะนิยมปลูกไว้ตามวัด ต้นอินจันนับว่าเป็นไม้ผลที่ค่อนข้างแปลก โดยต้นเดียวกันแต่ออกผลได้ 2 แบบ ซึ่งไม่เหมือนกัน ผลหนึ่งลูกกลมป้อม ๆ ขนาดใหญ่กว่ามาก เราเรียกว่า “ลูกอิน” แต่อีกผลลูกแบน ๆ แป้น ๆ มีขนาดเล็กกว่า เราจะเรียกว่า “ลูกจัน”

ลักษณะของอินจัน
ต้นจันอิน เป็นไม้ยืนต้น สูงประมาณ 10-20 เมตร เรือนยอดเป็นทรงกลมหรือทรงกระสวย หนาทึบ ลำต้นตรง เปลือกต้นเรียบ สีน้ำตาลเข้มอมเทาหรือดำแตกเป็นสะเก็ด เนื้อไม้สีขาว ส่วนกิ่งอ่อนยอดอ่อนจะมีขนสีน้ำตาลปกคลุม และมีกิ่งก้านเหนียว
ต้นอินจัน

ใบอินจัน เป็นใบเดี่ยวสีเขียวเข้ม ออกเรียงสลับกัน ใบคล้ายรูปรี โคนใบมน ปลายใบสอบหรือแหลม แผ่นใบเรียบบางเป็นมันลื่น ขอบใบเรียบ ยาวประมาณ 7-10 เซนติเมตร กว้างประมาณ 1-3 เซนติเมตร
ดอกอินจัน ดอกมีสีขาวนวลหรือสีเหลืองอ่อน ดอกเป็นดอกเดี่ยวหรือดอกช่อ แยกเพศอยู่คนละต้น ดอกเพศผู้ออกดอกเป็นช่อขนาดเล็ก ช่อหนึ่งมีประมาณ 3 ดอก ตามส่วนต่าง ๆ มีขนสีน้ำตาลแดงปกคลุมอยู่ มีกลีบเลี้ยง 4-5 กลีบเรียงเป็นรูปถ้วยแต่ไม่เชื่อมกัน ส่วนกลีบดอกมี 4-5 กลีบ โคนกลีบเชื่อมติดกันเป็นรูปเหยือกน้ำ ส่วนดอกเพศเมียจะออกดอกเป็นดอกเดี่ยวตามกิ่งเล็ก ๆ กลีบดอกและกลีบเลี้ยงจะเหมือนดอกเพศผู้แต่ใบใหญ่กว่า
ดอกจัน

สล็อต

จันท์ลูกหอมลูกจันทน์
ผลไม้อินจัน ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางผลประมาณ 4-8 เซนติเมตร ที่ผลจะมีส่วนของกลีบเลี้ยงติดอยู่ที่จุก ผลอ่อนมีสีเขียว แต่เมื่อสุกแล้วจะเป็นสีเหลือง เนื้อนุ่ม มีกลิ่นหอมและมีรสหวาน สามารถรับประทานได้ โดยผลอินจันจะมีอยู่สองแบบคือ ลักษณะของผลเป็นรูปกลมแป้น ไม่มีเมล็ดหรือมีเมล็ดลีบ ผลมีรอยบุ๋มตรงกลาง รสฝาดหวาน มีกลิ่นหอม จะเรียกว่า ลูกจัน ส่วนผลที่มีลักษณะของผลเป็นรูปกลมและมีเมล็ด 2-3 เมล็ด ไม่มีรอยบุ๋ม มีรสฝาดหวาน จะเรียกว่า ลูกอิน โดยผลอินจันจะมีรสฝาด ต้องคลึงให้ช้ำก่อนรสฝาดจึงจะหายไป
ลูกอินจันอินจัน
ประโยชน์ของอินจัน
จากงานศึกษาวิจัยผลไม้ในไทยพบว่า น้ำผลไม้ไทยจากลูกอินจัน มีฤทธิ์ต่อต้านอนุมูลอิสระได้เป็นอย่างดี
ผลไม้ชนิดนี้มีฤทธิ์ช่วยยับยั้งการแตกตัวของเม็ดเลือดแดงได้
ช่วยบำรุงผิวพรรณ (แก่น)
ช่วยบำรุงกำลังให้สดชื่น (ผล, เนื้อไม้)
ช่วยแก้ลม แก้อาการอ่อนเพลีย (แก่น)
ช่วยบำรุงเลือดลม (เนื้อไม้)
ช่วยบำรุงหัวใจ (แก่น)
เนื้อไม้ใช้ปรุงเป็นยาบำรุงประสาท ทำให้เกิดปัญญา (เนื้อไม้)
ช่วยแก้อาการนอนไม่หลับ อาการกระสับกระส่าย (ผล)
ช่วยแก้อาการร้อนใน กระหายน้ำ (เนื้อไม้, แก่น)
ช่วยแก้อาการเหงื่อมาก (เนื้อไม้)
ช่วยแก้ไข้ (เนื้อไม้, หรือใช้แก่นนำไปต้มรวมกับสมุนไพรชนิดอื่น)
ช่วยแก้ไข้ที่มีผลต่อดี (แก่น)
ช่วยแก้กำเดา (แก่น)
ช่วยแก้อาการไข้ที่มีผลต่อตับและดี (เนื้อไม้)

