โรคต่างๆ

อัลมอนด์มีประโยชน์อย่างไร

อัลมอนด์ หรือ แอลมอน, แอลม่อน, แอลมอนด์, อัลมอล (Almond – ออกเสียงในภาษาอังกฤษจะอ่านว่า อามึนด์ หรือ แอมึนด์ โดยไม่มีเสียงตัวแอล แต่สำหรับในภาษาไทยเราจะนิยมอ่านและสะกดว่า อัลมอนด์ หรือ แอลมอนด์ มากกว่า

เครดิตฟรี

ต้นอัลมอนด์ เป็นไม้ผลัดใบ สูงประมาณ 4-10 เมตร ใบเป็นขอบหยักยาวประมาณ 3-5 นิ้ว ดอกอัลมอนด์มีสีขาวหรือชมพูอ่อน มีกลีบ 5 กลีบ ผลอัลมอนด์ ผลดิบเป็นสีเขียว เมื่อแก่จะเป็นสีน้ำตาล ในผลมีเมล็ดเดียว มีเปลือกชั้นนอกอยู่และมีเปลือกแข็งหุ้มเมล็ด โดยเมล็ดสามารถนำมารับประทานได้ และอัลมอนด์นั้นจะขายทั้งแบบพร้อมเปลือกและแบบไม่มีเปลือก หรือนำไปผ่านน้ำร้อนเพื่อทำให้เปลือกอ่อนและเมล็ดยังเป็นสีขาว

ถั่วอัลมอนด์ เป็นถั่วที่มีคุณค่าทางสารอาหารต่อร่างกายสูงกว่าถั่วชนิดอื่น ๆ มาก และยังติด 1 ใน 10 ของสุดยอดอาหารเพื่อสุขภาพอีกด้วย ถ้าคุณได้เห็นคุณค่าทางโภชนาการของถั่วชนิดนี้เทียบกับผักและผลไม้ชนิดอื่น ๆ แล้วคุณจะต้องตกใจ เพราะมีวิตามินและแร่ธาตุที่สำคัญที่มีประโยชน์ต่อร่างกายทั้งนั้น และแถมยังมีปริมาณที่มากเสียด้วย

อัลมอนด์ อ้วนไหม ? คงเป็นคำถามที่หลาย ๆ คนคงสงสัย เพราะถ้าดูตามปริมาณไขมันในถั่วชนิดนี้ต่อ 100 กรัมแล้ว คุณอาจจะต้องตกใจ เพราะมันมีไขมันมากถึง 49.42 กรัม (เยอะมาก) แต่น่าประหลาดใจที่มันสามารถช่วยลดน้ำหนักและความอ้วนได้จริง ๆ หากรู้จักรับประทานในปริมาณเหมาะสมและสม่ำเสมอ โดยจากการศึกษาของ International Journal of Obesity พบว่าผู้ที่รับประทานอัลมอนด์วันละ 70 เมล็ดอัลมอนด์จะช่วยลดรอบเอวได้ถึง 7 นิ้ว !! ซึ่งมากกว่าผู้ที่ไม่รับประทานถึง 2 นิ้ว ทั้งนี้เป็นเพราะว่าการรับประทานอัลมอนด์จะช่วยลดการทานจุบจิบหรือขนมขบเคี้ยว และลดระดับไขมันเลวได้เป็นอย่างดี

ผลดิบอัลมอนด์อัลมอนด์ดิบ
ต้นอัลมอนด์เมล็ดอัลมอนด์
ประโยชน์ของอัลมอนด์
อัลมอนด์มีประโยชน์ช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระ เสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันในร่างกาย
ช่วยในการชะลอวัยและการเกิดริ้วรอยแห่งวัยได้ดี
ประโยชน์ของอัลมอนด์ ช่วยเพิ่มพลังงานให้กับร่างกาย
ช่วยบำรุงระบบประสาท และช่วยเพิ่มสติปัญญาและสมาธิให้มากขึ้น
ช่วยในการทำงานของสมอง ช่วยป้องกันการเกิดโรคอัลไซเมอร์
ช่วยเสริมสร้างเซลล์และซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอในร่างกาย ไม่ว่าจะเป็นผิวพรรณ เส้นผม เล็บ ฯลฯ

