โรคต่างๆ

คุณค่าทางโภชนาการของโสน

ต้นโสน สมุนไพร พืชท้องถิ่น มีประโยชน์ในการรักษาโรค เช่น แก้ร้อนใน ขับปัสสาวะ รักษาแผล ลดไข้ แก้ปวดท้อง แก้พิษแมลงกัดต่อย สรรพคุณต้นโสน ดอกโสนเป็นอย่างไรโสน ดอกโสน สมุนไพร สมุนไพรไทย

เครดิตฟรี

ดอกโสน เป็น ดอกไม้ประจำจังหวัดพระนครศรีอยุธยา โสน อ่านออกเสียงว่า สะ-โหน ภาษาอังกฤษ เรียก Sesbania มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Sesbania javanica Miq สำหรับชื่อเรียกอื่นๆของโสน เช่น ผักฮองแฮง โสนกินดอก โสนหิน โสนดอกเหลือง สี่ปรีหลา เป็นต้น จัดเป็นพืชท้องถิ่นมีสรรพคุณด้านการรักษาโรค เช่น ช่วยแก้ร้อนใน ขับปัสสาวะ รักษาแผล ลดไข้ แก้ปวดท้อง แก้พิษจากแมลงกัดต่อย

ต้นโสน มีถิ่นกำเนิดในเขตร้อนของทวีปเอเชียจากอินเดียไปทางตะวันออกจนถึงประเทศมาเลเซีย อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ รวมถึงประเทศไทย เป็นไม้เนื้ออ่อน เติบโตได้ในบริเวณที่มีน้ำขังในดินแถบภาคกลางและดินเหนียว ต้นโสยมักพบตามพื้นที่ที่มีน้ำขัง แถบลุ่มน้ำ ริมทาง ริมหนองน้ำ คลองบึง

สายพันธุ์โสนในประเทศไทย

ต้นโสน จากการศึกษาสายพันธ์ต้นโสนในประเทศไทย พบว่ามี 4 สายพันธ์ ประกอบด้วย โสนแอฟริกัน โสนอินเดีย โสนหิน และ โสนคางคก ซึ่งรายละเอียดของสายพันธ์โสนแต่ละสายพันธ์ มีดังนี้

โสนอินเดีย ลักษณะรากมีปม ลำต้นสูง 2-3 เมตร ดอกมีสีเหลือง สามารถออกดอกเมื่อต้นมีอายุประมาณ 90 วัน มีถิ่นกำเนิดในประเทศอินเดีย
โสนแอฟริกัน มีลักษณะเด่นของโสนแอฟริกัน คือ รากมีปม ลำต้นสูง เป็นต้นโสนที่มีถิ่นกำเนิดในทวีปแอฟริกา กรมพัฒนาที่ดินนำเมล็ดเข้ามากปลูกครั้งแรก โดย ดร. สมศรี อรุณินท์ เมื่อปี พ.ศ. 2526
โสนคางคก นิยมใช้ประโยชน์จากไม้โสน ไม้โสนนำมาประดิษฐ์เป็นดอกไม้ตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา เป็นวัสดุจากธรรมชาติที่สามารถสร้างรายได้เสริมกับชาวบ้านในท้องถิ่น
โสนหิน หรือ โสนกินดอก นิยมใช้ยอดอ่อน และดอกมาประกอบอาหารมากกว่าโสนทุกชนิด ลำต้นสูงประมาณ 4 เมตร
ประโยชน์ของต้นโสน

ต้นโสนมีการนำมาใช้ประโยชน์หลากหลาย โดยมานิยมนำดอกโสนมารับประทานเป็นอาหาร ซึ่งอาหารเมนูดอกโสน ที่นิยมทำกินกัน เช่น ดอกโสนผัด ดอกโสนผัดน้ำมันหอย ดอกโสนผัดไข่ ไข่เจียวดอกโสน ดอกโสนชุบแป้งทอด ยำดอกโสน ข้าวเหนียวดอกโสน เป็นต้น สีเหลืองของดอกโสนนำมาทำสีผสมอาหาร ใช้ในการแต่งสีอาหารให้สีเหลือง ส่วนเนื้อไม้ นำมาทำเป็นของใช้ต่างๆ เช่น ของเล่นเด็ก ดอกไม้ประดิษฐ์ รวมถึงนำมาทำเป็นเชื้อเพลิง

