โรคต่างๆ

สรรพคุณของเจียวกู่หลาน

เจียวกู่หลานมีถิ่นกำเนิดในทวีปเอเชีย ในบริเวณที่มีภูมิประเทศเป็นป่าเขาที่มีความสูงระดับ 3 เป็นป่าเขาที่มีความสูงระดับ 300 – 3200 เมตร จากระดับน้ำทะเล ทางภาคตะวันออกของประเทศจีน และมีการปลูกเจียวกู่หลานกระจายไปยังประเทศเกาหลี ญี่ปุ่น และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ในประเทศไทยพบตามธรรมชาติที่ดอยอินทนนท์ และมีการนำมาปลูกทางภาคเหนือ ภาคตะวันออก และภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย ปัจจุบันมีเกษตรกรปลูกเป็นที่จังหวัดเชียงใหม่ เชียงราย ชัยภูมิ จันทบุรีและนครราชสีมา เพราะมีสภาพพื้นที่รวมถึงสภาพอากาศเหมาะสมกับการปลูก

เครดิตฟรี

โดยเจียวกู่หลานนั้นเจริญเติบโตได้ดีในที่ร่มและชอบดินร่วนปนทรายที่เป็นกรดอ่อนมีค่า PHอยู่ในช่วง 5.5 – 6.5 สามารถระบายน้ำได้ดีหน้าดินอุ้มน้ำ และอยู่ในระดับความสูง 300 เมตรจากระดับน้ำทะเลขึ้นไป จนถึง 3200 เมตร (แต่จะชอบพื้นที่ตามภูเขา หุบเหว รวมถึงสองฟากตลิ่งลำห้วยในหุบเขา) และอุณหภูมิที่เหมาะสมสำหรับเจียวกู่หลาน คือ 16 – 28 องศาเซลเซียส ปริมาณแสง ร้อยละ 40 – 80 และมีความชื้นสัมพันธ์มากกว่าร้อยละ 80

ประโยชน์และสรรพคุณเจียวกู่หลาน
ช่วยลดโคเลสเตอรรอลชนิด LDL และรักษาสมดุลในการเกิดของไขมัน HDL
ลดความเสี่ยงหัวใจวายเฉียบพลัน
ช่วยทำให้เกิดกระบวนการเผาผลาญไขมันได้ดี
ช่วยปรับความสมดุลของระบบความดันโลหิต
ช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด ช่วยลดน้ำตาลในเลือดได้
ช่วยชะลอความเสื่อมโทรมของเซลล์ในร่างกาย
ต้านการเกิดอนุมูลอิสระ
ช่วยต้านการอักเสบ แก้ปวด ปวดศีรษะไมเกรน
ขับเสมหะ แก้ไอ
ช่วยเสริมระบบภูมิคุ้มกัน และลดอาการแพ้
รักษาแผลในกระเพาะอาหาร
ยับยั้งการเติบโตของเนื้องอกและมะเร็ง
ช่วยการทำงานของระบบกล้ามเนื้อหัวใจและระบบการไหลเวียนของโลหิต
เพิ่มความแข็งแกร่งให้กับเซลล์ เสริมสร้างเซลล์ไขกระดูกและเม็ดเลือดขาว
ช่วยลดอาการผมหงอก ผมร่วง
ช่วยเพิ่มปริมาณเชื้ออสุจิ
มีฤทธิ์ยับยั้ง gnzyme HIV protease ทำให้เชื้อไวรัส HIV ไม่เพิ่มจำนวนขึ้น
ลดภาวการณ์เกิดพิษเรื้อรังที่ตับ และลดการเกิด fibrosis
ช่วยในการเพิ่มประสิทธิภาพต่อการสั่งงานของสมอง ช่วยลดปัญหาความจำเสื่อมได้
ช่วยในการบำรุงสายตา
มีสารช่วยบำรุงร่างกาย

สล็อต

รูปแบบขนาดวิธีการใช้เจียวกู่หลาน

รูปแบบการใช้นั้น สามารถใช้ได้ตามตำรับยาต่างๆ ได้ และในปัจจุบันมีสารสกัดเจียวกู่หลานและทำในรูปแบบยาแผนปัจจุบันและชาชงกันอย่างแพร่หลาย และมีขนาดการใช้แตกต่างกันไปในแต่ละบริษัท ขนาดที่ใช้เป็นยาอายุวัฒนะชะลอความแก่ ให้ใช้ยาแห้งบดเป็นผงใส่ในแคปซูล ให้รับประทานครั้งละไม่เกิน 3 กรัม ตามตำรับยาไทยโบราณ ใช้เข้ากับตำรายาตามต้องการ