สล็อต

การรับประทานอัลมอนด์เป็นประจำจะช่วยลดความเสี่ยงของโรคหัวใจวายได้ถึง 50%
ในเปลือกอัลมอนด์มีฟลาโวนอยด์ (Flavonoids) ที่สามารถทำงานร่วมกับวิตามินอี ในการช่วยปกป้องผนังหลอดเลือด จึงทำให้ช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือดได้ (งานวิจัยจาก Tufts University)
ช่วยบำรุงและเสริมสร้างกระดูกและฟันให้แข็งแรง ช่วยลดความเสี่ยงของโรคกระดูกพรุน
ช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด ป้องกันการเกิดโรคเบาหวานได้ถึง 30-50% เพราะช่วยในการหลั่งอินซูลินหลังอาหาร ทำให้น้ำตาลในกระแสเลือดที่เพิ่มขึ้นถูกดูดซึมเก็บไว้ที่ตับและเนื้อเยื่ออื่น ๆ จึงมีผลทำให้สามารถลดระดับน้ำตาลในเลือดได้

อัลมอนด์ลดน้ําหนัก จากงานวิจัยหลายอย่างระบุว่า ผู้ที่รับประทานถั่วหรืออัลมอนด์เป็นประจำ จะมีน้ำหนักตัวลดลงโดยเฉลี่ยมากกว่าผู้ที่ไม่เคยรับประทานถั่ว โดยผู้ที่รับประทานถั่วอัลมอนด์อย่างน้อยสัปดาห์ละ 2 ครั้ง ร้อยละ 31% พบว่ามีน้ำหนักตัวที่ลดลง ถึงแม้ว่าถั่วอัลมอนด์จะมีไขมันที่สูงมากก็ตาม (บทความจาก WHFoods)
อัลมอนด์ลดความอ้วน ช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลในร่างกาย ช่วยเพิ่มระดับไขมันดี (HDL) และลดระดับไขมันเลว (LDL) ในร่างกาย ซึ่งเป็นสาเหตุของการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด โดยงานวิจัยจากสถาบันชั้นนำในอเมริกาและยุโรปพบว่า การรับประทานอัลมอนด์วันละ 1 หยิบมือจะช่วยลดระดับไขมันเลวได้ถึง 4.4% แต่ถ้ารับประทานวันละ 2 หยิบมือก็จะช่วยลดระดับไขมันเลวได้ 9.4%
ช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ได้เป็นอย่างดี
ช่วยป้องกันอาการท้องผูก เนื่องจากอัลมอนด์มีเส้นใยอาหารในปริมาณมาก มันจึงช่วยในการขับถ่ายและป้องกันอาการท้องผูกได้เป็นอย่างดี
ช่วยป้องกันการเกิดโรคนิ่ว จากฐานข้อมูลจาก Nurses’ Health Study จากผู้หญิงกว่า 80,000 รายแสดงให้เห็นว่า ผู้หญิงที่รับประทานถั่วอย่างน้อย 1 ออนซ์ต่อสัปดาห์จะช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดโรคนิ่วได้ถึง 25%

