โรคต่างๆ

ประโยชน์ดีๆของทับทิม

ทับทิมมีถิ่นกำเนิดจากตะวันออกของประเทศอิหร่าน ทางตอนใต้ของอัฟกานิสถานและทางตอนเหนือของเทือกเขาหิมาลัย ทับทิมจึงชอบอากาศหนาวเย็นและอยู่บนพื้นที่สูงกว่าระดับน้ำทะเลอย่างน้อย 300 เมตร ยิ่งอากาศหนาวเนื้อทับทิมจะมีสีแดงเข้มมากขึ้น ทับทิมคงเป็นพืชที่ได้รับความนิยมมากว่าพันปีแล้ว จึงมีการปลูกแพร่กระจายออกไปทั้งในเขตร้อน (tropical) และกึ่งร้อน (Sub-tropical) ของทวีปเอเชีย ยุโรป รวมทั้งในทวีปแอฟริกาด้วย พันธุ์ทับทิมเก่าแก่ที่มีการปลูกทับทิมในประเทศไทยในระยะแรกนั้น คือ พันธุ์บางปลาสร้อย ที่มีแหล่งปลูกมากในแถบภาคใต้บริเวณอำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ และจังหวัดใกล้เคียง แล้วค่อยแพร่ไปสู่จังหวัดอื่นๆ

เครดิตฟรี

ประโยชน์และสรรพคุณทับทิม
น้ำทับทิมมีสารต้านอนุมูลอิสระหลายชนิด และมีประสิทธิภาพสูงมากสามารถลดภาวะการแข็งตัวของเลือดจากไขมันในเลือดสูง
บรรเทาโรคโรคหัวใจและความดันโลหิตสูง
ช่วยเพิ่มพลังและความงาม
ช่วยส่งเสริมการทำงานของหลอดเลือด ลดการแข็งตัวของหลอดเลือดแดงและช่วยเสริมสุขภาพของหัวใจให้ดีขึ้น
แก้ท้องเสีย แก้บิด ปิดธาตุ
แก้แผลพุพองเน่าเปื่อย ห้ามเลือด
แก้ตกขาว
แก้หิด กลาก
ช่วยในการสมานแผล
ช่วยขับพยาธิ ขับพยาธิเส้นด้าย ไส้เดือน ตัวตืด
แก้ตานขโมย
แก้เจ็บในคอ
แก้โรคลักปิดลักเปิด
บำรุงกระเพาะอาหาร
ทำให้เจริญอาหาร
แก้ปวดกระเพาะอาหาร
แก้จุกแน่นอาหารไม่ย่อย
แก้ปวดเอว
เป็นยาบำรุงกำลัง
แก้อาเจียนเป็นเลือด แก้เลือดกำเดา
โรคเสื่อมสมรรถภาพทางเพศ
ป้องกันมะเร็งต่อมลูกหมาก
รักษาโรคอ้วน
ช่วยต้านโรค HIV

สล็อต

ทับทิม เป็นผลไม้ที่ได้รับความนิยมสูงเนื่องจากอุดมไปด้วยสารสกัดที่มีประโยชน์ มากมาย ซึ่งสารสกัดสำคัญที่พบในทับทิมคือ สารประกอบฟีนอลิก มีสรรพคุณในการต้านมะเร็งหลายชนิด เช่น มะเร็งผิวหนัง มะเร็งตับ และมะเร็งเต้านม ลดการอักเสบและการแพ้ ยับยั้งเชื้อไวรัสและแบคทีเรีย ชะลอการเกิดโรคอัลไซเมอร์ รักษา อาการท้องเสีย และเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ดังนั้นจึงช่วยชะลอความเสื่อมของอวัยวะต่าง ๆ โดยส่วนใหญ่นิยมบริโภคใน รูปของน้ำทับทิม ซึ่งน้ำทับทิมมีสรรพคุณช่วยลดระดับไขมันในหลอดเลือด ลดระดับกลูโคสในผู้ป่วยเบาหวาน จึงนับได้ว่า ทับทิมเป็นผลไม้ที่มีคุณค่าต่อร่างกายอย่างแท้จริง