ลักษณะทั่วไปเจียวกู่หลาน

แบ่งได้เป็น 2 สายพันธุ์ คือ

  1. เจียวกู่หลานป่าเป็นพืชที่ขึ้นตามธรรมชาติ รสชาติที่ได้จะมีรสขม
  2. เจียวกู่หลานบ้าน คือ ปลูกตามแหล่งปลูกทั่วไป รสชาติจะมีรสขมปนหวาน
    ต้นเจียวกู่หลาน
    เจียวกู่หลานจัดอยู่พรรณไม้ล้มลุกตระกูลหญ้าแบบเถาเลื้อย ยาว ประมาณ 1 – 150 เซนติเมตร มีรากอยู่ใต้ดินเป็นรากเลื้อย เส้นเล็ก ยาวประมาณ 50 – 100 เซนติเมตร มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางของรากประมาณ 1 เซนติเมตร ลำต้นเป็นข้อๆ มีมือเกาะตามข้อ มีขนบางๆ เล็กน้อย เลื้อยไปตามพื้นหรือเลื้อยพันกับพืชชนิดอื่นๆ
    ใบเจียวกู่หลาน
    ใบออกเรียงสลับ มักเรียบแบบขนนก กิ่งหนึ่งมีใบประมาณ 3 – 7 ใบ ลักษณะของใบเจียวกู่หลานเป็นรูปกลมรีหรือรูปไข่ ปลายใบแหลม โคนใบกลม ส่วนขอบใบหยักเป็นฟันเลื่อยเล็กน้อย ตรงกลางของใบยาวได้ประมาณ 4 – 8 เซนติเมตร และกว้างประมาณ 2 – 3 เซนติเมตร เส้นใบล่างมีขนสั้นปกคลุม ใบ 2 ข้าง มักเรียงคู่กันเล็กกว่าใบตรงกลาง
    ดอกเจียวกู่หลาน
    ออกดอกเป็นกระจุกมีสีเหลืองเขียว โดยจะออกตามซอกใบ ดอกเจียวกู่หลานเป็นแบบแยกเพศแต่อยู่บนต้นเดียวกัน กลีบดอกเป็นเส้น ปลายแหลมยาว ได้ประมาณ 1 มิลลิเมตร ดอกมีเกสรเพศผู้ 5 อัน มีเกสรเพศเมีย 3 อัน
    ผลเจียวกู่หลาน
    ลักษณะของผลเจียวกู่หลานเป็นรูปทรงกลม ผลอ่อนเป็นสีเขียว ส่วนผลแก่เป็นสีเขียวออกดำ ผลมีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 6 – 8 มิลลิเมตร ในผลมีเมล็ด ลักษณะเป็นรูปกลมรี ยาวได้ประมาณ 4 มิลลิเมตร เมล็ดจะเป็นเส้นย่น

สล็อตออนไลน์

การขยายพันธุ์เจียวกู่หลาน
พันธุ์ที่ปลูกเป็นการค้า

  1. พันธุ์อ่างขาง เป็นพันธุ์ที่ปลูกและขยายพันธุ์โดยมูลนิธิโครงการหลวงอ่างขาง
  2. พันธุ์จากประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน โดยภาคเอกชนนำสมุนไพรเจียวกู่หลานมาปลูกขยายพันธุ์และจำหน่าย