สล็อตออนไลน์

อัลมอนด์เป็นถั่วที่มีโปรตีนสูงมาก ซึ่งมีประโยชน์ในเรื่องของการซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ สร้างความเจริญเติบโต ให้พลังงานแก่ร่างกาย ช่วยรักษาสมดุลของกรดด่างในร่างกาย ฯลฯ
เมล็ดอัลมอนด์มีโพสแทสเซียมสูง ซึ่งเป็นตัวช่วยในการควบคุมความดันโลหิต
การรับประทานอัลมอนด์จะช่วยลดการกินจุบจิบ และการรับประทานทุกวันก็จะช่วยระงับความหิวได้เป็นอย่างดี ถือว่าเป็นการไดเอ็ตไปด้วยในตัวเลยทีเดียว
สำหรับผู้ที่กังวลเรื่องน้ำหนักตัว คุณสามารถรับประทานถั่วอัลมอนด์แทนของหวานหรือขนมขบเคี้ยวในระหว่างวันได้อย่างสบายใจ นอกจากจะไม่ทำให้อ้วนแล้วยังได้คุณค่าจากธรรมชาติไปเต็ม ๆ และยังช่วยลดน้ำหนักไปในตัวด้วย
นอกจากนี้อัลมอนด์ยังเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับหญิงตั้งครรภ์ เพราะถั่วชนิดนี้อุดมไปด้วยกรดโฟลิกที่จำเป็นอย่างมากสำหรับเด็กทารกในครรภ์
เมล็ดอัลมอนด์สามารถนำไปแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ได้หลายอย่าง เช่น อัลมอนด์อบเกลือ อัลมอนด์อบเนย คุกกี้อัลมอนด์ เค้กอัลมอนด์ น้ำมันอัลมอนด์ ฯลฯ

คุณค่าทางโภชนาการของอัลมอนด์ ต่อ 100 กรัม
พลังงาน 576 กิโลแคลอรี
คาร์โบไฮเดรต 21.69 กรัม
แป้ง 0.74 กรัม
น้ำตาล 3.89 กรัม
แล็กโทส 0.00 กรัม
เส้นใย 12.2 กรัม
ไขมัน 49.42 กรัม
กรดไขมันอิ่มตัว 3.731 กรัม
กรดไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยว 30.889 กรัม
กรดไขมันไม่อิ่มตัวเชิงซ้อน 12.070 กรัม
โปรตีน 21.22 กรัม
ทริปโตเฟน 0.214 กรัม
ทรีโอนีน 0.598 กรัม
ไอโซลิวซีน 0.702 กรัม
ลิวซีน 1.488 กรัม
ไลซีน 0.580 กรัม
เมทไธโอนีน 0.151 กรัม
ซีสทีน 0.189 กรัม
ฟีนิลอะลานีน 1.120 กรัม
ไทโรซีน 0.452 กรัม
วาลีน 0.817 กรัม
อาร์จินีน 2.446 กรัม

jumboslot

ฮีสทิดีน 0.557 กรัม
อะลานีน 1.027 กรัม
กรดแอสพาร์ติก 2.911 กรัม
กรดกลูตามิก 6.810 กรัม
ไกลซีน 1.469 กรัม
โพรลีน 1.032 กรัม
ซีรีน 0.948 กรัม
น้ำ 4.70 กรัม
วิตามินเอ 1 หน่วยสากล
เบตาแคโรทีน 1 ไมโครกรัม (0%)
ลูทีนและซีแซนทีน 1 ไมโครกรัม
วิตามินบี 1 0.211 มิลลิกรัม 18%
วิตามินบี 2 1.014 มิลลิกรัม 85%
วิตามินบี 3 3.385 มิลลิกรัม 23%
วิตามินบี 5 0.469 มิลลิกรัม 9%
วิตามินบี 6 0.143 มิลลิกรัม 11%
วิตามินบี 9 50 ไมโครกรัม 13%
โคลีน 52.1 มิลลิกรัม 11%
วิตามินอี 26.2 มิลลิกรัม 175%
วิตามินเค 0.0 ไมโครกรัม 0%
ธาตุแคลเซียม 264 มิลลิกรัม 26%
ธาตุเหล็ก 3.72 มิลลิกรัม 29%
ธาตุแมกนีเซียม 268 มิลลิกรัม 75%
ธาตุแมงกานีส 2.285 มิลลิกรัม 109%
ธาตุฟอสฟอรัส 484 มิลลิกรัม 69%
ธาตุโพแทสเซียม 705 มิลลิกรัม 15%
ธาตุโซเดียม 1 มิลลิกรัม 0%
ธาตุสังกะสี 3.08 มิลลิกรัม 32%
% ร้อยละของปริมาณแนะนำที่ร่างกายต้องการในแต่ละวันสำหรับผู้ใหญ่ (ข้อมูลจาก : USDA Nutrient database)

