โรคต่างๆ

สรรพคุณขี้เหล็ก

ขี้เหล็ก มีชื่อเรียกในทาง พฤกษศาสตร์ว่า Cassia siamea Lamk. ซึ่งคำว่า siamea ที่เป็นชื่อชนิดของขี้เหล็กนั้น มาจากคำว่า Siam หรือสยาม ทั้งนี้ เพราะผู้ตั้งชื่อทางพฤกษศาสตร์และภาษาอังกฤษให้เกียรติประเทศสยาม (ในขณะนั้น) ซึ่งเป็นแหล่งกำเนิดของต้นขี้เหล็กบ้าน ความจริงต้นขี้เหล็กบ้านพบขึ้นอยู่ตามธรรมชาติในหลายประเทศ

เครดิตฟรี

เดิมเป็นไม้ในบริเวณเอเชียตะวันออกเฉียงใต้นับจากหมู่เกาะต่างๆ ของประเทศอินโดนีเซียไปจนกระทั่งถึงประเทศศรีลังกาต่อมามีผู้นำเอาไม้ขี้เหล็กไปเป็นไม้ประดับ ขึ้นได้ในดินร่วมปนทรายที่มีการระบายน้ำดี

ประโยชน์และสรรพคุณขี้เหล็ก
รักษาโรคเส้นประสาท นอนไม่หลับ ทำให้หลับสบาย
รักษาหืด
รักษาโรคโลหิตพิการ
รักษารังแค
ขับพยาธิ
ช่วยออกฤทธิ์กระตุ้นการบีบตัวของลำไส้ ทำให้ขับถ่ายได้ง่ายขึ้น
เป็นยาระบาย และแก้อาหารท้องผูก
ช่วยยับยั้งและชะลอการขยายตัวของเซลล์มะเร็ง
รักษาโรคบิด
รักษาโรคเบาหวาน
แก้ร้อนใน
รักษาฝีมะม่วง
รักษาโรคเหน็บชา
ลดความดันโลหิตสูง
ช่วยในการคลายความเครียดบรรเทาอาการจิตฟุ้งซ่าน
รักษาโรคหนองใน
รักษาวัณโรค
รักษามะเร็งปอด ปอดอักเสบ มะเร็งลำไส้ มะเร็งกระเพาะอาหาร
รักษาโรคผิวหนัง แก้อาการเหน็บชาตามร่างกาย
เป็นยาบำรุงไต
ช่วยลดอาการไอ และขับเสมหะ
แก้ลมดันในระบบทางเดินอาหาร
รักษาแผลกามโรค
รากใช้ทาแก้อัมพฤกษ์ให้หย่อน
ช่วยบำรุงน้ำดี

สล็อต

รูปแบบและขนาดวิธีใช้ขี้เหล็ก

การใช้ใบขี้เหล็กรักษาอาการท้องผูกตามคำแนะนำของกระทรวงสาธารณสุข (สาธารณสุขมูลฐาน) ใช้ใบขี้เหล็ก 4-5 กำมือ ต้มเอาแต่น้ำดื่มก่อนอาหาร
แก้อาการนอนไม่หลับ กังวล เบื่ออาหารใช้ใบแห้งหนัก 30 กรัม หรือใบสดหนัก 50 กรัม ต้มเอาน้ำดื่มก่อนนอน หรือใช้ใบอ่อนทำเป็นยาดองเหล้า (ใส่เหล้าขาวพอท่วมยา แช่ไว้ 7 วัน คนทุกวันให้น้ำยาสม่ำเสมอ กรองกากยาออก จะได้น้ำยาดองเหล้าขี้เหล็ก) ดื่มครั้งละ 1-2 ช้อนชา ก่อนนอน
แก้อาการท้องผูก เป็นยาระบาย ยาถ่าย ใช้ใบอ่อน 2-3 กำมือ หรือแก่นขนาดประมาณ 2 องคุลี ใช้ 3-4 ชิ้น ใช้ใบขี้เหล็กอ่อนหรือแก่ต้มกับน้ำ 1-1½ ถ้วยแก้ว เติมเกลือเล็กน้อย ดื่มเมื่อตื่นนอนเช้า หรือก่อนอาหารเช้าครั้งเดียว
ช่วยรักษารังแค ด้วยการใช้ดอกขี้เหล็กผสมกับมะกรูดย่างไฟ 2 ลูก โดยต้องย่างให้มีรอยไหม้ที่ผิวมะกรูดด้วย ใช้ดอกขี้เหล็ก 2 ช้อนโต๊ะ พิมเสน 1 ช้อนชา นำมาปั่นผสมกันแล้วเติมน้ำปูนใส 100 cc. ปั่นจนเข้ากัน แล้วคั้นกรองเอาแต่น้ำ จากนั้นนำน้ำมันมะกอกเติมผสมเข้าไปประมาณ 60-100 cc. ผสมจนเข้ากันแล้วนำมาหมักผมทิ้งไว้ประมาณ 20 นาทีก่อนการสระผมทุกครั้ง จะช่วยรักษารังแคได้
นำใบขี้เหล็กมาต้มน้ำสำหรับอาบ ช่วยรักษาโรคผิวหนัง กำจัดเชื้อรา
บรรเทาอาการปวดจากพิษแมลงกัดต่อย ด้วยการนำมาส่วนต่างๆมาบดผสมน้ำเล็กน้อย ก่อนจะประคบบริเวณที่ถูกต่อย
ช่วยในการห้ามเลือด ด้วยการนำใบ และดอกอ่อนมาบด และกดประคบไว้ที่แผล