รูปแบบและขนาดวิธีใช้ทับทิม

• การถ่าย และกำจัดพยาธิ ให้ใช้เปลือกลำต้นหรือราก 1-2 กำมือ นำมาต้มเคี่ยวนาน 2-3 ชั่วโมง แล้วดื่มก่อนอาหารทุกวัน วันละ 3 ครั้ง นาน 5-7 วัน ถ่ายพยาธิตัวตืดและพยาธิตัวกลม ได้ผลดี
• ใช้เปลือกสดของราก , ต้น ที่เก็บใหม่ๆ 60 กรัม หรือประมาณ 1/2 กำมือ เติมกานพลูหรือกระวานลงไปเล็กน้อย เพื่อแต่งรส ต้มกับน้ำ 3 ถ้วยแก้ว เคี่ยวให้เหลือ 1 1/2 ถ้วยแก้ว รับประทานครั้งละ 2 ช้อนโต๊ะ (30 ซี.ซี.) หลังจากนั้นประมาณ 2 ชั่วโมง รับประทานยาถ่าย เช่น ดีเกลือ 2 ช้อนโต๊ะตาม ควรอดอาหารก่อนรับประทานยา
• รักษาท้องร่วง ท้องเสีย ให้นำรากหรือลำต้นมาต้มเคี่ยวนาน 2 ชั่วโมง ก่อนดื่มวันละ 3-4 ครั้ง หลังเกิดอาการท้องเสีย และดื่มติดกัน 1-2 วัน จนกว่าอาการจะหาย
• ยาแก้ท้องร่วง ท้องเดิน (ไม่ใช่บิด หรือ อหิวาตกโรค) ใช้เปลือกผล ตากแดดให้แห้ง ประมาณ 1/4 ของผล ฝนกับน้ำฝนหรือน้ำปูนใสให้ข้นๆ รับประทานครั้งละ 1-2 ช้อนแกง หรือต้มกับน้ำปูนใส แล้วดื่มน้ำที่ต้มก็ได้
• บิด (มีอาการปวดเบ่ง และมีมูก หรืออาจมีเลือดด้วย)ใช้เปลือกผลแห้งของทับทิม ครั้งละ 1 กำมือ (3-5 กรัม) ต้มกับน้ำ ดื่มวันละ 2 ครั้ง อาจใช้กานพลูหรืออบเชยแต่งกลิ่นให้น่าดื่มก็ได้
อย่างไรก็ตามก็ยังไม่มีการระบุชัดเจนว่าเราควรกินน้ำทับทิม หรือสารสกัดจากทับทิมในปริมาณเท่าไหร่ถึงจะเหมาะสมมันขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่างเช่น อายุ สุขภาพ และปัจจัยอื่นๆ แต่อย่างไรก็ตามถ้าคุณต้องกินสารสกัดจากทับทิมคุณควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ หรือกินตามปริมาณที่ติดตามฉลากของผลิตภัณฑ์นั้นๆจะดีที่สุด

