โรคต่างๆ

ประโยชน์ของกีบแรด

ว่านกีบแรดเป็นพืชที่มีเขตการกระจายพันธุ์กว้าง พบได้ตั้งแต่ไต้หวัน , มาเลเซีย ,ออสเตรเลีย นิวกินี และหมู่เกาะในมหาสมุทรแปซิฟิก ในประเทศไทยพบได้ทั่วทุกภาคของประเทศ มักพบขึ้นเองตามสภาพของเขา ตามป่าชื้น ป่าดิบเขาที่มีร่มเงาและมีความชื้นสูง ใกล้แหล่งน้ำ ตามที่รกร้างทั่วไป โดยเฉพาะตามห้วยต่าง ๆ

เครดิตฟรี

ประโยชน์และสรรพคุณกีบแรด
เป็นยาบำรุงกำลัง ยาอายุวัฒนะ
เป็นยาลดบวม
ขับปัสสาวะ
แก้ปวดเมื่อย
รักษาแผลในปากและคอ
บำรุงเลือดและบำรุงกำลัง
ใช้เป็นยาลดความดัน
ยาแก้กำเดา
ช่วยแก้อาการปวดศีรษะ
ช่วยแก้ตาเจ็บ
ช่วยแก้น้ำลายเหนียว
แก้อาเจียน
ขับปัสสาวะ
แก้ท้องร่วง
ใช้เป็นยาแก้ฝีหัวคว่ำ
รักษาพิษตานซางของเด็ก
แก้ท้องอืด
รักษาโรคมะเร็ง
โรคหัวใจ
เป็นยาบรรเทาอาการไข้ ร้อนในกระหายน้ำ
แก้พิษหัด พิษอีสุกอีใส
รากเป็นยาห้ามเลือด

สล็อต

รูปแบบและขนาดวิธีใช้กีบแรด

ลำต้นใต้ดินหรือเหง้าหัว รสเย็นจืดฝาด แก้ไข้ ปรุงเป็นยารักษาพิษตานซางของเด็ก เป็นยาฝาดสมานรักษาอาการท้องร่วง รักษาอาการอาเจียน ซึ่งส่วนมากใช้คู่กับว่านร่อนทอง แก้ไข้กาฬต่าง ๆ แก้กาฬมูตร แก้ปวดศีรษะ ขับปัสสาวะ และเป็นยาอายุวัฒนะอย่างดี แก้พิษกำเดา พิษฝีหัวคร่ำ แก้แผลเป็นในปากและลำคอ แก้น้ำลายเหนียว และแก้ตาเจ็บ

ใบ รสเฝื่อน ใช้ใบแก่และสดรักษาอาการไอ โดยการตำแล้วพอกคอ จะทำให้อาการไอทุเลาได้, นอกจากนี้ใบอ่อนยังรับประทานเป็นผักได้

ราก รสจืดเย็นฝาด ใช้ห้ามเลือด โดยการตำพอกแผล

ว่านนี้สัตว์ป่าชอบกินมาก แสดงว่ามีสรรพคุณทางยาสูง การเก็บรักษาหัวว่าน ให้นำมาตากแห้งแล้วเอาไปย่างไฟอีกครั้งจะทำให้อยู่ได้นาน

วิธีและปริมาณที่ใช้

แก้ไข้ ปวดศีรษะ โดยใช้เหง้าหัวใต้ดิน ล้างให้สะอาด หั่นเป็นชิ้นตากแดดให้แห้ง ใช้ประมาณ 5 กรัม นำมาต้มในน้ำสะอาด 1 ลิตร กรองเอาน้ำดื่ม วันละ 2-3 ครั้ง
รักษาอาการไอ โดยใช้ใบสดประมาณ 10-15 กรัม นำมาโขลกแล้วพอกบริเวณคอ

