โรคต่างๆ

สรรพคุณของแอปริคอต

แอพริคอต หรือ แอปริคอต (Apricot) มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Prunus armeniaca L. เป็นพืชที่มีถิ่นกำเนิดมาจากประเทศจีน และภายหลังได้แพร่ขยายไปยังประเทศอิตาลีและอังกฤษ โดยแหล่งเพาะปลูกที่สำคัญของแอปริคอตก็คือประเทศจีน ออสเตรเลีย สหรัฐอเมริกา นิวซีแลนด์ แอฟริกา

เครดิตฟรี

ลักษณะของแอปริคอต
ต้นแอปริคอต เป็นไม้ยืนต้นขนาดกลาง มีใบเป็นใบเดี่ยว ลักษณะของดอกมีสีขาว

ผลแอปริคอต ผลมีลักษณะกลม มีขนาดเล็กกว่าลูกท้อ มีร่องกลางผลชัดเจน มีเปลือกบางและมีขนคล้ายกำมะหยี่ปกคลุมอยู่ โดยผลดิบจะเป็นสีเขียว เมื่อสุกแล้วจะเป็นสีเหลือง เนื้อแห้ง แน่น มีรสเปรี้ยวและหอม และมีเมล็ดสีน้ำตาลอยู่ในผลแอปปริคอต

สรรพคุณของแอปริคอต
แอปริคอตเป็นผลไม้ที่มีแคลอรีต่ำ จึงเป็นผลไม้ที่เหมาะอย่างมากสำหรับผู้ที่ต้องการควบคุมน้ำหนักหรือลดน้ำหนัก
การรับประทานแอปริคอตเป็นประจำจะช่วยบำรุงผิวพรรณให้เปล่งปลั่งสดใส และช่วยชะลอการเกิดริ้วรอย
ใช้รับประทานเป็นยาบำรุงร่างกาย ช่วยในการฟื้นตัวจากอาการเจ็บป่วยได้เร็วยิ่งขึ้น
ช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระ เสริมสร้างภูมิคุ้มกันโรค ป้องกันหวัด
ช่วยรักษาระดับความสมดุลของอิเล็กโทรไลต์ในร่างกาย (โพแทสเซียมและโซเดียม)
แอปริคอตอุดมไปด้วยสารต่อต้านอนุมูลอิสระ จึงช่วยป้องกันการเกิดโรคมะเร็งได้ และเมล็ดแอปริคอตมีวิตามินบี 17 (Amygdalin) ซึ่งเชื่อว่ามีคุณสมบัติในการป้องกันและควบคุมโรคมะเร็ง
ช่วยป้องกันความเสื่อมทางสมอง (เมล็ดแอปริคอต)
ช่วยรักษาภาวะโลหิตจาง และช่วยป้องกันโรคโลหิตจาง (แอปริคอตอบแห้ง)
ช่วยบำรุงหัวใจ ควบคุมอัตราการเต้นของหัวใจ และช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด
ช่วยควบคุมความดันโลหิต
ช่วยลดระดับไขมันเลวหรือ LDL
ช่วยบรรเทาอาการของโรคหอบหืด วัณโรค และโรคหลอดลมอักเสบ
ช่วยบำรุงและรักษาสายตา ชะละความเสื่อมของเลนส์ตา และช่วยป้องกันโรคต้อกระจก
แอปริคอตอบแห้ง จะมีลักษณะเหนียวและมีคุณสมบัติช่วยบำรุงฟันให้แข็งแรง
ช่วยในการย่อยอาหาร ช่วยในการขับถ่าย ป้องกันอาการท้องผูก

