โรคต่างๆ

สรรพคุณของแปะก๊วย

แปะก๊วยมีถิ่นกำเนิดอยู่แถบตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศจีน เชื่อกันว่าเป็นพืชที่เก่าแก่ที่สุดในโลกชนิดหนึ่ง ที่หลงเหลืออยู่ในประเทศจีน ซึ่งเป็นพืชที่หายากและใกล้จะสูญพันธุ์ โดยพบอยู่ในธรรมชาติไม่กี่ต้น ต่อมามีการนำต้นแปะก๊วยไปปลูกในประเทศญี่ปุ่นและเกาหลี และในราวศตวรรษที่ 18 ได้มีการปลูกในทวีปยุโรป ปัจจุบันต้นแปะก๊วยเป็นไม้ให้ความร่มเงาตามแถวถนนและสวนสาธารณะทั่วไปทั่งในยุโรป ออสเตรเลีย และอเมริกา

เครดิตฟรี

ประโยชน์และสรรพคุณแปะก๊วย

ฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ
ช่วยป้องกันโรคมะเร็ง
สามารถชะลอความแก่ได้
ฤทธิ์การยับยั้งการเกาะตัวของเกล็ดเลือดทำให้การไหลเวียนของเลือดดีขึ้น
ฤทธิ์เพิ่มการไหลเวียนของเลือดไปยังสมอง
ทำให้เลือดไหลฉีดไปตามผิวหนังได้ดี
ฤทธิ์เพิ่มความสามารถในการเรียนรู้
ฤทธิ์ยับยั้งการเกิดไลปิดเพอรอกไซด์
ฤทธิ์ช่วยให้ความจำดีขึ้น
ฤทธิ์ทำให้หลอดเลือดหดตัว
ฤทธิ์เพิ่มการมองเห็น
ฤทธิ์ยับยั้งการเสื่อมของสมอง
เสริมสร้างสมรรถภาพทางเพศ
จะช่วยให้ระบบไหลเวียนเลือดในร่างกายดีขึ้น
แก้ไขปัญหาเลือดไปไหลเวียนในบริเวณอวัยวะเพศไม่สะดวก
บรรเทาอาหารของโรคพาร์กินสัน
สามารถผลิตฮอร์โมนโดปามีนได้มากขึ้น

สล็อต

รูปแบบและขนาดวิธีใช้แปะก๊วย

• สารสกัดใบแปะก๊วยแห้ง –ใช้ 120 – 240 มิลลิกรัม แบ่งให้วันละ 2 – 3 ครั้ง สำหรับอาการ dementin โดยให้ยาติดต่อกัน 8 สัปดาห์ แต่ไม่เกิน 3 เดือน
• สารสกัดใบแปะก๊วยแห้ง – ใช้ 120 – 160 มิลลิกรัม แบ่งให้วันละ 2 – 3 ครั้ง สำหรับรักษาอาการเส้นเลือดแดงส่วนปลายประสาทอุดตัน และ ความมึนงง มีเสียงในหู โดยให้ยาติดต่อกัน 6 – 8 สัปดาห์
• ในการใช้เป็นผลิตภัณฑ์อาหารเสริม ให้ใช้รับประทานใบแปะก๊วยไม่เกินวันละ 120 มิลลิกรัม

ลักษณะทั่วไปแปะก๊วย

ต้นแปะก๊วยเป็นไม้ยื่นต้นขนาดใหญ่อาจสูงได้ถึง 35 – 40 เมตร ต้นโตเต็มที่มีเส้นรอบวงประมาณ 3 – 4 เมตร และอาจโตได้ถึง 7 เมตร ใบเป็นใบเดียว ลักษณะคล้ายกับใบบัวบก กว้าง 5 – 10 เซนติเมตร ก้านใบยาว ใบแก่มีรอยหยักเว้าตรงกลาง ใบออกเวียนสลับกัน หรือออกเป็นกระจุกตามปลายกิ่ง เส้นใบขนานกันจำนวนมาก ใบอ่อนเป็นสีเขียว สามารถเปลี่ยนเป็นสีเข้มได้เมื่อโตเต็มที่ และเป็นสีเหลืองในฤดูใบไม้ร่วง ต้นแปะก๊วยจะมีต้นตัวผู้ และต้นตัวเมีย ซึ่งลักษณะแตกต่างกัน เหมือนกับกำลังพญาเสือโคร่ง ที่กำลังเป็นที่พูดถึงและนิยมนำมาใช้ประโยชน์ทั้งในด้านอาหารและสมุนไพร