สล็อตออนไลน์

ยอดอ่อน ทุบแล้วนำไปต้ม เอามาประคบหัวเข่า แก้อาการปวด (กะเหรี่ยงแม่ฮ่องสอน) นำมาสับแล้วตากให้แห้ง นำมาบดผสมกับน้ำผึ้งเดือนห้า ดีปลี และพริกไทย ปั่นเป็นลูกกลอน กินเป็นยาบำรุงกำลัง ตำรับยาแก้อาการนอนไม่หลับ ระบุให้ใช้ว่านกีบแรด รากหญ้าคา รากหญ้านาง และเนระพูสี อย่างละพอสมควร นำมาต้มให้เดือด ใช้ดื่มก่อนนอน 1 แก้ว จะช่วยทำให้หลับสบายดี หัวกีบแรดใช้ต้มกับน้ำกินเป็นยาแก้ไข้ตัวร้อน แก้ไข้พิษ ไข้กาฬหัวกีบแรดใช้ต้มกับน้ำกินเป็นยาแก้แผลในปากและในคอ ด้วยการใช้หัวว่านกีบแรด นำมาฝนกับน้ำหรือต้มเคี่ยว ใช้เป็นยาทาหรืออมไว้ให้ตัวยาสัมผัสกับแผล ชาวกะเหรี่ยงแม่ฮ่องสอนจะใช้โคนก้านใบที่อยู่ใต้ดินนำมาต้มกับน้ำกินเป็นยาแก้อาการตัวบวม หัวนำมาหั่นตากดองกับเหล้าหรือต้มกับน้ำกินเป็นยาแก้ปวดหลัง ปวดเอว ว่านกีบแรดจัดอยู่ในตำรับยา “ยาเขียวหอม”ซึ่งเป็นตำรับยามีส่วนประกอบของว่านกีบแรดร่วมกับสมุนไพรชนิดอื่นๆ ในตำรับโดยมีสรรถคุณเป็นยาบรรเทาอาการไข้ร้อนในกระหายน้ำ แก้พิษหัด พิษอีสุกอีใส

ลักษณะทั่วไปกีบแรด
เฟินกีบแรด เป็นเฟินดิน ชอบร่มเงา และต้องการความชื้นในอากาศสูง ในประเทศไทยพบทั่วไปตามป่าดิบเขาที่มีร่มเงาและความชื้นสูง มีข้อสันนิษฐานว่า เฟินกีบแรดต้องอาศัยอยู่ร่วมกับเชื้อราที่ระบบรากของกีบแรด เพื่อให้เชื้อราช่วยย่อยสลายสารอินทรีย์ ให้กลายเป็นธาตุอาหารให้กับรากของกีบแรดดูดซึมเข้าไป โดยลำพังมันไม่สามารถดูดซับเองได้ และกีบแรดแลกเปลี่ยนแป้งและน้ำตาลให้กับเชื้อราคืนด้วย หากไม่มีเชื้อรา กีบแรดอาจจะไม่เจริญเติบโตได้
ลักษณะต้นกีบแรด เป็นเฟินที่มีขนาดใหญ่ มีลำต้นเป็นหัวอยู่ฝังที่ระดับผิวดิน เป็นเนื้ออวบอ้วน ที่หัวมีร่องรอยบุ๋มรอบหัว ซึ่งเกิดจากขั้วของก้านใบที่หลุดออก เหลือไว้เป็นร่อง มองดูคล้ายกีบเท้าแรด สมชื่อที่เรียกว่า กีบแรด เคยมีคนบอกว่า เห็นที่เชียงใหม่ ขนาดของหัวใหญ่ เส้นผ่าศูนย์กลางถึง 1.5 ม.

