โรคต่างๆ

แม็คลาเรน เอฟ1

แม็คลาเรน เอฟ1 เป็นรถยนต์นั่งสมรรถนะสูง เครื่องยนต์กลางลำหลัง ขับเคลื่อนสองล้อท้าย (RMR) 2 ประตู 1+2 ที่นั่ง ผลิตโดยบริษัท แม็คลาเรน ออโตโมทีฟ บริษัทสัญชาติอังกฤษ เริ่มแรกนั้น เอฟ1 เป็นโปรเจกต์ที่นายกอร์ดอน เมอเรย์ (Gordon Murray) วิศวกรเครื่องกลชาวแอฟริกาใต้ เป็นผู้ริเริ่ม และได้ปรึกษากับนายรอน เดนนิส ประธานบริษัทแม็คคลาเรนในการสร้างรถซูเปอร์คาร์ ทำให้โปรเจกต์ แม็คลาเรน เอฟ1 เริ่มขึ้นมาได้ โดยได้นายกอร์ดอน เป็นหัวหน้าโปรเจกต์ครั้งนี้ มีนายปีเตอร์ สตีเฟนส์ (Peter Stevens) เป็นผู้ออกแบบรถทั้งคัน ในวันที่ 31 มีนาคม ค.ศ. 1998 เอฟ1 ได้สร้างสถิติเป็นรถที่เร็วที่สุดในโลก ด้วยความเร็วสูงสุดที่ 386.4 กม./ชม. (240.1 ไมล์/ชม.) และเป็นรถที่ใช้เครื่องยนตร์ที่ไม่ใช้ระบบอัดอากาศ (N/A) ที่เร็วที่สุดในโลกอยู่ในปัจจุบัน

เครดิตฟรี

เอฟ1 เต็มไปด้วยเทคโนโลยีและการออกแบบในอีกนวัตกรรมหนึ่ง ที่ทำให้รถเบากว่าและคล่องตัวมากยิ่งขึ้นกว่ารถสปอร์ตหลายคันในสมัยนั้น ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาให้เป็นรถวิ่งถนนคันแรกของโลกที่ใช้คาร์บอนไฟเบอร์เรนฟอร์สเซตพลาสติก (CFPR) ในการทำโครงตัวถังทั้งคัน หรือแม้แต่การออกแบบตามหลักแอโรไดนามิก ที่มีค่าสัมประสิทธิ์แรงต้านอากาศพลศาสตร์ (Drag coefficient) ที่ 0.32 ซึ่งมีค่าเร็วกว่าบูกัตติ เวย์รอน ที่ทำได้เพียง 0.36 ขณะที่เอสเอสซี อัลทีเมท เอโร ทำได้ที่ 0.357 สิ่งหนึ่งที่แม็คลาเรน เอฟ1 แตกต่างจากรถสปอร์ตทั่วๆไปคือ การออกแบบรถยนต์ 1 ที่นั่ง โดยให้ตำแหน่งที่นั่งอยู่ส่วนกลางของรถ (ที่นั่งยื่นออกไปข้างเล็กน้อย) และมีที่นั่งเล็กๆ 2 ที่ ด้านขวาและซ้ายของรถ การออกแบบเช่นนี้ช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถเข้าโค้งและการแซงได้ดี สำหรับเครื่องยนตร์นั้นได้ใช้เครื่องยนตร์ที่ใช้กันในสนามแข่งรถ ซึ่งในปัจจุบันไม่นิยมนำมาใช้แล้ว เนื่องจากความไม่สะดวกสบายในการใช้งาน เอฟ1 ยังเป็นรถที่ได้รับการออกแบบให้เป็นที่รถที่ใช้วิ่งบนถนนทั่วไป โดยมีความเป็นที่สุดของรถ (Ultimate road car) ถึงอย่างไรก็ดี เอฟ1 ก็ยังคงมีการโมดิฟายด์เป็นรถในสนามแข่งหลายสนาม อาทิเช่น รายการ24 ชั่วโมง เลอม็อง ในปี ค.ศ. 1995