สล็อตออนไลน์

ลักษณะทั่วไปขี้เหล็ก
• ลำต้นขี้เหล็ก เป็นไม้ขนาดกลาง มีลำต้นสูงประมาณ 5-15 เมตร ลำต้นมีลักษณะไม่สมมาตร ไม่เป็นวงกลม และมักบิดงอ เปลือกลำต้นมีสีเทาอมดำ เปลือกแตกเป็นร่องเล็กๆตามยาว เมื่อจับจะรู้สึกสากมือ ลำต้นแตกกิ่งจำนวนมาก เป็นทรงพุ่มใหญ่
• ใบขี้เหล็ก เป็นใบประกอบแบบขนนกชนิดใบคู่ (ใบสุดท้ายเป็นคู่) ใบแตกออกบริเวณกิ่ง เรียงสลับกัน ประกอบด้วยใบหลักยาวประมาณ 15-25 เซนติเมตร แต่ละใบหลักประกอบด้วยใบย่อย เรียงเป็นคู่ๆ 7-16 คู่ ใบย่อยมีรูปร่างรี โคนใบ และปลายใบมน แต่หลักเว้าตรงกลางของปลายใบเล็กน้อย ใบยาวประมาณ 3.5-4 เซนติเมตร กว้างประมาณ 1.5-2 เซนติเมตร แผ่นใบ และขอบใบเรียบ เส้นใบมองไม่ค่อยชัดเจน ใบอ่อนหรือยอดอ่อนมีสีแดงเรื่อ ใบแก่มีสีเขียวสด ไม่มีขน โดยใบอ่อนจะเริ่มแตกออกให้เห็นตั้งแต่ช่วงเดือนกุมภาพันธ์ ซึ่งในระยะนี้จะเริ่มเก็บยอดอ่อนมาทำอาหารได้ และใบจะเริ่มแก่ในช่วงต้นฤดูฝนประมาณเดือนมิถุนายน ซึ่งช่วงนี้จะไม่นำมาทำอาหาร แต่ต่อไปจะนำดอกอ่อนที่ออกในช่วงกรกฎาคมมาทำอาหารแทน
• ดอกขี้เหล็ก แทงออกเป็นช่อขนาดใหญ่ โดยจะแทงออกเฉพาะบริเวณปลายกิ่งเท่านั้น ช่อดอกยาวประมาณ 20-40 เซนติเมตร แต่ละช่อประกอบด้วยดอกจำนวนมาก มากกว่า 10 ดอก ดอกประกอบด้วยกลีบรองดอก 3-4 กลีบ กลีบดอกมีสีเหลืองเข้ม จำนวน 5 กลีบ ที่มีขนาดเท่ากัน ถัดมาภายในเป็นเกสรตัวผู้ 10 อัน ถัดมาเป็นเกสรตัวเมีย และรังไข่ ดอกจะเริ่มบานจากโคนช่อ เรื่อยๆจนถึงปลายช่อ ดอกบานเต็มที่มีขนาดประมาณ 2.5-4 เซนติเมตร เมื่อดอกบานแล้ว 2-3 วัน จะร่วงล่นลงดินดอกจะบานในช่วงเดือนกรกฎาคม-สิงหาคมเริ่มติดฝักในช่วงเดือนสิงหาคม-ตุลาคม
• ฝัก และเมล็ด ผลขี้เหล็กเรียกว่า ฝัก มีลักษณะแบนยาว ฝักอ่อนมีสีเขียว ฝักแก่มีสีน้ำตาลอมดำ ขนาดฝักกว้าง 1.5 เซนติเมตร ยาว 15-25 เซนติเมตร ภายในฝักมีเมล็ดเรียงตามความยาวของฝัก จำนวน 20-30 เมล็ด เมล็ดมีรูปร่างรีแบน สีน้ำตาลอมดำ