สล็อตออนไลน์

ลักษณะทั่วไปทับทิม
รากทับทิม รากทับทิมตามธรรมชาติที่ขยายพันธุ์ด้วยการเพาะเมล็ดจะมีระบบรากแก้ว และรากฝอย หากขยายพันธุ์ด้วยการตอนจะมีเพียงระบบรากฝอย
ลำต้นทับทิม ทับทิมจัดเป็นไม้ยืนต้นขนาดเล็ก แต่มีอายุนานได้ถึง 100 ปี ลำต้นสูงประมาณ 2-4 เมตร ลำต้นแตกกิ่งตั้งแต่ระดับล่าง ลำต้นมีเปลือกบาง และติดแน่นกับแก่นไม้ ผิวลำต้นมีสีเทา และเป็นมันเงา ส่วนเนื้อไม้มีลักษณะแข็ง และเหนียว ยอดหรือกิ่งอ่อนมักเป็นเหลี่ยม และมีหนามยาว แต่หนามไม่แข็ง และไม่คม
ใบทับทิม ใบทับทิมจัดเป็นใบเลี้ยงคู่ แทงออกสลับใบ ใบมีลักษณะเรียวยาวเหมือนหอก โคนใบมนแคบ ปลายใบแหลมสั้น ใบเรียบมีสีเขียวเข้ม และมันวาวจากสาร cutin ที่เคลือบไว้ ใต้ท้องใบมีสีอ่อนกว่าด้านบน และจะเห็นเส้นใบได้ชัด ใบกว้างประมาณ 1-2 ซม. และยาวประมาณ 2.5-6 ซม.
ดอกทับทิม ดอกทับทิมเป็นดอกสมบูรณ์เพศ อาจออกเป็นช่อ 3-5 ดอก หรือ เป็นดอกเดี่ยว แทงออกบริเวณปลายยอดตรงง่ามกิ่ง ดอกมีขนาดใหญ่ ขนาดประมาณ 2-3 ซม. ดอกประกอบด้วยกลีบเลี้ยง 5-6 กลีบ มีรูปร่างคล้ายหม้อ และกลีบดอก 6 กลีบ ปลายกลีบแยกออกจากกัน ดอกมีหลายสี เช่น สีขาว สีส้ม หรือ สีแดง ถัดมาตรงกลางเป็นเกสรตัวเมีย 1 อัน และเกสรตัวผู้จำนวนมาก ดอกสามารถผสมได้ในตัวเอง และผสมข้ามดอกจากต้นเดียวกันหรือคนละต้น มีระยะบานประมาณ 2 วัน
ผลทับทิม ผลทับทิมมีลักษณะกลม ขนาดผลประมาณ 8-10 ซม. เปลือกผลหนา ผิวเปลือกเกลี้ยง และเป็นมันวาว ผลสุกมีเปลือกสีเหลืองอมแดงหรือบางพันธุ์มีสีแดงอมชมพู เมื่อสุกมาก เมล็ดด้านในจะขยายทำให้เปลือกปริแตก ภายในผลมีเมล็ดที่ถูกแบ่งเป็นช่องด้วยเยื่อสีครีมอมเหลือง จำนวน 5 ช่อง แต่ละช่องมีเมล็ดจำนวนมาก เมล็ดมีเนื้อหุ้มที่ฉ่ำด้วยน้ำหวาน รูปทรงสี่เหลี่ยม เนื้อนี้ใช้รับประทาน มีรสหวานอมเปรี้ยวเล็กน้อย เนื้อเมล็ดที่ยังไม่สุกมีสีขาวอมชมพู และเมื่อผลสุกจะมีสีชมพูอมแดงหรือแดงเข้ม ส่วนเมล็ดที่เอาเนื้อออกแล้วจะมีลักษณะยาวรี ทั้งนี้ หลังจากติดผลจนถึงผลแก่เต็มที่จะใช้เวลาประมาณ 4-5 เดือน

การขยายพันธุ์ทับทิม
การปลูกทับทิม การปลูกทับทิมเพื่อการค้าหรือปลูกจำนวนหลายต้นมักปลูกในแปลงใหญ่หรือปลูกแซมกับพืชชนิดอื่น เช่น สวนกล้วย สวนน้อยหน่า เป็นต้น ทั้งนี้ การปลูกทับทิม นิยมปลูกจากต้นกล้าที่เตรียมได้จากการเพาะเล็ด และการปักชำ

jumboslot

• การเตรียมดิน การปลูกในแปลงใหญ่ควรไถพรวนดิน และตากดินให้แห้ง 1-2 ครั้งก่อน พร้อมกำจัดวัชพืชร่วมด้วย
• ขั้นตอนการปลูก
– ใช้กล้าที่มีอายุ 2-3 เดือน หรือต้นกล้าสูง 30-40 ซม.
– ขุดหลุมลึก 20-30 ซม.
– ใส่ปุ๋ยคอก และปุ๋ยเคมี 15-15-15 รองก้นหลุม 2 ต้น/กำ พร้อมคลุกผสมให้เข้ากับดินก้นหลุม
– ระยะปลูกที่ 4×3 หรือ 5×3เมตร
• การให้น้ำ
– ระยะแรกหลังการปลูก 2-3 อาทิตย์ จะให้น้ำทุกวัน
– หลังจากต้นกล้าตั้งตัวได้แล้วจะให้น้ำ ประมาณ 3 ครั้ง/สัปดาห์
• การใส่ปุ๋ย
– หลังการปลูก ประมาณ 1 เดือน ให้ปุ๋ยสูตร 15-15-15 ร่วมกับปุ๋ยคอก 1-2 กำ/ต้น
– ให้ปุ๋ยปีละ 2 ครั้ง
– ก่อนต้นติดดอกครั้งแรก ให้ปุ๋ยสูตร 12-12-24 ประมาณ 1 กำ/ต้น และให้ในทุกปี
• การเก็บเกี่ยว ทับทิมที่ปลูกจากกิ่งตอนจะเริ่มออกดอก และติดผลภายใน 6-8 เดือน ขึ้นอยู่กับกิ่งตอนได้จากต้นแม่ที่มีอายุมากน้อยเพียงใด หากได้จากต้นแม่ที่เริ่มติดผลแล้วก็จะใช้เวลาไม่นาน แต่หากได้จากต้นที่ยังอ่อน 1-2 ปี ก็จะใช้เวลาที่นานกว่า
สำหรับการปลูกทับทิมจากต้นกล้าที่ได้จากการเพาะเมล็ดจะใช้เวลานานในการติดดอก และติดผลครั้งแรก ซึ่งต้นทับทิมจะมีอายุประมาณ 2-3 ปี กว่าจะให้ผลได้

