โรคต่างๆ

สรรพคุณของมะขวิด

สมุนไพรมะขวิด มีชื่อท้องถิ่นอื่น ๆ ว่า มะยม (ภาคอีสาน), มะฝิด (ภาคเหนือ) เป็นต้น

เครดิตฟรี

ลักษณะของมะขวิด
ต้นมะขวิด มีแหล่งกำเนิดในประเทศอินเดีย พม่า ศรีลังกา และอินโดจีน ปลูกทั่วไปในบริเวณหมู่บ้านและสวน แล้วแพร่กระจายไปตามธรรมชาติ ในประเทศมาเลเซียและเกาะชวากับเกาะบาลี อินโดนีเซีย และมีการนำไปปลูกในแคลิฟอร์เนียและฟลอริดาเพื่อใช้ในการศึกษา โดยจัดเป็นไม้ยืนต้นขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ มีความสูงของต้นประมาณ 15-25 เซนติเมตร เป็นไม้ผลัดใบแต่ผลิใบไว รูปทรงของต้นสวยงาม ลักษณะเป็นทรงเรือนยอดพุ่มกลม เปลือกลำต้นภายนอกมีสีเทา ส่วนภายในมีสีขาว เป็นต้นไม้ที่มีความทนต่อสภาพดินและภูมิอากาศต่าง ๆ ได้เป็นอย่างดี ชอบขึ้นในเขตมรสุมหรือในเขตร้อนที่มีอากาศแห้งแล้งเป็นบางช่วง
ต้นมะขวิด

ใบมะขวิด ใบออกเป็นช่อแบบข้อต่อเรียงสลับหรือติดกันเป็นกระจุกในบริเวณปุ่มตามกิ่งต่าง ๆ ช่อใบยาวประมาณ 8-15 เซนติเมตร ในแต่ละช่อจะมี 1-4 ปล้อง หลังใบมีสีเขียวเข้มเป็นมัน เนื้อใบค่อนข้างหนาเกลี้ยง ส่วนท้องใบจะมีสีจางกว่า เมื่อเอาใบมาส่องผ่านแสงจะเห็นเป็นต่อมน้ำมันอยู่ทั่วไป ลักษณะเป็นรูปรี ๆ ใส ๆ มากมาย ส่วนขอบใบเรียบ ก้านใบย่อยจะสั้นมาก แต่ก้านช่อใบจะยาวประมาณ 3-4 เซนติเมตร

ดอกมะขวิด ออกดอกรวมกันเป็นช่อสั้น ๆ ดอกมีขนาดเล็กสีขาวอมสีแดงคล้ำ ๆ ในแต่ละช่อดอกจะมีทั้งดอกเพศผู้และดอกรวมเพศ

สล็อต

ผลมะขวิด หรือ ลูกมะขวิด ผลมีลักษณะกลมตัว เป็นผลแห้ง เปลือกภายนอกแข็งเป็นกะลา มีสีเทาอมขาวหรือผิวเป็นขุยสีขาวปนสีชมพู ผลมีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 8-10 เซนติเมตร มีเนื้อมาก เนื้อในผลอ่อนนิ่ม เมื่อผลสุกแล้วเนื้อเยื่อจะเป็นสีดำ สามารถใช้รับประทานได้ โดยให้รสหวานอมเปรี้ยว มีกลิ่นหอม มียางเหนียว ส่วนในผลมีเมล็ดจำนวนมาก มีเมือกหุ้มเมล็ด เมล็ดมีขนาดยาวประมาณ 0.5-0.6 เซนติเมตร เปลือกหนาและมีขน สามารถนำมาเคี้ยวรับประทานได้เช่นกัน

สรรพคุณของมะขวิด
ผลใช้เป็นยาบำรุงทำให้สดชื่น (ผล)
ผลดิบนำมาหั่นให้บางแล้วตากให้แห้ง ใช้ชงกับน้ำกินเป็นยาบำรุงธาตุในร่างกาย (ผล)
ยางมะขวิดช่วยเจริญธาตุไฟในร่างกาย (ยาง)
ช่วยรักษาโรคเลือดออกตามไรฟันหรือโรคลักปิดลักเปิด ด้วยการนำผลดิบมาหั่นให้บางแล้วตากให้แห้ง นำมาใช้ชงกับน้ำกิน (ผล)
ช่วยทำให้เจริญอาหาร (ผล)
ช่วยแก้ลงท้อง (ราก, เปลือก, ดอก)
ช่วยแก้อาการท้องร่วง (ใบ) ยางจากลำต้นมีสีจำพวกแทนนิน ใช้เป็นยารักษาโรคท้องร่วงได้เช่นกัน (ยางจากลำต้น)
ช่วยแก้อาการท้องเสีย (ใบ) ช่วยบำบัดโรคท้องเสีย (ผล, ยาง)
ช่วยรักษาโรคเกี่ยวกับทางเดินอาหาร (ผล)
ใบช่วยขับลมในกระเพาะ (ใบ)
ช่วยแก้ตัวพยาธิ (ราก, เปลือก, ใบ, ดอก, ผล)
ช่วยแก้อาการตกโลหิต (ราก, เปลือก, ใบ, ดอก) ช่วยห้ามโลหิตระดูของสตรี (ใบ)
ช่วยแก้ฝีเปื่อยพัง (ราก, เปลือก, ใบ, ดอก, ผล)