สล็อต

ประโยชน์ของแอปริคอต
แอปริคอตสดถูกนำไปใช้เป็นส่วนผสมในสบู่ เจลขัดผิว หรือผงมาส์กพอกหน้า ซึ่งมีคุณสมบัติช่วยบำรุงผิวและทำความสะอาดผิว
สามารถนำไปแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ได้อย่างหลากหลาย เช่น น้ำเชื่อม ฟรุตสลัด โยเกิร์ต แยม เบเกอรี่ เค้ก ไอศกรีม น้ำผลไม้ แอปริคอตอบแห้ง
ทรีตเม้นต์แอปริคอตช่วยทำให้ผิวพรรณเปล่งปลั่งสดใส ด้วยการใช้เนื้อแอปริคอตสุกนำมาบดให้ละเอียดแล้วนำมาทาให้ทั่วบริเวณใบหน้า ทิ้งไว้ประมาณ 20 นาทีแล้วล้างออก
คุณค่าทางโภชนาการของแอปริคอตดิบ ต่อ 100 กรัม
พลังงาน 48 กิโลแคลอรีแอปปริคอท
คาร์โบไฮเดรต 11 กรัม
น้ำตาล 9 กรัม
เส้นใย 2 กรัม
ไขมัน 0.4 กรัม
โปรตีน 1.4 กรัม
วิตามินเอ 96 ไมโครกรัม 12%
เบตาแคโรทีน 1,094 ไมโครกรัม 10%
ลูทีนและซีแซนทีน 89 ไมโครกรัม
วิตามินบี 1 0.03 มิลลิกรัม 3%
วิตามินบี 2 0.04 มิลลิกรัม 3%
วิตามินบี 3 0.6 มิลลิกรัม 4%
วิตามินบี 5 0.24 มิลลิกรัม 5%
วิตามินบี 6 0.054 มิลลิกรัม 4%
วิตามินบี 9 9 ไมโครกรัม 2%
วิตามินซี 10 มิลลิกรัม 12%แอปริคอท
วิตามินอี 0.89 มิลลิกรัม 6%
วิตามินเค 3.3 ไมโครกรัม 3%
ธาตุแคลเซียม 13 มิลลิกรัม 1%
ธาตุเหล็ก 0.4 มิลลิกรัม 3%
ธาตุแมกนีเซียม 10 มิลลิกรัม 3%
ธาตุแมงกานีส 0.077 มิลลิกรัม 4%
ธาตุฟอสฟอรัส 23 มิลลิกรัม 3%
ธาตุโพแทสเซียม 259 มิลลิกรัม 6%
ธาตุโซเดียม 1 มิลลิกรัม 0%
ธาตุสังกะสี 0.2 มิลลิกรัม 2%
% ร้อยละของปริมาณแนะนำที่ร่างกายต้องการในแต่ละวันสำหรับผู้ใหญ่ (ข้อมูลจาก : USDA Nutrient database)

สล็อตออนไลน์

คุณค่าทางโภชนาการของแอปริคอตอบแห้ง ต่อ 100 กรัม
พลังงาน 241 กิโลแคลอรี
คาร์โบไฮเดรต 63 กรัม
น้ำตาล 53 กรัมแอพริคอต
เส้นใย 7 กรัม
ไขมัน 0.5 กรัม
โปรตีน 3.4 กรัม
วิตามินเอ 180 ไมโครกรัม 23%
เบตาแคโรทีน 2.163 ไมโครกรัม 20%
วิตามินบี 1 0.015 มิลลิกรัม 1%
วิตามินบี 2 0.074 มิลลิกรัม 6%
วิตามินบี 3 2.589 มิลลิกรัม 17%
วิตามินบี 5 0.516 มิลลิกรัม 10%
วิตามินบี 6 0.143 มิลลิกรัม 11%แอพริคอท
วิตามินบี 9 10 ไมโครกรัม 3%
วิตามินซี 1 มิลลิกรัม 1%
วิตามินอี 4.33 มิลลิกรัม 29%
วิตามินเค 3.1 ไมโครกรัม 3%
ธาตุแคลเซียม 55 มิลลิกรัม 6%
ธาตุเหล็ก 2.66 มิลลิกรัม 20%
ธาตุแมกนีเซียม 32 มิลลิกรัม 9%
ธาตุแมงกานีส 0.235 มิลลิกรัม 11%
ธาตุฟอสฟอรัส 71 มิลลิกรัม 10%
ธาตุโพแทสเซียม 1,162 มิลลิกรัม 25%
ธาตุโซเดียม 10 มิลลิกรัม 1%
ธาตุสังกะสี 0.29 มิลลิกรัม 3%
% ร้อยละของปริมาณแนะนำที่ร่างกายต้องการในแต่ละวันสำหรับผู้ใหญ่