slot

คุณค่าสารต้านอนุมูลอิสระ น้ำทับทิมมีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระดีมาก เกิดจากจากสารกลุ่มโพลีฟีนอลและแอนโทไซยานินปริมาณสูงที่พบในน้ำทับทิม ปริมาณเท่ากันน้ำทับทิมมีฤทธิ์ต้านต้านอนุมูลอิสระเป็น 3 เท่าของไวน์แดงและชาเขียว และสูงกว่าน้ำบลูเบอร์รี น้ำแครนเบอร์รี น้ำองุ่นสีม่วง และน้ำผลไม้ชนิดอื่น
จากการศึกษาวิจัยพบว่าเปลือกทับทิมมีสารกลุ่มแทนนินสูงถึงร้อยละ 22-25 โดยประกอบด้วยสารกลุ่มแกลโลแทนนิน (gallotannin) และเอลลาจิแทนนิน (ellagitannin) ปริมาณสูง เปลือกทับทิมตากแห้งใช้เป็นยาแก้ท้องเดินและโรคบิดได้ สารกลุ่มเอลลาจิแทนนิน มีคุณสมบัติเป็นตัวต้านอนุมูลอิสระที่ดี
คุณค่าด้านป้องกันและรักษามะเร็ง น้ำทับทิมมีผลลดการเกิดมะเร็งเต้านม มะเร็งผิวหนัง งานวิจัยพบว่าน้ำทับทิมสดและน้ำทับทิมที่ผ่านการหมักมีฤทธิ์ยับยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็งเต้านมและมะเร็งผิวหนัง เชื่อว่าสารที่ออกฤทธิ์ยับยั้งการเจริญของเซลล์มะเร็งเต้านมจำนวนหนึ่งมีฤทธิ์เป็นเอสโทรเจนจากพืช
สารกลุ่มเอลลาจิแทนนินจากเปลือกผลทับทิมมีฤทธิ์ต่อต้านการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็งกว่า 13 ชนิด ได้แก่ มะเร็งผิวหนัง มะเร็งลำไส้ มะเร็งหลอดอาหาร มะเร็งตับ เป็นต้น
เอลลาจิแทนนินเป็นสารโพลีฟีนอลสำคัญที่พบอยู่ในน้ำทับทิมปริมาณมาก เมื่อผ่านเข้าสู่ร่างกายจะถูกเปลี่ยนสภาพเป็นกรดเอลลาจิกซึ่งจะถูกแบคทีเรียในร่างกายมนุษย์ เปลี่ยนเป็นอนุพันธ์ของสารยูโรลิทินเอ (urolithin A derivative) ต่อไป ในสัตว์ทดลองพบว่าหนูทดลองที่ได้รับสารสกัดเข้มข้นของน้ำทับทิมมีการสะสมสารยูโรลิทินเอมากในอัณฑะ ลำไส้ใหญ่และลำไส้เล็ก
งานวิจัยเดียวกันในห้องทดลองพบว่ากรดเอลลาจิกและยูโรลิทินเอ ยับยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็งอัณฑะมนุษย์ คณะผู้วิจัยคิดว่าน้ำทับทิมมีฤทธิ์ป้องกัน การเกิดมะเร็งอัณฑะด้วย
นอกจากนี้ สารดังกล่าวมีคุณสมบัติทำลายเซลล์มะเร็งหลอดอาหารและลำไส้ใหญ่ พบว่าเมื่อให้กรดเอลลาจิกกับสัตว์ทดลองที่ทำให้เกิดมะเร็ง สารดังกล่าวจะทำให้เซลล์มะเร็งถูกทำลายโดยกลไกการแตกตัวของตัวมันเองได้
