โรคต่างๆ

ประโยชน์ของสะค้าน

สะค้านพบได้ในทุกภาคของประเทศไทย ที่มีสภาพป่าดิบชื้น โดยพืชสกุลพริกไทยส่วนใหญ่แล้วมีแหล่งที่สำรวจพบอยู่ในเขตร้อนชื้น จากการสำรวจความหลากหลายในประเทศไทยจนถึงปัจจุบันซึ่งรวบรวมไว้ใน “หนังสือพืชสกุลพริกไทยในประเทศไทย” พืชสกุลพริกไทยในประเทศไทยทั้งสิ้น 42 ชนิด และอีก 1 ตัวอย่าง ที่ยังไม่สามารถระบุชนิดได้

เครดิตฟรี

ประโยชน์และสรรพคุณสะค้าน
แก้ลมอัมพฤกษ์
แก้ลมในทรวงอก
ขับลมในลำไส้
ใช้เป็นยาบำรุงกำลัง
แก้ไข้
แก้หืด
แก้จุดเสียด
รักษาธาตุ
ใช้เป็นยาแก้ลมในกองเสมหะโลหิต
เป็นยาแก้ลมอัมพฤกษ์
ใช้เป็นยาแก้ลมแน่นในทรวงอก
แก้ธาตุพิการ
บำรุงธาตุทำให้ผายเรอ
แก้โรคเบื่ออาหาร มือเท้าเย็น ปากแห้ง คอแห้ง คลื่นเหียนอาเจียนจนถึงขั้นหายใจขัด

รูปแบบและขนาดวิธีใช้สะค้าน

สล็อต

ขับลม , แก้จุกเสียดแน่น โดยใช้เถาสดความยาว 1 คืบ หรือประมาณ 50 – 70 กรัม ฝานเป็นแว่นตากแดดให้แห้ง นำมาต้มในน้ำประมาณ 500 ซีซี ประมาณ 10 – 15 นาที กรองเอาน้ำดื่มวันละ 2 3 เวลา ก่อนอาหาร
ลำต้น ตากแห้งผสมกับ เปลือกลำต้นนางพญาเสือโคร่ง ลำ ต้นฮ่อสะพายควาย ม้ากระทืบโรง ตานเหลือง มะตันขอ ข้าวหลามดง หัวยาข้าวเย็น แก่นฝาง ไม้มะดูก และ โด่ไม่รู้ล้มต้มน้ำดื่มเป็นยาบำรุงกำลัง แก้อาการปวดเมื่อย(คนเมือง)
ยาตรีพิกัด ยาแคปซูล (รพ.)
สูตรตำรับ: ในผงยา 90 กรัม ประกอบด้วย

  1. เนื้อลูกสมอไทย เนื้อลูกสมอพิเภก เนื้อลูกมะขามป้อม หนักสิ่งละ 10 กรัม
  2. เหง้าขิงแห้ง พริกไทยล่อน ดอกดีปลี หนักสิ่งละ 10 กรัม
  3. รากเจตมูลเพลิงแดง รากช้าพลู เถาสะค้าน หนักสิ่งละ 10 กรัม
    ข้อบ่งใช้: ปรับสมดุลธาตุ
    ขนาดและวิธีใช้:รับประทานครั้งละ 250 – 500 มิลลิกรัม วันละ 3 ครั้ง ก่อนอาหาร
    ยาเบญจกูล ยาแคปซูล ยาผง ยาเม็ด ยาลูกกลอน ยาแคปซูล (รพ.) ยาชง (รพ.) ยาเม็ด (รพ.)
    สูตรตำรับ:ในผงยา 100 กรัม ประกอบด้วย ดอกดีปลี รากช้าพลู เถาสะค้าน รากเจตมูลเพลิงแดง เหง้าขิงแห้ง หนักสิ่งละ 20 กรัม
    ข้อบ่งใช้:บำรุงธาตุ แก้ธาตุให้ปกติ

สล็อตออนไลน์

ขนาดและวิธีใช้สะค้าน

• สะค้านชนิดชง รับประทานครั้งละ 1.5 – 2 กรัม วันละ 3 ครั้ง หลังอาหาร
• สะค้านชนิดผง รับประทานครั้งละ 800 มิลลิกรัม – 1 กรัม วันละ 3 เวลา หลังอาหาร
• สะค้านชนิดแคปซูล ชนิดเม็ด และชนิดลูกกลอน รับประทานครั้งละ 800 มิลลิกรัม – 1 กรัม วันละ 3 ครั้ง หลังอาหาร
ยาปลูกไฟธาตุ ยาแคปซูล (รพ.) ยาลูกกลอน (รพ.)
สูตรตำรับ: ในผงยา 100 กรัม ประกอบด้วย