สล็อต

สายการผลิตของเอฟ1 ได้เริ่มขึ้นตั้งแต่ปี ค.ศ. 1992 จนถึง ค.ศ. 1998 โดยผลิตมาได้ทั้งหมด 106 คัน ในจำนวนนี้รวมถึงรถที่ดัดแปลงในสนามแข่งและรุ่นเสริมย่อยๆอีกด้ว ในปี ค.ศ. 1994 นิตยสารรถยนต์จากอังกฤษ ออโตคาร์ ได้ทำการทดสอบรถยนต์คันนี้และได้กล่าวยกย่องว่า แม็คลาเรน เอฟ1 เป็นรถยนต์ขับขี่ที่ดีที่สุดที่ใช้วิ่งบนถนนสาธารณะ และต่อด้วยว่า เอฟ1 จะได้รับการจดจำในฐานะช่วงเวลาที่ยิ่งใหญ่ครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ของวงการรถยนต์ และอาจจะเป็นไปได้ที่มันจะเป็นผลิตภัณฑ์รถยนต์ที่เร็วที่สุดที่โลกเคยมีมา
ในเดือนสิงหาคม ค.ศ. 2003อากาศพลศาสตร์ มาจากภาษากรีก ἀήρ Aer (อากาศ) + δυναμική (itself from-ตัวของมันเองมาจาก) δύναμις dynamis (force ; specially, miraculous power), (แรง ; เป็นพิเศษ, มีอำนาจน่าอัศจรรย์), เป็นสาขาของวิชาพลศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับการศึกษาการเคลื่อนที่ของอากาศ, โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อมันมีปฏิสัมพันธ์กับวัตถุที่เป็นของแข็ง อากาศพลศาสตร์เป็นหน่วยย่อยของพลศาสตร์ของไหลและพลศาสตร์ก๊าซ, ด้วยทฤษฎีที่ใช้ร่วมกันอย่างมากมายระหว่างกัน อากาศพลศาสตร์มักจะใช้คำที่มีความหมายเหมือนกันกับพลศาสตร์ก๊าซด้วยความแตกต่างที่ว่าพลศาสตร์ก๊าซสามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้กับก๊าซทั้งหมด, ไม่จำกัดเฉพาะกับอากาศ

สล็อตออนไลน์

การศึกษาอากาศพลศาสตร์อย่างเป็นทางการในแนวทางแห่งยุคสมัยใหม่เริ่มต้นขึ้นในศตวรรษที่สิบแปด แม้ว่าการสังเกตแนวคิดพื้นฐานเช่นการฉุดลากทางอากาศพลศาสตร์ (aerodynamic drag) จะได้รับการจดบันทึกกันมากมาก่อนหน้านี้ ในที่สุดของความพยายามในช่วงยุคต้น ๆ ของงานที่เกี่ยวข้องกับทางด้านอากาศพลศาสตร์ทำให้สามารถบรรลุผลของการบินของอากาศยานที่หนักกว่าอากาศซึ่งได้รับการแสดงให้เห็นเป็นครั้งแรกโดยวิลเบอร์และออร์วิลไรท์ (Wilbur and Orville Wright) ในปี 1903 ตั้งแต่นั้นมาการใช้อากาศพลศาสตร์ผ่านการวิเคราะห์ทางคณิตศาสตร์, การประมาณค่าจากการสังเกตทางการทดลอง, การทดลองในอุโมงค์ลม, และการจำลองสถานการณ์ด้วยคอมพิวเตอร์ได้กลายมาเป็นพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์สำหรับการพัฒนาอย่างต่อเนื่องในการศึกษาทางด้านการบินของอากาศยานที่หนักกว่าอากาศและจำนวนของเทคโนโลยีอื่น ๆ งานล่าสุดเมื่อไม่นานมานี้ในวิชาอากาศพลศาสตร์ได้มุ่งเน้นในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการไหลแบบอัดตัว (compressible flow), ความปั่นป่วน (turbulence) และชั้นขอบ (boundary layers) และได้กลายมาเป็นเชิงทางด้านการคำนวณ (computational) เกี่ยวข้องกับธรรมชาติมากขึ้นเรื่อย ๆการทำความเข้าใจเกี่ยวกับการเคลื่อนที่ของอากาศ (มักเรียกว่าสนามการไหล) รอบวัตถุช่วยในการคำนวณเกี่ยวกับแรงและช่วงเวลาที่กระทำต่อวัตถุ คุณสมบัติโดยทั่วไปในการคำนวณสำหรับสนามการไหลประกอบด้วยความเร็ว, ความดัน, ความหนาแน่น และ อุณหภูมิ เป็นฟังก์ชันของตำแหน่งเชิงพื้นที่และเวลา