สล็อตออนไลน์

ช่วยแก้อาการไอ (แก่น)
ช่วยบำรุงตับและปอดให้เป็นปกติ (เนื้อไม้, แก่น)
ช่วยแก้ปอดตับพิการ (เนื้อไม้)
ช่วยแก้ตับพิการ (แก่น)
ช่วยแก้อาการท้องเสีย (ผล)
ช่วยแก้ดีพิการ (เนื้อไม้)
ช่วยขับพยาธิ (เนื้อไม้)
ผลสุกมีรสหวานและฝาดเล็กน้อย นิยมรับประทานเป็นผลไม้สด หรือนำไปแปรรูปเป็นของหวาน
เนื้อไม้แข็ง จึงมักถูกตัดนำมาทำเป็นฟืนเป็นถ่าน
เนื้อไม้อินจันเป็นไม้ที่มีลวดลายสวยงาม ทำให้เป็นที่นิยมในการนำมาทำเฟอร์นิเจอร์ประดับตกแต่ง แต่ในปัจจุบันนี้จัดเป็นไม้หวงห้ามไปแล้ว เพราะหายากและใกล้สูญพันธุ์

ต้น ไม้ต้นขนาดกลาง ไม่ผลัดใบ สูงประมาณ 10 – 20 เมตร ทรงต้นเป็นทรงกระสวย เปลือกต้นเรียบ สีน้ำตาลอมเทา กิ่งอ่อนยอดอ่อน มีขนสีน้ำตาลปกคลุม กิ่งก้านเหนียว ลำต้นตรง

ใบ ใบเดี่ยว (simple leaf) เรียงสลับระนาบเดียว (distichous) รูปรี (elliptic) หรือรูปขอบขนาน (oblong) ปลายใบแหลม (acute) ขอบใบเรียบ (entire) แผ่นใบเรียบเป็นมันลื่น สีเขียวเข้ม กว้าง 2.5 – 3 ซม. ยาว 7 – 10 ซม. ใบอ่อนมีขนสีแดงปกคลุม

ดอก ดอกแยกเพศอยู่บนต้นเดียวกัน สีขาวนวล หรือสีเหลืองอ่อน มีกลิ่นหอมดอกช่อ ขึ้นอยู่กับเป็นดอกเพศผู้หรือเพศเมีย
ดอกเพศผู้ เป็นช่อขนาดเล็ก แบบช่อกระจุกสั้นตามซอกใบ แต่ละช่อมีประมาณ 3 ดอก กลีบเลี้ยง 4 – 5 กลีบ เรียงเป็นรูปถ้วย (hypanthium) แต่ไม่เชื่อมกัน มีกลีบดอก 4 – 5 กลีบรูปเหยือกน้ำ (urceolate) เชื่อมติดกันสั้นๆ ยาว 1 – 1.5 ซม.
ดอกเพศเมีย เป็นดอกเดี่ยว ออกตามง่ามใบ ลักษณะคล้ายดอกเพศผู้ แต่มีขนาดใหญ่กว่า รังไข่อยู่เหนือวงกลีบ (superior ovary) มีขน ก้านเกสรตัวเมียมี 2 อัน

jumboslot

ผล ผลเดี่ยว (simple fruit) แบบเบอร์รี่ (berry) ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 4 – 5 ซม. มีทั้งผลกลมหรือผลแป้น ผิวผลเรียบ มีกลีบเลี้ยงติดที่ผล ผลอ่อนมีสีเขียวเมื่อสุกมีสีเหลือง เนื้อนุ่ม มีกลิ่นหอม ถ้าเป็นชนิดผลแป้นเมล็ดจะลีบ มีรอยบุ๋มตรงกลางผล ไม่มีเมล็ด เรียก “จันอิน” หรือ “ลูกจัน” ถ้าผลกลมจะมีเมล็ด เรียก “จันโอ” หรือ “ลูกอิน” เมล็ดมีเอนโดสเปอร์มเรียบ (albuminous seed) ลักษณะกลมรี สีน้ำตาลเป็นเมล็ดแบบสมบูรณ์เพศ สามารถนำไปขยายพันธุ์ได้