สล็อต

ปัจจุบันใบและดอกโสน สามารถนำมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมเพื่อสุขภาพ เช่น ชาดอกโสน และ ชาจากยอดใบโสน เป็นชาที่มีกลิ่นหอมอ่อนๆ รสชาติอ่อนนุ่ม

ลักษณะของต้นโสน

ต้นโสน เป็นไม้พุ่ม ไม้ล้มลุก มีอายุประมาณ 1 ปี โสน เป็น พืชชายน้ำที่ชอบเติบโตบริเวณพื้นที่ชุ่ม สามารถพบทั่วไปในประเทศไทย มักพบริมแม่น้ำลำคลอง ริมอ่างเก็บน้ำ บ่อน้ำ และ พื้นที่ที่มีความชื้น สามารถขยายพันธ์โดยการเพาะเมล็ดพันธ์ ลักษณะของต้นโสน มีดังนี้

ลำต้นโสน ความสูงประมาณ 1 เมตร เปลือกลำต้นเรียบ เนื้อไม้อ่อนและกลวง
ใบโสน ลักษณะเป็นใบประกอบแบบขนนก เรียงสลับบนลำต้น ใบเป็นรูปรี ปลายใบมน โคนใบมน ขอบใบเรียบ ใบเป็นสีเขียว ก้านใบมีหนามแหลม
ดอกโสน ลักษณะดอกเป็นช่อกระจุก ออกดอกตามซอกใบ ซอกกิ่ง และปลายกิ่ง ดอกเป็นสีเหลือง ดอกโสนจะออกดอกในช่วงปลายฤดูฝน ประมาณเดือนกันยายนถึงเดือนตุลาคมของทุกปี
ผลโสน ลักษณะเป็นฝักยาว ฝักอ่อนเป็นสีเขียว ฝักแก้เป็นสีม่วงและสีน้ำตาล ภายในมีเมล็ดขนาดเล็กจำนวนมาก เมล็ดเป็นรูปทรงกลม สีน้ำตาลเป็นมันเงา
คุณค่าทางโภชนาการของโสน

สำหรับการรับประทานโสนเป็นอาหาร นิยมรับประทานดอกโสนเป็นอาหาร ซึ่งนักโภชนาการได้ศึกษาคุณค่าทางโภชนาการของดอกโสน ขนาด 100 กรัม พบว่า ให้พลังงาน 38 กิโลแคลอรี มีสารอาหารสำคัญประกอบด้วย ไขมัน 0.5 กรัม คาร์โบไฮเดรต 5.9 กรัม โปรตีน 2.5 กรัม กากใยอาหาร 2.2 กรัม ความชื้น 87.7 กรัม วิตามินเอ 3,338 หน่วยสากล วิตามินบี 1 0.13 มิลลิกรัม วิตามินบี 2 0.26 มิลลิกรัม วิตามินซี 51 มิลลิกรัม แคลเซียม 62 มิลลิกรัม ธาตุเหล็ก 2.1 มิลลิกรัม ฟอสฟอรัส 62 มิลลิกรัม

สล็อตออนไลน์

ดอกโสน มีสารเควอเซทิน ไกลโคไซด์ ( Quercetin 3-2 (G)-rhamnosylrutinoside ) เป็นสารฟลาโวนอยด์ มีฤทธิ์หยุดยั้งการแบ่งตัวของเซลล์มะเร็ง ลดอาการอักเสบ

สรรพคุณของโสน

สำหรับการนำโสนมาใช้ประประโยชน์ด้านการบำรุงร่างกายและการรักษาโรค สามารถใช้ประโยชน์จากดอก ราก ลำต้น ใบ ซึ่งสรรพคุณของโสน มีดังนี้

ดอกโสน สรรพคุณแก้พิษร้อน ลดไข้ เป็นยาสมานลำไส้ แก้อาการปวด ถอนพิษจากแมลงสัตว์กัดต่อย
รากโสน สรรพคุณแก้ร้อน
ลำต้นโสน สรรพคุณช่วยขับปัสสาวะ
ใบของโสน สรรพคุณรักษาแผล รักษาแผลฝี
โทษของโสน