jumboslot

ใบว่านกีบแรด ใบเป็นใบประกอบแบบขนนก 2 ชั้น ใบรวมทั้งหมดยาวประมาณ 1.8-4.5 เมตร และกว้างได้ถึง 2 เมตร ใบย่อยมีลักษณะเป็นรูปขอบขนานหรือรูปใบหอก ปลายใบแหลม โคนใบมนไม่เท่ากันหรือเป็นรูปหัวใจตื้น ๆ และเบี้ยว ส่วนขอบใบจักมน จักเป็นฟันเลื่อย หรือจักถี่ ๆ ตลอดทั้งขอบใบ ใบย่อยมีขนาดกว้างประมาณ 1-4 เซนติเมตร และยาวประมาณ 10-30 เซนติเมตร หลังใบและท้องใบเรียบ เนื้อใบค่อนข้างหนา อวบน้ำ มีเมล็ดสีน้ำตาล หลังใบด้านบนเป็นสีเขียวเข้มเป็นมัน ส่วนด้านล่างเป็นสีเขียวอ่อน เส้นแขนงใบอิสระแยกสาขาเป็นคู่ จำนวนมาก ก้านใบย่อยบวม ยาวประมาณ 3-8 มิลลิเมตร ก้านใบร่วมมีขนาดใหญ่ ลักษณะอวบกลม ตามใบแก่จะมีอับสปอร์สีน้ำตาล เรียงติดกันเป็นแถวอยู่ใกล้กับขอบใบตรงด้านท้องใบ กลุ่มอับสปอร์จะอยู่ห่างจากขอบใบประมาณ 1 มิลลิเมตร ลักษณะเป็นรูปรี ประกอบด้วย 7-12 อับสปอร์ ผนังเชื่อมติดกัน ไม่มีเยื่อคลุมกลุ่มอับสปอร์
หัวกีบแรด จะมีลักษณะคล้ายกับกีบเท้าของแรดหรือกระบือ หัวนั้นจะเป็นสีน้ำตาลแก่ แต่ถ้าหักหัวดูภายในเป็นสีเหลืองเหมือนขมิ้น และมีรสเย็นฝาด

slot

ใช้สปอร์ หรือ ใช้กีบด้านข้างลำต้น นำไปชำในที่ร่มและชื้น แต่ใช้ระยะเวลานานมากกว่าจะแตกตาต้นใหม่
การปลูกเลี้ยงกีบแรด : ฝังหัวเหง้าลงตื้นๆ ให้หัวโผล่อยู่ที่ผิวเครื่องปลูก สำหรับวัสดุปลูก ชอบสภาพเป็นกรดเล็กน้อย มีใบไม้ผุมากๆ และโปร่ง ผสมทรายหยาบบ้าง เพื่อให้ระบายน้ำและระบบรากถ่ายเทอากาศดี ชอบแสงรำไรและอากาศชุ่มชื้น เหมาะปลูกเป็นสวนป่า หรือปลูกลงกระถางก็สวยงามดี หากปลูกในกระถาง ควรเลือกกระถางให้ใหญ่กว่าหัวมากหน่อย แต่หากปลูกลงดิน จะเจริญเติบโตได้ดีกว่า ปกติให้ใบใหม่ช้า แต่เมื่อใบอ่อนเริ่มงอก จะโตได้รวดเร็ว และไม่ทิ้งใบบ่อย ต้นที่ปลูกอยู่บ้าน แต่ละใบอยู่ให้เห็น 1-2 ปี ในช่วงที่ออกใบอ่อนใหม่ หากมีช่วงขาดน้ำ เมื่อได้รับน้ำอีกครั้ง มันจะเกิดเป็นปุ่มตาที่ก้านใบ ที่ดูเหมือนเป็นข้อที่ก้านใบ

ฤทธิ์ทางเภสัชวิทยา

กูดกีบม้าก็เหมือนกับสมุนไพรพื้นบ้านไทยอื่นๆ ที่มีการศึกษาวิจัยน้อยมาก แต่อย่างไรก็ตามมีรายงานการศึกษาในห้องทดลองพบว่า สารในกูดกีบม้ามีฤทธิ์ในการต้านมะเร็ง แต่เป็นฤทธิ์อ่อน นอกจากนี้ยังมีฤทธิ์ต้านเชื้อ HIV ด้วย

ข้อแนะนำและข้อควรระวัง

การใช้ว่านกีบแรด โดยเฉพาะส่วนหัวนั้นส่วนมากจะนิยม ใช้คู่กับว่านร่อนทอง (Globba malaccen sis Ridl.) เพราะเสริมฤทธิ์กันได้ดี