คำแนะนำ : แม้ว่าอัลมอนด์จะมีประโยชน์มากก็จริง แต่มันก็มีข้อเสียที่คุณควรจะรู้ไว้ เนื่องจากถั่วชนิดนี้มีสารออกซาเลต (Oxalates) ซึ่งการได้รับเข้าไปในปริมาณอาจจะไม่เป็นผลดีต่อร่างกายเท่าไหร่ และสำหรับผู้ที่มีปัญหาโรคไตหรือถุงน้ำดีด้วยแล้ว ก็ควรจะหลีกเลี่ยงการรับประทานอัลมอนด์ไว้ก็จะดีที่สุด

slot

อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันยังไม่อาจชี้ชัดได้ว่าการรับประทานอัลมอนด์เป็นของว่างนั้นเป็นวิธีลดระดับน้ำตาลในเลือดหลังรับประทานอาหารที่เหมาะกับผู้ป่วยหรือเสี่ยงป่วยเป็นเบาหวาน เนื่องจากมีวิธีควบคุมระดับน้ำตาลหลังมื้ออาหารที่ปลอดภัยและมีประสิทธิภาพอีกหลายวิธี เช่น รับประทานยาลดระดับน้ำตาลในเลือด ควบคุมอาหารตามคำแนะนำของแพทย์และนักโภชนาการ ออกกำลังกายเป็นประจำ ตรวจระดับน้ำตาลในเลือดอย่างสม่ำเสมอ ปรับปริมาณอินซูลินเพื่อควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดไม่ให้สูงเกินไป เป็นต้น

กินอัลมอนด์อย่างไรให้ได้ประโยชน์ครบถ้วน

ประโยชน์ของอัลมอนด์ต่อสุขภาพนั้นมีการพิสูจน์ให้เห็นในงานวิจัยหลายชิ้น อย่างไรก็ตาม ผู้ที่ประสบปัญหาสุขภาพต่าง ๆ ควรรักษาด้วยวิธีทางการแพทย์เป็นอันดับแรก เนื่องจากเป็นการรักษาที่ปลอดภัยที่สุด ส่วนผู้ที่คาดหวังคุณประโยชน์ทางสุขภาพจากอัลมอนด์ ควรเลือกรับประทานอย่างเหมาะสม ดังนี้

ควรรับประทานอัลมอนด์วันละประมาณ 1 กำมือ หรือ 24 เมล็ด โดยไม่ควรบริโภคมากเกินไป เพื่อให้ได้รับพลังงาน กรดไขมันไม่อิ่มตัว เส้นใยอาหาร และโปรตีน ในปริมาณที่เหมาะสมและส่งผลดีต่อสุขภาพ
รับประทานอัลมอนด์เป็นอาหารว่างแทนขนมเค้ก คุ้กกี้ มันฝรั่งทอดกรอบ หรือของหวานและของกินเล่นอื่น ๆ ที่มีไขมันและน้ำตาลสูงแต่ให้คุณค่าทางสารอาหารน้อย หรือจะรับประทานอัลมอนด์ร่วมกับของกินเล่นอื่นก็ได้ แต่ควรจำกัดปริมาณให้เหมาะสม เพื่อให้ได้รับพลังงานพอดีกับความต้องการของร่างกาย เนื่องจากอัลมอนด์มีจำนวนแคลอรี่และไขมันอิ่มตัวสูง หากรับประทานมากเกินไป อาจทำให้เสี่ยงเกิดคอเลสเตอรอลสูงได้เช่นกัน
เลือกรับประทานผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมหรือทำจากอัลมอนด์ เช่น นมอัลมอนด์ โยเกิร์ตผสมอัลมอนด์ เป็นต้น
โรยอัลมอนด์ในอาหารเช้าซีเรียล กาแฟ หรือโยเกิร์ต เพื่อเพิ่มคุณค่าทางสารอาหาร