โรคต่างๆ

คุณค่าทางโภชนาการของมะระ

ต้นมะระ ภาษาอังกฤษ เรียก Bitter melon ซึ่งชื่อวิทยาศาสตร์ของมะระ คือ Momordica charantia L. และ ชื่อเรียกอื่นๆของต้นมะระแตกต่างกันออกไปตามแต่ละท้องถิ่น เช่น ผักเหย ผักไห มะร้อยรู มะห่อย มะไห่ สุพะซู สุพะเด เป็นต้น

เครดิตฟรี

มะระขึ้นชื่อในเรื่องของความขม ความขมของมะระมาจากสาร Momodicine ซึ่งสารชนิดนี้ มีประโยชน์ช่วยกระตุ้นความรู้สึกอยากกินอาหาร ช่วยกระตุ้นน้ำย่อย และเป็นยาระบายอ่อนๆ แต่การรับประทานมะระไม่ควรรับประทานมะระสุก เนื่องจากอาจทำให้อาเจียนได้ มะระอยู่คู่กับสังคมและครัวเรือนของท้องถิ่นไทยมาอย่างช้านาน เป็นพืชตระกูลเดียวกับ ฟัก แตงกวาและบวบ นิยมนำผลดิบมารับประทานเป็นอาหาร หลากหลาย เช่น แกงจืดมะระหมูสับ ทานเป็นผักสดกับน้ำพริก เป็นต้น

มะระในประเทศไทย

สำหรับประเทศไทย มะระเป็นพืชท้องถิ่นทั่วไป นิยมปลูกตามรั่วบ้าน นำมาประกอบอาหาร โดยนิยมรับประทาน ผลมะระ และ ยอดอ่อนมะระ มะระปลูกมากในภาคเหนือ แต่ก็สามารถพบได้ทั่วไปในทุกภูมิภาคของประเทศไทย ซึ่งมะระที่นิยมปลูกในประเทศไทย มีอยู่ 2 สายพันธ์ คือ มะระขี้นก และ มะระจีน รายละเอียดของมะระแต่ละสายพันธ์ มีดังนี้

มะระขี้นก ผลขนาดเล็ก ให้รสชาติขมมาก นิยมนำมารับประทานผลมะระขี้นกเป็นผักสด
มะระจีน ผลขนาดใหญ่ สีเขียว ผิวเรียบเป็นมันลักษณะผิวเป็นร่องไม่เรียบ ให้เนื้อผลมาก นิยมนำมาทำอาหารหลากหลายเมนูอาหาร เช่น ต้มจืด ผัดมะระ รวมถึงรับประทานผลเป็นผักสด
ลักษณะของต้นมะระ

ต้นมะระ เป็นพืชล้มลุก ลักษณะเป็นเถาไม้เลื้อย ตระกูลเดียวกับแตงกวา อายุของมะระเพียงหนึ่งปี สามารถขยายพันธุ์ โดยการเพาระเมล็ดพันธ์ ลักษณะของต้นมะระมีดังนี้

สล็อต

ลำต้นของมะระ ลักษณะเป็นเถา ลำต้นกลม สีเขียว มีขนอ่อนๆ ลำต้นมะระจะเกาะตามหลัก ต้นไม้หรือเสา โดยมีรากออกมาตามข้อของลำต้นช่วยในการเกาะจับหลัก
ใบของมะระ เป็นใบเดี่ยว สีเขียว ลักษณะใบหยาบมีขนอร่อยๆ ใบเป็นแฉกเว้าลึก 5 แฉก โคนใบกลม ก้านใบยาว
ดอกของมะระ ออกดอกเป็นช่อ ลักษณะดอกเดี่ยวออกดอกตามซอกใบ กลีบดอกเป็นสีเหลือง รูปทรงดอกคล้ายรูประฆัง
ผลของมะระ ลักษณะยาวรี ผิวเปลือกบาง เรียบ ลักษณะผลเป็นผิวขลุกขละ เป็นหลุมเป็นร่องยาว ผลมีเนื้อหนา ฉ่ำน้ำ ผลดิบมีสีเขียว ส่วนผลสุกจะมีสีแดง
เมล็ดมะระ อยู่ในผลมะระ มีเม็ดจพนวนมากในผลมะระ ลักษณะเมล็ดจะแบนรี ปลายเมล็ดแหลมทั้งสองด้าน
คุณค่าทางโภชนาการของมะระ

มะระมีสารฟีนอลหลายชนิด เช่น กรดแกลลิก ( Gallic Acid ) กรดคาเฟอิก ( Caffeic Acid ) และคาเทชิน ( Catechin ) ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยป้องกันจุดด่างดำตามผิวหนังได้