jumboslot

ประวัติวิชาอากาศพลศาสตร์สมัยใหม่ไม่ได้แต่เพียงแค่ย้อนเวลากลับไปในช่วงประมาณศตวรรษที่สิบเจ็ดเท่านั้น แต่แรงทางอากาศพลศาสตร์นั้นได้ถูกควบคุมโดยมนุษย์มานับเป็นเวลาพัน ๆ ปี โดยใช้ในเรือใบและกังหันลม, และภาพและเรื่องราวได้ปรากฏมีบันทึกอยู่มาโดยตลอดในประวัติศาสตร์ของการบิน, เช่นตำนานของอิคะเริส (Icarus) และ เดดะเลิส (Daedalus) แห่งยุคกรีกโบราณ (Ancient Greek) แนวคิดพื้นฐานของความต่อเนื่อง (continuum), แรงฉุด (drag), และเกรเดียนท์ของความดัน (pressure gradient),มีปรากฏอยู่ในงานของอาริสโตเติลและอาร์คิมิดิส
ในปี ค.ศ. 1726, เซอร์ ไอแซก นิวตัน (Sir Isaac Newton) กลายเป็นบุคคลคนแรกในการพัฒนาทฤษฎีของแรงต้านของอากาศ (air resistance), ทำให้เขาเป็นนักอากาศพลศาสตร์ (aerodynamicists) คนแรกในประวัติศาสตร์ ต่อมาในปี ค.ศ. 1738 นักคณิตศาสตร์ชาว ดัตช์-สวิส ชื่อ แดเนียล แบร์นูลลี (Daniel Bernoulli) กับคัมภีร์ที่มีชื่อว่า Hydrodynamica, ที่เขาได้อธิบายถึงความสัมพันธ์ขั้นพื้นฐานระหว่างความดัน, ความหนาแน่น, และ ความเร็วของการไหล สำหรับการไหลแบบไม่อัดตัว (incompressible flow) ได้กลายเป็นที่รู้จักกันของผู้คนในทุกวันนี้ว่าเป็น หลักของแบร์นูลลี (Bernoulli’s principle) ซึ่งเป็นวิธีการในการคำนวณวิธีหนึ่งสำหรับการคำนวณทางด้านอากาศพลศาสตร์ของแรงยก (aerodynamic lift) ในปี ค.ศ. 1757 เลออนฮาร์ด ออยเลอร์ได้ตีพิมพ์สมการออยเลอร์แบบที่ทั่วไปมากขึ้นซึ่งอาจจะนำไปใช้ได้กับทั้งการไหลของของไหลแบบที่บีบอัดตัวได้และการไหลแบบที่บีบอัดตัวไม่ได้ สมการออยเลอร์ได้ถูกขยายไปสู่การรวมผลกระทบของความหนืดเข้าไว้ด้วยในช่วงครึ่งแรกของปี 1800, ส่งผลให้เกิดเป็นสมการนาเวียร์-สโตกส์ (Navier-Stokes equations) สมการนาเวียร์-สโตกส์ เป็นสมการที่ใช้กันทั่วไปในการไหลของของไหล แต่เป็นเรื่องยากที่จะแก้ปัญหาสำหรับการไหลแบบไหลเวียนรอบ ๆ แต่เป็นรูปทรงที่เรียบง่ายที่สุด

slot