ออกดอกและติดผล มิถุนายน – กันยายน
ประโยชน์ จัดเป็นพืชสมุนไพร ผลมีสารต้านอนุมูลอิสระ มีสรรพคุณแก้อาการนอนไม่หลับ แก้ท้องเสีย บำรุงกำลัง เนื้อไม้และแก่น มีสรรพคุณแก้ร้อนใน บำรุงหัวใจและตับ ผลดิบสามารถนำมาตำส้มตำได้ ผลสุกรับประทานสดหรือทำขนมน้ำกะทิได้ นิยมปลูกเป็นไม้ประดับ

สาระน่ารู้
ต้นจัน เป็น ต้นไม้ประจำจังหวัดจันทบุรี และต้นไม้ประจำมหาวิทยาลัยศิลปากร

แม้ผลจันหรือลูกจันจะมีขนาดเล็ก แต่ก็เปี่ยมไปด้วยสารฟลาโวนอยด์ (Flavonoid) ซึ่งมีคุณสมบัติช่วยต้านอนุมูลอิสระ ลดอาการอักเสบ และอาจส่งผลยับยั้งการเจริญเติมโตของเซลล์มะเร็ง สรรพคุณทางยาของลูกจันคือ บรรเท่าอาการท้องเสีย ช่วยบำรุงกำลังให้ร่างกาย แก้อาการนอนไม่หลับ นอกจากนี้ส่วนต่างๆ ของต้นจันยังนำมาใช้เป็นยาได้ เช่น แก่นใช้แก้ไอ แก้ไข้ บำรุงตับและปอด เนื้อไม้ใช้แก้อาการอ่อนเพลีย แก้ไข้ ขับพยาธิ บำรุงเลือด และบำรุงหัวใจ

ลูกจันดิบสามารถนำมาตำส้มตำกินได้ ส่วนผลสุกเนื้อจะนุ่มฉ่ำน้ำรสหวานอ่อน ๆ ปนฝาด ซึ่งเคล็ดลับในการกินลูกจันสุกให้อร่อยของคนสมัยก่อนก็คือ ใช้มือนวดคลึงผลให้น่วมก่อน เพื่อลดความฝาดลง หรือจะนำไปทำขนมหวานก็ได้ โดยเลือกผลจันสุกมาปอกเปลือก แคะเมล็ด ฉีกเนื้อเป็นชิ้นเล็กๆ ใส่ลงในน้ำกะทิที่ตั้งไฟอ่อนแล้วเติมน้ำตาลปี๊บเพิ่มความหวาน กินคู่กับข้าวเหนียวมูน ยิ่งได้รสชาติหวานมันหอม

slot

คนรุ่นใหม่น้อยคนนักที่จะรู้จักหรือเคยเห็นผลไม้ชนิดนี้ เพราะต้น “จัน” ไม่นิยมปลูกและหาดูได้ยากแล้วในปัจจุบัน จันเป็นต้นไม้พื้นบ้านของไทย จัดอยู่ในสกุล Diospyros เช่นเดียวกับพลับ ผลทรงกลมขนาดเล็ก มีกลีบเลี้ยงอยู่ตรงขั้วผล ผลดิบสีเขียว เมื่อสุกสีเหลืองนวล จุดเด่นของลูกจันสุกอยู่ที่มีกลิ่นหอมชื่นใจมาก คนไทยแต่โบราณจึงนิยมเก็บมาดมและวางไว้ตามมุมห้อง เพื่อให้ส่งกลิ่นหอมฟุ้งไปทั่ว

จันมีผล 2 แบบคือ ผลกลมแป้นและผลกลมรี ซึ่งบางท้องถิ่นเรียกชื่อต่างกันไปว่า ลูกจันและลูกอิน แต่ในพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตนสถาน ได้อธิบายลักษณะของผลจันไว้ว่า แบ่งออกเป็น “จันอิน” คือจันชนิดลูกกลมแป้น ส่วน “จันโอ” คือจันชนิดผลกลมรี และมีเมล็ด ซึ่งแตกต่างของผลทั้งสองชนิดนี้ เกิดจากการที่จันอินมีเมล็ดที่ไม่สมบูรณ์เพศ ลีบแบน หรือไม่มีเมล็ดเลย ผลจึงมีลักษณะบุ๋มตรงกลาง ขณะที่จันโอเมล็ด 2-3 เมล็ด ทำให้จันโอมีผลรูปร่างกลมรี เนื้อน้อยกว่าจันอิน โดยเมล็ดจันโอเป็นเมล็ดแบบสมบูรณ์เพศ สามารถนำไปใช้ขยายพันธุ์ได้