ผลมะระจีน มีสารสำคัญหลายชนิด เช่น แคแรนทิน ( charantin ) โพลีเปปไทด์ พี ( p-insulin ) และ วิซิน ( vicine ) ซึ่งมีฤทธิ์ลดน้ำตาลในเลือด

รสขมของมะระ มาจากสารเคมี ที่มีชื่อว่า Momodicine สารชนิดนี้ มีประโยชน์ช่วยกระตุ้นความรู้สึกทำให้อยากกินอาหาร ช่วยให้น้ำย่อยในกระเพาะอาหารทำงานได้มีประสิทธิภาพ เป็นยาระบายอย่างอ่อนๆ

สำหรับมะระ นิยมรับประทานมะระส่วนของผลสด ซึ่งนักโภชนาการได้ศึกษาคุณค่าทางโภชนาการของผลมะระ ขนาด 100 กรัม พบว่าให้พลังงาน มากถึง 17 กิโลแคลอรี และมีสารอาหารสำคัญมากมายหลากหลาย ประกอบด้วย กากใยอาหาร 2.8 กรัม โปรตีน 1 กรัม คาร์โบไฮเดรต 3.7 กรัม ไขมัน 0.17 กรัม วิตามินเอ 380 มิลลิกรัม วิตามินB1 0.04 มิลลิกรัม วิตามินB2 0.4 มิลลิกรัม วิตามินB3 0.4 มิลลิกรัม วิตามิน B5 0.212 มิลลิกรัม วิตามินB6 0.043 มิลลิกรัม วิตามินซี 84 มิลลิกรัม ธาตุสังกะสี 0.8 มิลลิกรัม ธาตุแคลเซียม 19 มิลลิกรัม ธาตุทองแดง 0.034 ไมโครกรัม ธาตุเหล็ก 0.43 มิลลิกรัม แมกนีเซียม 17 มิลลิกรัม แมงกานีส 0.089 มิลลิกรัม ฟอสฟอรัส 31 มิลลิกรัม โพแทสเซียม 296 ไมโครกรัม และ โซเดียม 5 มิลลิกรัม

สล็อตออนไลน์

สรรพคุณของมะระ

สำหรับการใช้ประโยชน์จากมะระ ด้านการรักษาโรคและการบำรุงร่างกาย สามารถใช้ประโยชน์ได้จาก ผลมะระ เถามระร เมล็ดมะระ รากมะระ ใบมะระ สรรพคุณของมะระ มีดังนี้

รากของมะระ สรรพคุณช่วยบำรุงร่างการ ช่วยสมานแผล แก้ริดสีดวงทวาร รักษาโรคกระเพาะอาหารอักเสบ แก้อาการปวดท้อง
เถาของมะระ สรรพคุณช่วยทำให้ร่างกายเย็น ลดความร้อนในร่างกาย แก้ปวดท้อง
เมล็ดของมะระ สรรพคุณช่วยขับพยาธิตัวกลม ช่วยปรับสมดุลของธาตุในร่างกาย
ใบสดของมะระ สรรพคุณช่วยห้ามเลือด บำรุงเลือด เป็นยาระบายอ่อน ช่วยเจริญอาหาร แก้กระหายน้ำ ช่วยรักษาหวัด รักษาแผลในกระเพาะอาหาร ลดอาการฟกช้ำ แก้ผดผื่นคัน
ใบแห้งของมะระ สรรพคุณช่วยขับพยาธิ ช่วยขับลม
ผลสดของมะระ สรรพคุณลดน้ำตาลในเลือด รักษาเบาหวาน ป้องกันมะเร็ง บำรุงสายตา บำรุงกระดูกและฟัน ช่วยขับเสมหะ เป็นยาระบายอ่อน บำรุงน้ำดี แก้ปากเปื่อย
ผลแห้งของมะระ สรรพคุณรักษาโรคผิวหนัง รักษาแผล แก้คัน
ผลสุกของมะระ สรรพคุณช่วยรักษาสิว
โทษของมะระ

สำหรับการรับประทานมะระเป็นอาหาร ใช้เป็นยาบำรุงร่างกาย แต่การรับประทานหรือใช้มะระเป็นยารักษาโรค มีข้อควรระวังในการใช้ประโยชน์ได้ ดังนี้

jumboslot

ผลสุกมะระ มีสารซาโปนิน ( Saponin ) มีความเป็นพิษต่อร่างกาย ทำให้เกิดอาการคลื่นไส้อาเจียน เป็นพิษต่อร่างกาย
มะระมีสรรพคุณช่วยลดน้ำตาลในเลือด สำหรับผู้ป่วยโรคเบาหวานที่รับประทานยาลดน้ำตาลในเลือด ร่วมกับรับประทานผลมะระอย่างต่อเนื่อง อาจทำให้ร่างกายเกิดภาวะร่างกายขาดน้ำตาล ซึ่งเป็นอันตรายต่อร่างกาย
สตรีมีครรภ์ไม่ควรรับประทานมะระ เนื่องสารเคมีในผลหรือเมล็ด อาจทำให้มีเลือดออกระหว่างตั้งครรภ์ ซึ่งอาจทำให้แท้งได้
การเลือกซื้อมะระ