การเตรียมพันธุ์เจียวกู่หลาน

  1. การเพาะเมล็ดเจียวกู่หลาน ใช้วัสดุเพาะเป็นทรายละเอียด โดยหว่านเมล็ดในแปลงเพาะ จากนั้น 8 – 14 วัน เมล็ดจะเริ่มงอก ทำการย้ายกล้าเมื่อมีใบจริง 2 – 3 ใบ ควรเพาะเมล็ดในช่วงอากาศเย็น แต่ไม่ควรเพาะเมล็ดในช่วงฝนตกชุก หรือหยอดเมล็ด 2 – 3 ใบ ลงในหลุมปลูกโดยตรง
  2. การปักชำ ใช้เถาที่เจริญเติบโตเต็มที่ ไม่อ่อนหรือไม่แก่เกินไป ตัดเป็นท่อนๆ ให้มี 3 – 4 ข้อ ริดใบที่อยู่ 2 ข้อล่างออก ปักลงดินให้ลึก 1 – 2 ข้อ โดยปักให้เอียงเล็กน้อย ทำมุมประมาณ 45 องศา เอนส่วนปลายไปทางทิศตะวันตก เมื่อรากงอกและยอดยางประมาณ 10 – 15 เซนติเมตร ให้ย้ายลงแปลงปลูก โดยรากจะงอกประมาณ 7 วันหลังปักชำ
  3. การขยายพันธุ์เจียวกู่หลานโดยใช้ลำต้นใต้ดิน โดยขุดลำต้นใต้ดินขึ้นมา ตัดเป็นท่อนๆ ขนาด 5 เซนติเมตร ในแต่ละท่อนมี 1 – 2 ข้อ ขุดหลุมเป็นแนว ใช้ 1 ท่อนพันธุ์ต่อหลุม
  4. การเก็บเมล็ดพันธุ์ โดยเก็บเกี่ยวผลแก่จัดที่มีลักษณะสมบูรณ์ ประมาณปลายเดือนกันยายนถึงต้นเดือนพฤศจิกายน นำไปทำให้แห้ง เอาเปลือกออก เก็บเมล็ดในที่เย็น แห้ง อากาศถ่ายเทได้ดี

jumboslot

สภาพพื้นที่ปลูกเจียวกู่หลาน

• เจียวกู่หลานเจริญเติบโตได้ทั้งบนเขาและที่ราบ ในระดับความสูงจากน้ำทะเล 300 – 3200 เมตร
• สภาพภูมิอากาศที่เหมาะสม อุณหภูมิ 16 – 28 องศาเซลเซียส ความชื้นสัมพันธ์ที่เหมาะสมมากกว่าร้อยละ 80
• ลักษณะดิน ควรเป็นดินร่วนปนทรายที่มีความอุดมสมบูรณ์ มีฤทธิ์เป็นกรดอ่อนหรือด่างอ่อน มีการระบายน้ำได้ดี ความชื้นในดินไม่สูงเกินไป แต่หน้าดินต้องสามารถอุ้มน้ำได้ดี
• ความต้องการแสง ขอบที่ร่ม อากาศชื้น ไม่ทนความแห้งแล้ง มีปริมาณแสงร้อยละ 40 – 60

ฤทธิ์ทางเภสัชวิทยาของเจียวกู่หลาน

• Dr Osama Tanaka แห่งคณะแพทย์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยฮิโรชิมา ได้ทำการศึกษาจนพบว่า เจียวกู่หลานมีสาร Saponins ที่มีโครงสร้างโมเลกุลเหมือนกับโสม ต่อมา Dr Tsunematsu Takemoto ผู้เชี่ยวชาญด้านสมุนไพรที่ศึกษาประโยชน์เจียวกู่หลานมากกว่า 10 ปี ได้พบว่าเจียวกู่หลานมีสาร Saponins อยู่มากถึง 82 ชนิด หรือที่เรียกว่า Gypenosides และเจียวกู่หลานยังเป็นสมุนไพรที่ใช้เป็นยาได้เหมือนกับโสมแต่ดีกว่าโสม เนื่องจากโสมมีสาร Saponins ที่เรียกว่า Gypenosides อยู่เพียง 28 ชนิด ในขณะที่เจียวกู่หลานนั้นมี Gypenosides อยู่ถึง 82 ชนิด และสาร Gypenosides ที่พบในเจียวกู่หลานจะมีอยู่ 4 ชนิดที่เหมือนกับโสม และมีอีก 17 ชนิด ที่มีลักษณะคล้ายกับโสม นอกจากนี้ปริมาณของGypenosides ที่มีอยู่ในเจียวกู่หลานก็ยังมีมากกว่าและมีคุณสมบัติทางยาที่ดีกว่า Gypenosides
ที่พบได้ในโสม อีกทั้งเจียวกู่หลานยังไม่มีพิษและไม่มีอาการแพ้ที่เกิดขึ้นจากการบริโภคอีกด้วย
• LIM และคณะ ได้ทำการทดลองนำเจียวกู่หลานแห้งไปสกัดด้วยน้ำ จากนั้นนำไปทดสอบฤทธิ์ต้านการอักเสบในหนูขาวทดลอง พบว่าสามารถต้านการอักเสบลดอาการบวมของอุ้งเท้าหนูได้
• การให้สารสกัดเจียวกู่หลานจากส่วนที่อยู่เหนือดินของต้นเจียวกู่หลาน ในขนาด 1 กรัม ต่อกิโลกรัม (คิดตามน้ำหนักของเจียวกู่หลานที่นำมาสกัด) แก่หนูขาวทดลองโดยการฉีดเข้าทางช่องท้อง พบว่าสามารถป้องกันตับจากการเกิดสารพิษจาก CCI และยังมีรายงานว่า Gypenosides มีฤทธิ์ในการรักษาภาวะ การเกิดพิษเรื้อรังที่ตับ ซึ่งถูกเหนี่ยวนำด้วย CCI4 และลดการเกิด Fibrosis ด้วย โดยพบว่า Gypenosides จะลดการเพิ่มของ SGOT, SGPT activities ในหนูขาว ซึ่งตับถูกทำลายด้วย CCI4 เป็นเวลานานถึง 8 สัปดาห์ และยังทำให้ปริมาณของคอลลาเจนลดลง 33%