ดอกโสนนิยมนำมาทำอาหารรับประทาน ซึ่งดอกโสนมีสรรพคุณแก้พิษร้อน ลดไข้ เป็นยาสมานลำไส้ แก้อาการปวด ถอนพิษจากแมลงสัตว์กัดต่อย การนำดอกโสนมารับประทานควรทำความสะอาด ไม่ให้มีสิ่งเจือปน

การขยายพันธุ์โสน

โสนสามารถขยายพันธุ์ได้โดยการใช้เมล็ดในธรรมชาติ เมื่อฝักแก่ของโสนแห้งก็จะแตกออกแล้วเมล็ดก็จะตกลงสู่พื้นแล้วเจริญเติบโตงอกเป็นต้นใหม่ขึ้นมา เราจึงมักเห็นโสนในธรรมชาติออกเป็นทุ่งโสน หนาแน่นหลายๆต้น แต่การปลูกโสนในเชิงพาณิชย์นั้นสามารถทำได้ดังนี้

ก่อนอื่นต้องเตรียมพื้นที่ปลูกโสนโดยพื้นที่ปลูกโสนจะต้องเป็นพื้นที่ลุ่ม ที่มีความชื้นสูง เช่น แปลงนาลุ่ม ขอบบ่อ ขอบแม่น้ำ ลำคลองและพื้นที่รกร้างที่น้ำท่วมขังบางครั้งคราว และจะต้องเตรียมแปลงด้วยการกำจัดวัชพืชออกก่อน และตากดินนาน 10-20 วัน ส่วนวิธีการปลูกจะใช้วิธีการหว่านหรือหยอดเมล็ด หากใช้วิธีหยอดเมล็ดเป็นหลุมจะใช้ระยะปลูก 25×50 เซนติเมตร ส่วนการหยอดเป็นแถวๆ จะใช้ระยะห่างแถวประมาณ 100 เซนติเมตร สำหรับการหว่านลงแปลงจะใช้การกะระห่างให้เหมาะสม ทั้งนี้ ปริมาณเมล็ดที่ใช้อยู่ที่ 3-5 กิโลกรัม/ไร่ โดยหลังจากปลูกโสนแล้ว 40-50 วัน ดอกจะเริ่มบาน ก็สามารถเก็บดอกใช้ประโยชน์ได้

jumboslot

รูปแบบและขนาดวิธีใช้

ใช้แก้พิษร้อนถอนพิษไข้ บำรุงสายตา บำรุงผิวพรรณ ช่วยให้เจริญอาหาร โดยการใช้ดอกโสนมาประกอบอาหารรับประทาน ใช้ลดไข้สมานแผลในลำไส้ แก้ปวดมวนท้อง แก้พิษร้อนใน โดยการนำดอกโสนแห้งมาต้มกับน้ำดื่ม หรือชงแบบชาเขียวดื่มก็ได้ ช่วยขับปัสสาวะ แก้อาการปัสสาวะเล็ด โดยนำต้นโสนมาเผาให้เกรียบแล้วต้องเป็นชิ้นพอประมาณ นำมาแช่น้ำให้เป็นด่างแล้วใช้ดื่ม ใช้รักษาแผล ถอนพิษฝี ถอนพิษแมลงสัตว์กัดต่อยโดยนำใบโสนมาตำพอกบริเวณที่เป็น หรือใช้ใบโสนตำผสมกับดินสอพองพอกบริเวณที่เป็นฝี

การศึกษาทางเภสัชวิทยา

ฤทธิ์ฆ่าเซลล์มะเร็ง มีการศึกษาฤทธิ์ชีวภาพของเควอเซทินจากดอกโสนพบว่า เควอเซทิน(Quercetin 3-2 (G)-rhamnosylrutinoside) มีฤทธิ์กระตุ้นให้เซลล์มะเร็งตายด้วยกระบวนการอะพ็อปโทซิส (apoptosis) โดยจะเข้าไปหยุดยั้งการแบ่งเซลล์ของเซลล์มะเร็ง และระงับการอักเสบ รวมถึงป้องกันอันตรายของเซลล์ปกติต่อความเครียดจากกระบวนการต้านอนุมูลอิสระได้

นอกจากนี้ในต่างประเทศยังมีการศึกษาวิจัย สาร B-Carotene ในดอกโสน พบว่ามีฤทธิ์ ต้านอนุมูลอิสระ ช่วยกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกัน ของร่างกาย ป้องกันโรคมะเร็ง ป้องกันจอประสาทตาเสื่อม ป้องกันโรคหัวใจและหลอดเลือด ป้องกันการเกิดริ้วรอยได้อีกด้วย