คุณค่าป้องกันโรคกระดูกพรุน พบน้ำทับทิมมีผลหยุดการทำงานของเอนไซม์ที่ทำลายกระดูกอ่อนในห้องทดลอง จึงต้องรอให้มีการศึกษาผลของการบริโภคน้ำทับทิมว่ามีผลทำให้อัตราการเสื่อมของกระดูกอ่อนลดลงหรือไม่
น้ำทับทิมมีคุณสมบัติ ทำให้ผิวหน้าเต่งตึงได้ ใช้น้ำทับทิมประมาณ 1 ช้อนชาทาบนใบหน้า ทิ้งไว้ 10 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำเย็น นอกจากนี้การดื่มน้ำทับทิมยังช่วยให้ผิวสวยจากภายใน โดยคุณสมบัติต้านอนุมูลอิสระจะป้องกันผิวจากการทำลายของรังสีอัลตราไวโอเลต อีกทั้งเสริมสุขภาพโครงสร้างเนื้อเยื่อใต้ผิวหนังชั้นนอกด้วย
ฤทธิ์รักษาอาการอุจจาระร่วง ตำรับยาที่มีเปลือกผลทับทิมเป็นส่วนประกอบ สามารถรักษาอาการท้องเสียในเด็กและทารก 305 คน โดยอาการหายไปภายใน 1-3 วัน จำนวน 281 คน และมีอาการดีขึ้น 9 คน สารสกัดเปลือกผลทับทิมโดยการต้มกับน้ำ แล้วสกัดด้วยเอทานอลร้อยละ 95 หรือ เอทานอลร้อยละ 50 มีฤทธิ์ลดความถี่ของการถ่ายอุจจาระ และยับยั้งการหลั่งสารของลำไส้ในหนูที่ถูกเหนี่ยวนำให้อุจจาระร่วงด้วยน้ำมันละหุ่ง, แมกนีเซียมซัลเฟต, เซนโนไซด์ บี และ misoprostol สารสกัดเปลือกทับทิมยังมีฤทธิ์ยับยั้งการเคลื่อนไหวของลำไส้เล็ก และลดการบีบตัวของลำไส้ซึ่งถูกชักนำโดย acetylcholine ตำรับยาที่มีสารสกัดจากเปลือกผลทับทิม เป็นส่วนประกอบมีฤทธิ์รักษาอาการอุจจาระร่วงในหนูแรทที่ถูกเหนี่ยวนำให้อุจจาระร่วงด้วยน้ำมันละหุ่ง โดยยืดระยะเวลาจากการเริ่มถ่ายครั้งแรกและลดการถ่ายเหลว นอกจากนี้ยังมีผลยับยั้งการเคลื่อนตัวของลำไส้ด้วย กลไกในการยับยั้งอาการท้องเสียของเปลือกผลทับทิม อาจเกิดจากการเพิ่มการดูดซึมของน้ำในลำไส้หรือลดการขับน้ำออกสู่ลำไส้ และลดการบีบตัวของลำไส้ในสัตว์ทดลอง นอกจากนี้ยังพบว่าสารสกัดด้วยเมทานอลจากเมล็ดสามารถรักษาอาการอุจจาระร่วงในหนูแรทได้ โดยลดความถี่ของการถ่าย ยับยั้งการเคลื่อนไหวของลำไส้ และยับยั้ง prostaglandin E2 (PGE2) ทำให้ไม่ถ่ายเหลว
ฤทธิ์ต้านเชื้อไวรัส Punicalagin และฟลาโวนอยด์จากทับทิมมีฤทธิ์ต้านไวรัสโรคหวัด โดยสามารถยับยั้งไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ฮ่องกงในคน (H3N2) ในหลอดทดลอง นอกจากนี้ยังมีรายงานว่าสารสกัดทับทิมสามารถฆ่าเชื้อไวรัสเอดส์ได้ด้วย