สล็อตออนไลน์

ใบมะขวิดใช้เป็นยาฝาดสมาน (ใบ) ช่วยสมานบาดแผล (ยาง)
ยางจากลำต้นมะขวิดสามารถนำมาใช้ห้ามเลือดได้ (ยางจากลำต้น)
ช่วยแก้บวม (ราก, เปลือก, ดอก, ผล)
ใบนำมาตำใช้พอกหรือทาแก้อาการฟกบวม ปวดบวม ช่วยรักษาฝี และโรคผิวหนังบางชนิดได้ (ใบ)
สารสกัดจากใบสามารถช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้ออหิวาตกโรคในหลอดทดลองได้ (ใบ)
ประโยชน์ของมะขวิด
ต้นมะขวิดใช้ปลูกเพื่อปรับภูมิทัศน์เพื่อความสวยงาม เหมาะสำหรับปลูกในส่วนสาธารณะ เนื่องจากเป็นต้นไม้ที่มีทรงพุ่มสวยงาม เจริญเติบโตได้เร็วและแข็งแรง
ผลมะขวิดใช้รับประทานสด และยังสามารถนำไปทำเป็นน้ำผลไม้และแยมได้
ผลใช้เป็นอาหารของนกได้
เมล็ดสามารถนำมาเคี้ยวรับประทานได้ รสอร่อยใช้ได้
ยางของผลมะขวิดมีความเหนียว สามารถนำมาใช้ทำเป็นกาวเพื่อใช้ติดหรือเชื่อมต่อสิ่งของต่าง ๆ ได้
เนื้อไม้ของต้นมะขวิดเป็นเนื้อไม้แข็ง สามารถนำมาใช้ในงานช่างได้

jumboslot

ผลดิบของมะขวิดมีสารแทนนินช่วยแก้โรคเลือดออกตามไรฟันรักษาโรคเกี่ยวกับทางเดินอาหาร บรรเทาอาการท้องเสียหรือโรคบิดได้ โดยนำมาหั่นบางๆ แล้วตากแห้ง เก็บไว้ชงน้ำดื่ม ผลมะขวิดที่สุกแล้ว จะสังเกตได้จากการส่งกลิ่นหอมฟุ้ง เมื่อทุบเปลือกมะขวิดแตกออกแล้วสามารถใช้ช้อนตักกินเนื้อสดได้เลย หรือจะนำไปทำน้ำมะขวิดก็ได้ โดยจะช่วยบำรุงกำลัง ทำให้สดชื่น เจริญอาหาร มีเส้นใยอาหารชนิดเพกตินช่วยให้ขับถ่ายสะดวกและลดคอเลสเตอรอล และมีวิตามินซีช่วยป้องกันโรคเลือดออกตามไรฟัน

ในอินเดียซึ่งเป็นถิ่นกำเนิดของมะขวิด มีการนำมะขวิดมาใช้ประโยชน์มากมาย เช่น ผลดิบต้มน้ำ ผสมน้ำผึ้งและดีปลี จิบบ่อยๆ ช่วยลดอาการสะอึกได้ ใบอ่อนคั้นเอาน้ำมาผสมนมและน้ำตาลทำเป็นลูกกวาด อมเพื่อช่วยให้ระบบน้ำดีทำงานเป็นปกติ รักษาอาการผิดปกติที่เกิดจากลำไส้ แม้แต่ยางเหนียวของมะขวิดยังนำมาทำให้แห้งป่นเป็นผงผสมน้ำผึ้ง กินรักษาโรคบิดและอาการท้องเสีย