การเลือกซื้อมะระที่ให้ความขมไม่มาก ควรเลือกผลที่มีสีเขียวอ่อน อวบ และมีลายห่าง ๆ เพราะ จะขมน้อยกว่าผลที่มีสีเขียวเข้มและลายถี่ และก่อนนำมะระไปปรุงอาหาร ให้ผ่าแล้วเอาเมล็ดและไส้ในออกจนหมด จากนั้นหั่นแล้วนำไปแช่น้ำเกลือสักพัก จะช่วยให้มะระลดความขมลงได้

อาการอ้วนลงพุงเป็นปัจจัยเสี่ยงหนึ่งที่ทำให้เกิดปัญหาสุขภาพอื่น ๆ ตามมา เช่น ความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ หรือโรคเบาหวานประเภทที่ 2 เป็นต้น ดังนั้น การรับประทานอาหารที่ดีและมีประโยชน์ต่อสุขภาพจึงอาจเป็นทางเลือกหนึ่งของผู้ที่ต้องการลดน้ำหนัก ป้องกันหรือรักษากลุ่มอาการอ้วนลงพุง ซึ่งมะระขี้นกเป็นพืชที่หลายคนเชื่อว่าอาจช่วยลดน้ำหนักได้ มีการศึกษาชิ้นหนึ่งแสดงให้เห็นถึงประสิทธิภาพของอาหารเสริมที่มีส่วนผสมของมะระขี้นก โดยพบว่าหลังรับประทานอาหารเสริมชนิดนี้ไปแล้ว 3 เดือน กลุ่มทดลองมีขนาดรอบเอวเล็กลงไปจนถึงสิ้นเดือนที่ 4 แต่ประสิทธิภาพของอาหารเสริมมะระขี้นกกลับเริ่มลดลงในช่วงเดือนที่ 5 และ 6 จากผลการวิจัยจึงอาจกล่าวได้ว่า มะระขี้นกอาจส่งผลดีต่อผู้ป่วยกลุ่มอาการอ้วนลงพุงในระยะแรก ๆ

อย่างไรก็ตาม งานค้นคว้าดังกล่าวเป็นเพียงการทดลองในเบื้องต้น ศึกษากับกลุ่มทดลองบางกลุ่ม และมีผู้เข้าร่วมการทดลองจำนวนน้อย จึงจำเป็นต้องศึกษาเพิ่มเติมให้ชัดเจนยิ่งขึ้น เพื่อยืนยันประสิทธิภาพของมะระในด้านนี้ต่อไป

มะระกับการสมานแผล

บาดแผลเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ และอาจทำให้เนื้อเยื่อบริเวณนั้นเกิดความเสียหาย หรือมีเลือดไหลซึมออกมา ระยะเวลาในการสมานแผลขึ้นอยู่กับความรุนแรงของบาดแผล และในบางครั้งบาดแผลอาจเป็นภาวะแทรกซ้อนจากโรคอื่นได้ด้วย เช่น แผลเบาหวาน ซึ่งเป็นบาดแผลที่อาจสมานตัวช้าและเสี่ยงต่อการติดเชื้อ

ในอดีตเชื่อกันว่าพืชบางชนิด เช่น มะระ อาจมีสรรพคุณช่วยรักษาแผลได้ และเคยมีการศึกษาประสิทธิภาพของมะระในการสมานแผลด้วยการทดลองกับผิวหนังของกระต่ายที่มีแผลฉีกขาด พบว่าครีมที่มีส่วนผสมของมะระอาจช่วยเร่งให้แผลหายได้เร็วขึ้น นอกจากนี้ ยังมีอีกหนึ่งการศึกษาแสดงให้เห็นประสิทธิภาพของสารสกัดจากมะระที่ส่งผลดีและทำให้แผลเบาหวานในหนูทดลองหายเร็วขึ้นอีกด้วย