jumboslot

แอปริคอต คือ ผลไม้ที่มีคนนิยมนำมาตากแห้งแล้วรับประทานกัน เพราะสามารถเก็บไว้ได้นานและสารอาหารก็ยังคงอยู่เหมือนตอนที่เป็นผลสดเกือบทั้งหมด การรับประทานแอปริคอตนั้นสามารถรับประทานได้หลายแบบขึ้นอยู่กับความชอบของแต่ละคน จะแทนแบบผลแก่จัดจากต้นเลยก็ได้ แต่เวลารับประทานก็จะมีรสเปรี้ยวมากหรือจะนำไปปั่นเป็นน้ำแอปริคอตก็ได้เช่นเดียวกัน แอปริคอตยังได้นำมาแปรรูปเพื่อให้รับประทานได้ง่ายขึ้น เช่น น้ำเชื่อมแอปริคอต โยเกิร์ตผสมเนื้อแอปริคอต เบเกอรี่ต่างๆ แยม ขนมปัง เค้ก ไอศกรีม น้ำผลไม้ และที่นิยมรับประทานกันมากก็คือ แอปริคอตอบแห้งนั่นเอง นอกจากการรับประทานในรูปแบบต่างๆแล้ว แอปริคอตยังสามารถนำมาประทินโฉมด้วยการนำสารสกัดของแอปริคอตมาผสมในเครื่องสำอางค์ เช่น สบู่ มาร์กผอกหน้า เจลขัดผิว เป็นต้น สารสกัดที่ได้ช่วยบำรุงผิวและจัดการทำความสะอาดสิ่งสกปรกที่ตกค้างบนผิว สำหรับคนที่มีผลแอปริคอตสุกแบบสดนั้น ให้นำเนื้อมาปั่นให้ละเอียดและนำมาพอกหน้าจนทั่วทิ้งไว้ประมาณ 20-30 นาทีแล้วทำการล้างออกให้สะอาด วิตามินซีและเบต้าแคโรทีนในเนื้อจะซึมเข้าผิวช่วยให้ผ่องดูเยาว์วัย

การซื้อ แอปริคอต สดเราควรที่จะเลือกซื้อในช่วงฤดูร้อนจะมีที่สุด เพราะผลผลิตที่ออกมาในท้องตลาดจะมีรสชาติและสารอาหารที่ดีกว่าในฤดูอื่น ควรเลือกผลที่จับแล้วมีเนื้อแน่น สีส้มอมเหลืองสดใสหรือสีส้มอมเขียว ไม่มีรอยช้ำดำบนผิว การเก็บรักษาถ้ายังรับประทานไม่หมดและไม่ต้องการให้สุกมากเกินไป ควรเก็บไว้ให้อุณหภูมิต่ำกว่า 20 องศาเซลเซียลหรือเก็บไว้ในตู้เย็นก็ได้

การที่ แอปริคอต ได้รับความนิยมทานกันก็เพราะว่าแอปริคอตเป็นผลไม้ที่ให้แคลอรี่ต่ำและมีเส้นใยสูงเหมาะสำหรับคนที่ต้องการควบคุมน้ำหนักหรือลดน้ำหนัก เส้นใยจากแอปริคอตจะช่วยให้เรารู้สึกอิ่มนานและพลังงานที่ได้ไม่เหลือสะสมเป็นไขมันในร่างกาย ทำให้ไขมันไม่ดีในเส้นเลือดมีอัตราการเกิดขึ้นน้อยลง ป้องกันการเกิดโรคไขมันอุดตันในเส้นเลือด หลอดเลือดอุดตันที่เป็นสาเหตุให้เลือดไปเลี้ยงหัวใจไม่พอ ทำให้เลือดไปหล่อเลี้ยงหัวใจในปริมาณที่เพียงพอมีอัตราการเต้นที่สม่ำเสมอ ลดความเสี่ยงการเกิดโรคหัวใจ และเส้นใยที่ได้จากแอปริคอตทั้งแบบสดและอบแห้งจะเข้าไปช่วยระบบขับถ่ายทำการขับของเสียและสิ่งตกค้างภายในลำไส้ออกมาเป็นอย่างดี ป้องกันอาการท้องผูกและสารพิษตกค้างในร่างกาย ทำให้ร่างกายแข็งแรงเนื้อของแอปริคอตมีสีเหลืองที่อุดมไปด้วยสารเบตาแคโรทีนที่เป็นสารต่อต้านอนุมูลอิสระชั้นดีช่วยชะลอการเสื่อมของเซลล์ลดริ้วรอยแห่งวัยที่เกิดขึ้น ทำให้ผิวพรรณดูเปล่งปลั่งขึ้น เบตาแคโรทีนยังเป็นสารตั้งต้นในการสร้างวิตามินเอที่ช่วยบำรุงระบบเซลล์ของระบบการมองเห็น ป้องกันการเสื่อมของเลนส์ดวงตา ลดความเสี่ยงในการเกิดต้อกระจก สำหรับผู้ที่เป็นอยู่แล้วสามารถชะลอการโตของต้อกระจกได้