การขยายพันธุ์ขี้เหล็ก
ต้นขี้เหล็กสามารถเจริญเติบโตได้ทุกภาคของไทย เนื่องจากมีความทนทานต่อสภาพอากาศที่ร้อนได้ดี และเป็นพันธุ์ไม้ที่พบได้ทั่วไป รวมถึงประชาชนนำยมบริโภคเป็นอาหารด้วย ในปัจจุบัน การขยายพันธุ์ขี้เหล็ก นิยมปลูกด้วยการเพาะเมล็ดเป็นหลัก เพราะจะให้กิ่งได้มาก แตกยอดอ่อนได้มาก

jumboslot

ฤทธิ์ทางเภสัชของขี้เหล็ก

ฤทธิ์กระตุ้นการเคลื่อนไหวของลำไส้ สารสกัดใบขี้เหล็กด้วยแอลกอฮอล์ร้อยละ 25 มีผลเพิ่มการบีบตัวของกล้ามเนื้อเรียบของลำไส้กบและสุนัข
ฤทธิ์เป็นยาถ่าย ขี้เหล็กมีสาร anthraquinone ซึ่งมีฤทธิ์เป็นยาถ่าย จากการศึกษาพบว่าสารสกัดจากใบขี้เหล็กด้วยน้ำร้อน มีฤทธิ์เป็นยาถ่ายในหนู
การศึกษาฤทธิ์ของแอนโดรบาราคอลที่สกัดได้จากใบ และยอดอ่อนขี้เหล็กต่อระบบประสารทส่วนกลาง พบว่าแอนโดรบาราคอลสามารถออกฤทธิ์ลดการเคลื่อนไหวของสัตว์ได้ ซึ่งอาจออกฤทธิ์ผ่านการกดระบบประสาทส่วนกลาง
ฤทธิ์ลดอาการวิตกกังวลและช่วยให้นอนหลับ จากการทดสอบสารบาราคอลจากใบอ่อน พบว่ามีผลทำให้หนูขาวซึม เคลื่อนไหวช้าลง แต่ไม่หลับ แต่อีกการทดลองหนึ่งกล่าวว่าบาราคอลมีฤทธิ์ทำให้สัตว์ทดลองหลับ เมื่อฉีดบาราคอลเข้าทางช่องท้องหนูขาว ในขนาด 25 มก./กก. (low dose) และ 100 มก./กก. (high dose) และการทดลองฉีดน้ำสกัดจากใบขี้เหล็กสด ขนาด 12 ก./กก. เข้าทางกระเพาะอาหารหนูขาว พบว่ามีฤทธิ์คลายกังวล แต่มีการศึกษาผลของบาราคอล (0-20 มก./ก.) ในการลดอาการวิตกกังวล โดยใช้วิธีการทดลองแบบ elevated plus-maze และ shock-probe burying tests พบว่าบาราคอลไม่มีฤทธิ์ดังกล่าว
มีการทดลองใช้ยาน้ำเชื่อม (syrup) ขี้เหล็ก และยาเม็ดขี้เหล็กทางคลินิก เพื่อรักษาอาการนอนไม่หลับ โดยใช้ยาดังกล่าวให้มี anhydrobaracol 10 มก./dose มีผู้ป่วยหลังการผ่าตัด 22 ราย ที่ได้รับยาน้ำเชื่อมครั้งเดียว ก่อนนอน และผู้ป่วยนอก 20 ราย ได้รับยาเม็ดไปรับประทาน 1 ครั้ง ก่อนนอน ผลการทดสอบพบว่า การนอนหลับดีขึ้น 59 และ 69% ในผู้ป่วยที่ได้รับยาน้ำเชื่อมและยาเม็ดตามลำดับ ส่วนผลข้างเคียงพบในกลุ่มที่ได้รับยาเม็ดเท่านั้น คือ loose stool และอึดอัดในท้อง (6%)