  1. พริกไทยล่อน หนัก 50 กรัม
  2. ดอกดีปลี รากช้าพลู ผักแพวแดง (ทั้งต้น) เถาสะค้าน เหง้าขิงแห้ง ลูกผักชีล้อม เหง้าว่านน้ำ หัวแห้วหมู ผิวมะกรูด ลูกพิลังกาสา หนักสิ่งละ 5 กรัม
    ข้อบ่งใช้:ปลูกไฟธาตุให้บริบูรณ์ ปรับระบบการย่อยอาหารให้ดีขึ้น
    ขนาดและวิธีใช้:รับประทานครั้งละ 500 มิลลิกรัม – 1.5 กรัม วันละ 3 ครั้ง ก่อนอาหาร

jumboslot

ลักษณะทั่วไปสะค้าน
ไม้เถาเลื้อย ลำต้นอวบอ้วนขนาดใหญ่ ทุกส่วนเกลี้ยง รูปทรงและขนาดของใบพบได้หลากหลาย เนื้อใบเหนียวและหนามาก ใบบนลำต้นมีขนาดเล็กกว่ามาก ส่วนใหญ่แผ่นใบรูปสามเหลี่ยมแคบโดยเรียวไปทางปลายใบ หรือรูปไข่แคบ ฐานใบเว้าลึกพูมน สมมาตรหรือไม่สมมาตร ปลายใบแหลม ใบบนกิ่งแผ่นใบรูปรี ฐานใบเว้ารูปหัวใจ ปลายใบแหลมหรือเรียวแหลม แผ่นใบทั้งสองแบบขนาด 5-11.5 x 8-22 ซม. เส้นใบมีจำนวน 9 เส้น มี 3 คู่ออกจากฐานใบ เส้นอื่นๆ ออกจากเส้นกลางใบเหนือฐานใบ 2-3 ซม. ช่อดอกเพศผู้ห้อยลง ขนาด 0.1-0.2 x 5-8 ซม. ก้านช่อดอกยาว 0.5-0.8 ซม. ใบประดับมีก้าน เกสรเพศผู้ 4 อัน ช่อผลยาว 2-18 ซม. ผลกลม เส้นผ่าศูนย์กลาง 0.3-0.6 ซม. เมื่อแก่มีสีเขียวแกมเหลือง เมื่อสุกมีสีแดง ก้านผลยาว 0.5-0.6 ซม
สะค้าน เป็นพืชสกุลพริกไทย (genus Piper) ชนิดที่เกิดในป่าหรือไม่ระบุชนิด มักมีชื่อเรียกทั่วไปว่า สะค้าน จะค้าน หรือตะค้าน ซึ่งมีการนำมาใช้ประโยชน์หลายประการ รับประทานเป็นผัก นำมาปรุงอาหาร ใช้เป็นสมุนไพรพื้นบ้าน ปลูกเป็นไม้ประดับ และใช้ในพิธีกรรมต่างๆ
เครื่องยาที่เรียก “สะค้าน” นี้อาจได้จากเถาของพืชในสกุล Piper ( วงศ์ Piperaceae) หลายชนิด เช่น Piper interruptum Opiz ที่ทางพายัพเรียก “จะค้าน” ชนิด Piper ribesoides Wall. ทีเรียก “ตะค้านเล็ก” (ตราด) หรือ “ตะค้านหยวก” (นครราชสีมา) หลายชนิดพบในป่าทางพายัพ ชาวบ้านใช้ปรุงแต่งรสอาหาร ในที่นี้เราจึงจะนำเสนอ ชนิด Piper ribesoides Wall. ที่พบได้ทั่วไปและนิยมนำมาใช้เป็นสมุนไพรพื้นบ้าน

slot

การขยายพันธุ์สะค้าน
สะค้านเป็นพันธุ์ไม้ป่า ขึ้นได้ดีในดินร่วนซุย ระบายน้ำดี มีแสงรำไร ชอบเกาะตามต้นไม้ขนาดใหญ่ จึงไม้นิยม นำมาเพาะพันธุ์ เพราะมักจะตายง่าย แต่มีรายงานว่า เริ่มมีการพยายามนำมาขยายพันธุ์อีกครั้งโดยการเพาะเมล็ด

ข้อแนะนำและข้อควรระวัง

เนื่องจากสะค้านมีฤทธิ์เผ็ดร้อน จึงไม่ควรบริโภคหรือใช้เป็นสมุนไพรมากเกินไป
ข้อห้ามใช้: ห้ามใช้ในหญิงตั้งครรภ์ ห้ามใช้ในหญิงตกเลือดหลังคลอด ผู้ที่มีไข้ และเด็กเล็ก

ข้อควรระวัง
• ไม่ควรใช้ยานี้ในฤดูร้อน ส่งผลให้ไฟธาตุกำเริบ
• ควรระวังการใช้ร่วมกับยา phenytonin, propranolol, theophylline และ rifampicin เนื่องจากตำรับนี้มีพริกไทยและดอกดีปลีในปริมาณสูง
• ไม่ควรรับประทานติดต่อกันนานเกิน 7 วัน
อาการไม่พึงประสงค์: แสบร้อนยอดอก