slot

วิตามินซี ที่มีอยู่แอปริคอตเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่สามารถต่อต้านการทำงานของอนุมูลอิสระในการทำลายเซลล์ และยังช่วยเสริมสร้างภูมิต้านทานของร่างกายให้ทำงานได้ดี ป้องกันการเกิดโรคต่างๆโดยเฉพาะโรคหวัด และโรคที่เกี่ยวข้องกับระบบทางเดินหายใจ เช่น หอบหืด หลอดลมอักเสบ เป็นต้น

โพแทสเซียมและโซเดียม มีคุณสมบัติช่วยรักษาสมดุลของอิเล็กโทรไลท์ที่อยู่ในร่างกายให้อยู่ในสภาวะสมดุล เพราะถ้าสมดุลอิเล็กโทรไลท์ในร่างกายไม่สมดุลแล้วระบบการทำงานของจะเกิดความผิดปกติไปด้วย และเข้าไปช่วยในการรักษาสมดุลของเกลืออีกด้วย ป้องกันอาการร่างกายบวมน้ำ และยังช่วยควบคุมการขยายของหลอดเลือดให้เป็นปกติ ป้องกันการเกิดโรคความดันโลหิตสูงด้วย

วิตามินบี 17 ( Amygdalin ) เป็นวิตามินที่มีอยู่ในเมล็ดของ แอปริคอต วิตามินบี 17 เป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ป้องกันการทำลายยีนส์ในเซลล์ที่เป็นสาเหตุของการเกิดโรคมะเร็งได้ สามารถควบคุมเซลล์มะเร็งไม่ให้ลุกลามมากขึ้นเมื่อมีเซลล์มะเร็งเกิดขึ้น และยังช่วยลดการเสื่อมของเซลล์สมองป้องกันการเกิดโรคความจำเสื่อมเมื่อสูงวัยได้อีกด้วย

เมื่อเราทราบถึงสารที่มีประโยชน์ใน แอปริคอต กันแล้ว หลายคนคงสงสัยว่าต้องทานเป็นจำนวนเท่าไหร่ถึงจะสารอาหารที่เพียงพอต่อความต้องการของร่างกายหรือเพียงพอต่อการป้องกันโรคได้ แอปริคอตสด 3 ผลขนาดกลางนั้นจะให้ปริมาณโพแทสเซียมอยู่ทีประมาณ 300 มิลลิกรัม ซึ่งร่างกายคนเราต้องการโพแทสเซียมอยู่ที่ 3,000 มิลลิกรัม เพราะฉะนั้นโพแทสเซียมที่ได้รับจากแอปริคอตสด 30 ผลขนาดกลางนั้นมีปริมาณมากถึง 30% ทีเดียว ส่วนพลังงานที่ได้รับอยู่ที่ 50 แคลอรี แต่สำหรับแอปริคอตแห้งแบบผ่าซีกมาแล้วนั้นหรือประมาณ 5 ลูก ให้เบต้าแคโรทีนอยู่ที่ 6 มิลลิกรัมและโพแทสเซียมถึง 500 มิลลิกรัม ส่วนพลังงานที่ได้รับอยู่ที่ 80 แคลอรีเท่านั้น เรามาดูกันตารางเทียบปริมาณเบต้าเคโรทีนในแอปริคอตกับผลไม้ชนิดอื่นกันว่ามีปริมาณมากน้อยต่างกันอย่างไร เพื่อที่เราจะได้ตัดสินในการเลือกรับประทานในครั้งต่อไป