การขยายพันธุ์แปะก๊วย

ปัจจุบันขยายพันธุ์โดยวิธีการ เพาะเมล็ด , ปักชำ , ทาบกิ่ง การปลูกแปะก๊วยโดยวิธีการเพาะเมล็ด มีดังนี้

สล็อตออนไลน์

• ล้างเมล็ดแปะก๊วยในน้ำอุ่นให้สะอาดเพื่อไม่ให้เกิดเชื้อรา
• หมกเมล็ดที่ล้างแล้ว ในขุยมะพร้าวหรือขี้เถ้าแกลบในถุงซิบล็อก ปิดถุงให้สนิท แล้วนำไปเก็บไว้ในตู้เย็น (ช่องเก็บผัก) ประมาณ 12 อาทิตย์ ช่วงนี้ให้คอยหมั่นตรวจดูว่ามีต้นอ่อนเริ่มแตกออกมาหรือยัง ถ้ามีเมล็ดไหน

รากแปะก๊วยงอกก่อน 12 อาทิตย์ ก็แยกออกมาเพาะก่อน
• ให้นำเมล็ดที่งอกก่อนมาเพาะในถุงชำ ใช้ดินถุงที่ขายทั่ว ๆ ไป ฝังเมล็ดแปะก๊วยลงไปประมาณ 2 นิ้ว วางถุงเพาะชำให้โดนแดดอ่อน ๆ ให้ดินที่

เพาะเมล็ดชื้ออยู่ตลอดเวลาแต่อย่าให้แฉะ หลังจากนั้นก็รอให้ต้นเขาโตขึ้นมาก่อนที่จะนำไปปลูกลงดิน
• สำหรับเมล็ดที่ไม่งอกก่อนกำหนด พบครบ 12 อาทิตย์ในตู้เย็นก็ออกมาเพาะต่อตามข้อ 3

การศึกษาทางเภสัชวิทยาของแปะก๊วย
มีการทดลองงานวิจัยแปะก๊วยกับผู้ป่วยที่มีอาการบกพร่องเรื้อรังของสมองส่วนซีรีบรัม และหลอดเลือดพบว่า ในแปะก๊วยช่วยให้มีการพัฒนาการทางความจำ ความคิด นอนหลับได้ง่ายขึ้น ส่วนผู้ป่วยโรคอัลไซเมอร์นั้น ในสหรัฐอเมริกา ใบแปะก๊วยก็ถูกให้อย่างกว้างขวางเพื่อเป็นยารักษาอาการดังกล่าว โดยมีการทดลองในปี 1994 ทดลองให้กินใบแปะก๊วยกับกลุ่ม ผู้ป่วยอัลไซเมอร์ พบว่าผู้ป่วยมีความจำ และสมาธิได้ดีขึ้น ในปี 1996 ได้มีการทดลองพบว่าประโยชน์ใบแปะก๊วยมีประสิทธิภาพช่วยป้องกันผู้ที่มีอาการ AMS (Asthma & AcutE Mountain Sickness) หรือภาวการณ์ผิดปรกติของการหายใจขณะขึ้นสู่ที่สูงได้ ส่วนคนในกลุ่มคนที่ประสบปัญหาหูอื้ออยู่เป็นประจำ การรับประทานใบแปะก๊วยแห้งยังช่วยลดภาวะหูอื้อลงได้อีกด้วย

jumboslot


การศึกษาทางพิษวิทยาของแปะก๊วย

การทดสอบความเป็นพิษเฉียบพลันของผงแปะก๊วยในหนู พบว่าให้ค่า LD50 เท่ากับ 7725 มิลลิกรัม/กิโลกรัมน้ำหนักตัว ไม่พบผลที่ทำให้เกิดการก่อกลายพันธุ์ (mutagen) หรือทำให้เกิดมะเร็ง (carcinogen) และไม่เป็นพิษต่อ ระบบอวัยวะสืบพันธุ์