ข้อแนะนำและข้อควรระวัง

ในการใช้ดอกโสนเพื่อเป็นยาสมุนไพรสำหรับบำบัดรักษาโรคต่างๆ นั้น ควรระมัดระวังในการใช้เช่นเดียวกันกับการใช้สมุนไพรชนิดอื่นๆ โดยควรใช้ในปริมาณที่พอดีที่ระบุไว้ในตำรับตำรายาต่างๆ ไม่ควรใช้ในปริมาณที่มากจนเกินไปหรือใช้ติดต่อกันนานจนเกินไปเพราะอาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพได้ สำหรับ เด็ก สตรีมีครรภ์ ผู้ป่วยโรคเรื้อรัง รวมถึงผู้ที่ต้องรับประทานยาต่อเนื่องเป็นประจำก่อนจะใช้โสนเป็นสมุนไพรสำหรับบำบัดรักษาโรคต่างๆ นั้น ควรปรึกษาแพทย์ก่อนใช้เสมอ

slot

นอกจากนี้ดอกโสนก็มีคุณสมบัติที่ดีต่อสุขภาพ เพราะเป็นดอกไม้ที่อุดมไปด้วยสารอาหารทางโภชนาการ แร่ธาตุและวิตามินที่ร่างกายต้องการทุกวัน ดังนั้นดอกโสนจึงมีสรรพคุณเป็นยาที่เรานำมาใช้เพื่อรักษาและป้องกันได้สารพัดโรค โดยเฉพาะการทำเป็นชาดอกไม้ที่กำลังได้รับความนิยมมาก ถ้าไม่เชื่อก็ลองตามเรามาดูคุณค่าของดอกโสนกันเลยดีกว่า

  1. ดอกโสนมีสรรพคุณต่อต้านเซลล์มะเร็งได้ ดอกโสนได้รับการทำวิจัยจากสถาบันการศึกษาในประเทศไทยพบว่า มีสารเคมีสำคัญที่มีประสิทธิภาพช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็งได้สูง ทำให้ป้องกันโรคมะเร็งได้
  2. ดอกโสนมีสารต้านอนุมูลอิสระหลายชนิด จึงถูกนำมาแปรรูปเป็น ชาดอกโสน รวมไปถึงใบก็ใช้ทำชายอดใบโสนได้ด้วยเช่นกัน ซึ่งจะช่วยชะลอความเสื่อมของเซลล์ ป้องกันไม่ให้ผิวพรรณเหี่ยวย่นหรือหยาบกร้านก่อนวัย และเสริมสร้างให้ร่างกายมีภูมิต้านทานโรคสูง
  3. ดอกโสนเป็นพืชดอกที่มีรสจืดและเย็น มีสรรพคุณช่วยแก้พิษร้อน ถอนพิษไข้ ลดความร้อนในร่างกายและแก้กระหายน้ำ
  4. ประโยชน์ของดอกโสนนำมาต้มน้ำดื่มใช้เป็นยาขับปัสสาวะ บำรุงและรักษาไต
  5. ดอกโสนมีสรรพคุณเป็นยาถอนพิษจากแมลงสัตว์กัดต่อย รักษาแผลสด ด้วยการนำดอกมาบดแล้วใช้พอกแผล
  6. ดอกโสนอุดมด้วยเส้นใยอาหาร จึงมีคุณสมบัติที่ช่วยให้การทำงานของลำไส้ดีขึ้น และมีฤทธิ์ช่วยสมานแผลในลำไส้ ส่งผลต่อระบบการขับถ่ายให้ดีตามไปด้วย ไม่มีปัญหาเรื่องการขับถ่าย
  7. ดอกโสนมีสรรพคุณช่วยบรรเทาอาการปวดมวนท้อง รักษาโรคลำไส้แปรปรวนบ่อยๆ หรือเหมาะกับคนที่มักมีอาการปวดท้องแบบเป็นๆ หายๆ เป็นประจำ
  8. ดอกโสนมีคุณค่าของสารอาหารทางโภชนาการมากมาย โดยเฉพาะแคลเซียมและฟอสฟอรัสที่มีหน้าที่สำคัญร่วมกันคือ ช่วยบำรุงกระดูก ฟัน และบำรุงสมองให้แข็งแรง