slot

การศึกษาทางพิษวิทยาของเจียวกู่หลาน
จากงานวิจัยเจียวกู่หลาน เกี่ยวกับความเป็นพิษได้ทำการทดสอบความเป็นพิษกับหนูขาว โดยให้รับประทานเจียวกู่หลาน(สารสกัดปัญจขันธ์)ในขนาด 6, 30 , 150 และ 750 มก./กก./วัน นาน 6 เดือน ไม่พบอาการผิดปกติใดๆ ค่าชีวเคมีในเลือดปกติ อวัยวะภายในเป็นปกติ ไม่พบพิษหรือผลข้างเคียงใดๆ และมีการทดสอบความเป็นพิษกับคน โดยกินเจียวกู่หลาน(สารสกัดปัญจขันธ์)แคปซูลประกอบด้วยสาร Gypenoside 40 มก./แคปซูล ครั้งละ 2 เม็ดหลังอาหารเช้า – เย็น ติดต่อกันนาน 2 เดือน พบว่า ไม่พบอาการผิดปกติใดๆ ในอาสาสมัคร ดังนั้น การศึกษาความเป็นพิษของปัญจขันธ์ สามารถสรุปได้ว่าค่อนช้างผลอดภัย เพราะไม่พบสารพิษและอาการข้างเคียง แต่อย่างไรก็ตามควรมีการศึกษาทางคลินิกเพิ่มเติม

ข้อควรแนะนำ ข้อควรระวัง
จากจดหมายข่าวผลิใบของกรมวิชาการเกษตร ได้เขียนถึงการดื่มชาเจียวกู่หลานไว้ว่า ห้ามดื่มติดต่อกันเกิน 7 วัน เมื่อดื่มครบ 7 วันแล้ว ก็ให้หยุดดื่มประมาณ 1 – 2 วัน แล้วค่อยเริ่มต้นดื่มใหม่ และถ้าหากมีอาการผิดปกติ เช่น ปวดศีรษะ มึนงง ตาพร่าลาย ก็ให้หยุดดื่มเช่นกัน ส่วนขนาดที่รับประทานนั้นให้ดูที่ฉลาก และสามารถชงซ้ำได้ 1 – 2 รอบ ขึ้นอยู่กับปริมาณที่ใส่ลงไปหรือจนกว่าน้ำชาและเจือจางลง เมื่อใช้เสร็จแล้วก็อย่าลืมปิดซองให้สนิท หรือจะใส่ในภาชนะอื่นที่เป็นภาชนะสุญญากาศก็ได้ (ห้ามเก็บในตู้เย็น เพราะในชาอาจขึ้นราได้) สตรีมีครรภ์ควรงดทาน 1 เดือน ก่อนคลอด และ ให้นมบุตร ผู้ที่ฟอกไต คนผอมแห้งไม่ควรดื่มชาเจียวกู่หลาน