ใบมะขวิดมีต่อมน้ำมัน นำมาสกัดน้ำมันหอมระเหยโดยการต้มกลั่น มีสรรพคุณช่วยขับลม แก้ท้องเสีย และนำใบสดมาตำพอกหรือทาแก้ปวดบวม รักษาฝี และโรคผิวหนังบางชนิด ยางจากลำต้นมะขวิด ช่วยบรรเทาอาการท้องร่วง ห้ามเลือด และด้วยความเหนียวจึงสามารถนำไปทำเป็นกาวยางเพื่อใช้ประโยชน์ได้ เช่นใช้เป็นส่วนผสมของน้ำยาหรือสีในงานจิตรกรรมไทย ในทางเกษตรกรรมใช้มะขวิดเป็นต้นตอของมะนาว เพราะมะขวิดมีระบบรากดี ทนแล้ง ทนต่อการระบาดของแมลง และมีอายุยืน

slot

รูปลักษณะ : เป็นไม้ต้น ขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ ผลัดใบแต่ผลิใบไว สูง 15 – 25 ม.เปลือกนอกสีเทา เปลือกในสีขาว เรือนยอดเป็นพุ่มกลม รูปทรงต้นสวยงาม ใบ เป็นช่อแบบข้อต่อเรียงสลับหรือติดเป็นกระจุกบริเวณปุ่มตามกิ่ง ช่อใบ ยาว 8 – 15 ซม. แต่ละช่อ มี 1 – 4 ปล้อง เนื้อใบค่อนข้างหนา เกลี้ยงหลังใบสีเขียวเข้มเป็นมัน ส่วนท้องใบสีจางกว่า ถ้าเอาใบส่องผ่านแสงจะเห็นต่อมน้ำมันทั่วไป รูปรี ๆ ใส ๆ มากมาย ขอบใบเรียบก้านใบย่อยสั้นมาก ส่วนก้านช่อใบ ยาว 3 – 4 ซม. ดอก เล็กสีขาวอมแดงคล้ำ ๆ ออกรวมกันเป็นช่อสั้น ๆในแต่ละช่อมีทั้งดอกเพศผู้และดอกรวมเพศ ผล แบบผลแห้ง เมล็ดจำนวนมาก รูปผลกลมโต เปลือกนอก แข็งเป็นกะลา สีเทาอมขาว ขนาดผลเส้นผ่านศูนย์กลาง 8 – 10 ซม. เนื้อในอ่อนนิ่ม เมื่อสุกเนื้อเยื่อในสีดำและรับประทานได้ มีกลิ่นหอม รสหวานอมเปรี้ยว มียางเหนียวใช้เป็นกาวได้ เมล็ดเคี้ยวกินกรุบ ๆ อร่อยดี

เนื้อผลมะขวิดสุกมีสีนํ้าตาลคล้ายสีมะขาม มีรสอมเปรี้ยวอมหวานกลิ่นหอม น่ารับประทาน ใช้รับประทานเป็นผลไม้ทำให้สดชื่นและมีคุณสมบัติเป็นยาบำรุงธาตุ ผลมะขวิดที่ไม่สุกนำมาฝานเป็นชิ้นตากแห้งนำมาชงน้ำดื่มแก้โรคลักปิดลักเปิด ( antiscorbutic ) เนื่องจากมีสารพวกวิตามินซี และมีสารรสฝาดแทนนิน ( Tannin ) ช่วยแก้โรคท้องเสียและโรคเกี่ยวกับทางเดินอาหาร ใช้แทนผลมะตูมได้ ภายในผลมะขวิดมีสารเมือกเพคติน (pectin) ประมาณ ๕% ช่วยหล่อลื่นกระเพาะลำไส้ ท้องไม่ผูก นอกจากผลมะขวิดที่จะให้คุณค่าทางอาหารและยาแล้ว ใบมะขวิดซึ่งมีลักษณะคล้ายครีบ มีกลิ่นหอม เนื่องจากมีน้ำมันหอมระเหยจำนวนเล็กน้อย (๐.๗๓%) ส่วนใหญ่เป็นสารพวกเอสตราก๊อล ( estragol ) ประมาณ ๙๐% จึงนำใบมะขวิดมาทำเป็นยาขับลมและช่วยฝาดสมาน

มะขวิดเป็นไม้ยืนต้นขนาดใหญ่ ตามลำต้นมีหนาม ตามลำต้นและกิ่งก้านของมะขวิด มียางกัม (gum) มีลักษณะเป็นก้อนใสสีเหลืองอ่อนหรือไม่มีสี มีชื่อทางการค้าว่ายางเฟอโรเนีย (Feronia gum) ยางมะขวิดละลายน้ำได้นํ้ายางเหนียวข้น กรีดหลังฤดูฝนไปแล้ว ใช้แทนกาวได้ ในชวาใช้ยางมะขวิดเป็นส่วนผสมในน้ำหมึกเวลาเขียนเส้นจะไม่ขาด เนื้อยางมะขวิดสลายตัวจะให้น้ำตาลชนิดต่างๆ เช่น น้ำตาลกาแลคโตส (D – galactose ) ๔๒.๗% น้ำตาลเพนโตส (pentose) ๓๕.๕% และน้ำแฮมโนส, กรดกลูคิวโรนิค (glucuronic acid) ปริมาณเล็กน้อย ยางมะขวิดมีสารพวกแทนนินแก้โรคท้องร่วงและห้ามโลหิต ใช้แทนยางอะคาเซีย (acacia gum)