อย่างไรก็ตาม แม้การศึกษาเหล่านี้จะชี้ให้เห็นว่ามะระมีประโยชน์ต่อการสมานแผล รวมถึงแผลเบาหวาน แต่ก็เป็นเพียงการศึกษาในสัตว์ทดลองเท่านั้น จึงจำเป็นต้องศึกษาเพิ่มเติมถึงประสิทธิภาพของมะระต่อการสมานแผลในมนุษย์ รวมทั้งความปลอดภัยในการใช้มะระให้ชัดเจนต่อไป

slot

มะระกับคุณสมบัติต้านเชื้อเอชไอวี

การมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ป้องกันและการใช้เข็มฉีดยาร่วมกันเป็นสาเหตุหลักของการติดเชื้อเอชไอวี และในปัจจุบันการติดเชื้อไวรัสชนิดนี้ยังไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ มีเพียงแต่ยาที่ยับยั้งการเพิ่มปริมาณเชื้อไวรัสเท่านั้น หลายคนจึงมีความหวังในการใช้พืชสมุนไพรรักษาโรคนี้ และมะระก็เป็นหนึ่งในพืชผักที่เชื่อกันว่าอาจช่วยต้านเชื้อเอชไอวีได้ และมีการศึกษาในห้องปฏิบัติการชิ้นหนึ่งพบว่า โปรตีนบางชนิดที่สกัดได้จากมะระอาจมีคุณสมบัติยั้บยั้งการแบ่งตัวของเชื้อเอชไอวี

อย่างไรก็ตาม แม้ผลการค้นคว้าจะแสดงถึงแนวโน้มที่ดี แต่จำเป็นต้องศึกษาทดลองในมนุษย์เพิ่มเติม เพื่อพิสูจน์ประสิทธิภาพและความปลอดภัยของมะระก่อนนำไปใช้รักษาผู้ติดเชื้อเอชไอวี

รับประทานมะระอย่างไรให้ปลอดภัย

การรับประทานมะระทั้งแบบดิบหรือปรุงสุกแล้วค่อนข้างปลอดภัยสำหรับคนส่วนใหญ่ หากรับประทานติดต่อกันในระยะสั้น ๆ แต่ยังไม่มีข้อมูลด้านความปลอดภัยหากรับประทานมะระติดต่อกันนานเกินกว่า 3 เดือน รวมถึงการรับประทานส่วนอื่น ๆ ของมะระ หรือการใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของมะระทาบริเวณผิวหนัง และในปัจจุบันยังไม่มีข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ที่เพียงพอจะระบุปริมาณในการรับประทานมะระที่เหมาะสม นอกจากนั้น ผู้บริโภคควรคำนึงถึงปัจจัยอื่น ๆ ของตนด้วย เช่น อายุ หรือปัญหาสุขภาพ ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรเพื่อความปลอดภัยก่อนรับประทานมะระหรือใช้ผลิตภัณฑ์ใด ๆ จากมะระ

ส่วนบุคคลในกลุ่มต่อไปนี้ ควรระมัดระวังในการรับประทานมะระเป็นพิเศษ

หญิงตั้งครรภ์และอยู่ในช่วงให้นมบุตร ไม่ควรรับประทานมะระ เนื่องจากมีการศึกษาในสัตว์ทดลองพบว่า สารเคมีในผลหรือเมล็ดมะระอาจทำให้มีเลือดออกระหว่างตั้งครรภ์ และอาจเป็นสาเหตุให้แท้งได้ รวมถึงยังมีข้อมูลความปลอดภัยไม่เพียงพอหากรับประทานมะระในช่วงให้นมบุตร
เด็ก ห้ามรับประทานเยื่อหุ้มเมล็ดของมะระที่มีสีแดง เพราะอาจเป็นพิษต่อร่างกาย
ผู้ป่วยเบาหวาน โดยเฉพาะผู้ที่ต้องใช้ยาลดระดับน้ำตาลในเลือด เช่น อินซูลิน ไกลพิไซด์ โทลบูตาไมด์ ไกลเบนคาไมด์ ไพโอกลิตาโซน เป็นต้น ควรระมัดระวังในการรับประทานมะระ เนื่องจากมะระอาจทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดลดต่ำลงมากเกินไป ดังนั้น ผู้ป่วยควรปรึกษาแพทย์ก่อนรับประทานมะระ เพราะอาจต้องปรับปริมาณยาและควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดอย่างใกล้ชิด
ผู้ป่วยที่ต้องเข้ารับการผ่าตัด ควรหยุดรับประทานมะระอย่างน้อย 2 สัปดาห์ก่อนการผ่าตัด เพราะมะระอาจรบกวนการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดทั้งในระหว่างและหลังการผ่าตัด
ผู้ที่มีภาวะขาดเอนไซม์จีซิกพีดี (G6PD) ไม่ควรรับประทานเมล็ดมะระ เพราะอาจเสี่ยงเกิดผลข้างเคียงต่อสุขภาพ เช่น โลหิตจาง ปวดศีรษะ ปวดท้อง มีไข้ และอาจมีภาวะโคม่าได้ในบางราย