ข้อแนะนำและข้อควรระวัง
• สาร Gingkolide จากใบแปะก๊วยมีฤทธิ์ยีนส์การเกาะดึงของเกล็ดเลือด ถ้ากินยาแอสไพรินอยู่ประจำ หรือ กินยา Gingkolide อยู่อาจมีผลข้างเคียงของการที่เลือดไหลไม่หยุด
• ถ้ากินสารสกัดใบแปะก๊วยในปริมาณมาก อาจทำให้เกิดอาหารคลื่นไส้ อาเจียน ท้องเสีย และมีอาหารกระวนกระวาย
• สำหรับหญิงตั้งครรภ์และให้นมบุตร ยังไม่มีงานวิจัยตีพิมพ์ถึงความปลอดภัย หรือผลที่จะเกิดกับทารก
อีกทั้งหากรับประทานสารสกัดใบแปะก๊วยมากเกินไปอาจมีผลข้างเคียงทำให้ปวดศีรษะ มึนงง เวียนศีรษะ ทางเดินอาหารปั่นป่วน หรืออาจเกิดอาการแพ้ทางผิวหนัง ระบบหายใจและหลอดเลือดผิดปกติ ง่วงซึม ระบบการนอนหลับก็ปั่นป่วนไปด้วย

slot

เมื่อแปะก๊วยถูกสกัดออกมาด้วยตัวทำละลาย จะได้สารสกัดไบโอฟลาโวนอยด์ (Bioflavonoids) เจ้าสารสกัดตัวนี้ จะช่วยต้านอนุมูลอิสระภายในร่างกาย ช่วยให้ป้องกันการก่อมะเร็งได้ส่วนหนึ่ง รวมถึงช่วยต้านอนุมูลอิสระที่ดวงตา ช่วยชะลอการเสื่อมของดวงตา ช่วยให้ประสาทตาสามารถทำงานมองเห็นภาพได้เป็นปกติ เห็นสีชัดเจน ในผู้ป่วยที่เป็นโรคเบาหวาน อาจช่วยป้องกันอาการที่คนทั่วไปเรียกว่า เบาหวานขึ้นตา นอกจากนี้ยังช่วยป้องกันการเกิดอาการจอประสาทตาเสื่อมที่อาจพบได้บ่อยในเหล่าผู้สูงอายุอีกด้วย

นอกจากสารสกัดไบโอฟลาโวนอยด์ (Bioflavonoids) แล้ว ยังได้สารไบโลบาไลด์ (Bilobalides) และกิงโกไลด์ (Ginkgolides) สามารถต้านการจับตัวของเกล็ดเลือด ซึ่งจะช่วยให้ระบบไหลเวียนเลือดภายในตัวไหลเวียนได้ดีขึ้น ตั้งแต่ระบบไหลเวียนเลือดให้สามารถลำเลียงอ๊อกซิเจนไปเลี้ยงภายในสมองได้ปกติ

ประโยชน์ใบแปะก๊วย ถัดมาคือ ช่วยบำรุงสมอง ป้องกันและรักษาปัญหาที่เกี่ยวกับสมองทั้งหลาย เช่น ป้องกันสมองเสื่อมและโรคอัลไซเมอร์ ทั้งยังช่วยให้ระบบเกี่ยวกับความจำสามารถทำงานได้ปกติดี สามารถจดจำได้ดีขึ้น ช่วยลดอาการวิตกกังวลได้อย่างไม่น่าเชื่อ ผู้ทานจะรู้สึกมีสมาธิมากขึ้น และสามารถคิดเรื่องต่าง ๆ หรือคำนวณได้ค่อนข้างรวดเร็วขึ้น ลดอาการวิงเวียนศีรษะ และการทรงตัว ลดอาการบ้านหมุน

โรคซึมเศร้า เป็นโรคที่พบเจอในผู้คนทั่วไปได้บ่อยมากขึ้น บางรายอาจรู้ตัวหรือไม่รู้ตัว หลายคนไม่ยอมเข้ารับการรักษาด้วยยา เนื่องจากเกรงกลัวในผลข้างเคียงของยา หากจะช่วยบรรเทาอาการโดยไม่อยากพึ่งยา ใบแปะก๊วยก็เป็นอีกทางเลือกที่น่าสนใจ มีผลการวิจัยบางแห่งออกมาว่า เมื่อทานแล้วจะรู้สึกว่าอารมณ์ดีขึ้น นักจิตแพทย์หลายท่านจึงเลือกนำมาใช้ในการรักษาผู้ป่วยโรคซึมเศร้า

ในส่วนโรคจิตเภท (Schizophrenia) สารสกัดจากแปะก๊วยอาจไม่สามารถทำหน้าที่แทนยารักษาอาการได้ แต่หากรับประทานควบคู่กับยาที่ใช้เพื่อรักษาอาการโดยตรง จะยิ่งทำให้มีอาการดีขึ้นได้ไวมากขึ้น อีกทั้งลดอาการที่อาจเกิดจากผลข้างเคียงของยาได้อีกด้วย