slot

เสริมฤทธิ์กับยานอนหลับ มีการทดลองป้อนสารสกัดอัลกอฮอล์ของขี้เหล็กใบแก่ (0.9956 ก./กก.) และสารสกัดอัลกอฮอล์ของขี้เหล็กใบอ่อน (0.8942 ก./กก.) ให้กับหนูถีบจักรเพศผู้ เพื่อศึกษาฤทธิ์ช่วยหลับ ทำการศึกษาโดยใช้วิธี hexobarbital sleeping time โดยหลังจากให้สารสกัดแก่สัตว์ทดลองแล้ว อีก 1 ชม. จึงฉีด hexobarbital ขนาด 60 มก./กก. ทางช่องท้อง จับเวลาที่สัตว์ทดลองหลับ โดยสังเกตจาก righting reflex นอกจากนี้ยังได้ทดสอบฤทธิ์ของ standard barakol ขนาด 10 มก./กก. โดยให้ทางช่องท้องด้วย ผลการทดสอบพบว่าสารสกัดอัลกอฮอล์ของขี้เหล็กใบอ่อนและสารสกัดอัลกอฮอล์ของขี้เหล็กใบแก่ และ standard ช่วยเพิ่มระยะเวลาที่หนูหลับโดย hexobarbital ได้อย่างมีนัยสำคัญ เมื่อเทียบกับกลุ่มควบคุม ส่วนการเปรียบเทียบหาปริมาณบาราคอลในขี้เหล็กใบแก่และใบอ่อน โดยวิธี TLC densitometry พบว่าปริมาณบาราคอลในใบอ่อนมีมากกว่าในใบแก่ แต่ระยะเวลาการนอนหลับที่เพิ่มขึ้นของขี้เหล็กใบอ่อนและใบแก่ ไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ จากการศึกษาฤทธิ์ของใบขี้เหล็กตากแห้งทั้งชนิดใบป่นผสมน้ำและน้ำสกัด ปริมาณ 1-2 ก./กก. นำมาป้อนให้กระต่ายแล้วให้ pentobarbital โดยแบ่งการทดสอบเป็นป้อนครั้งเดียว 1 ชม.ก่อนฉีด pentobarbital และป้อนทุกวัน ติดต่อกัน 7 วัน ก่อนฉีด pentobarbital พบว่าขี้เหล็กปริมาณดังกล่าว ไม่มีฤทธิ์ทำให้ระยะเวลาการนอนหลับโดย pentobarbital ในกระต่ายเปลี่ยนแปลง

ข้อแนะนำและข้อควรระวัง

การรับประทานขี้เหล็กในลักษณะที่นำใบขี้เหล็กไปตากแห้งแล้วบรรจุเป็นเม็ด อาจทำให้เกิดการเสื่อมและการตายของเซลล์ตับ หรืออาจทำให้เกิดภาวะตับอักเสบ ทำให้เกิดโรคตับได้ ซึ่งการรับประทานขี้เหล็กอย่างปลอดภัย ต้องเลือกใบเพสลาดหรือตั้งแต่ยอดอ่อนถึงใบขนาดกลาง และนำไปต้มให้เดือด เทน้ำทิ้งสัก 2-3 น้ำ แล้วค่อยนำมาปรุงอาหารหรือนำไปทำเป็นยา ซึ่งวิธีการแบบพื้นบ้านนี้จะช่วยฆ่าฤทธิ์และทำลายสารที่เป็นอันตรายต่อตับได้ และยังช่วยลดความขมลงอีกด้วย
สารบาราคอลที่ได้รับในปริมาณมากจากขี้เหล็ก อาจทำให้เกิดอาการง่วงซึม และมีผลทำลายเซลล์ตับ
สารในกลุ่มสารฟลาโวนอยด์ (flavonoid) ออกฤทธิ์ทำให้เส้นเลือดฝอยแตกได้ จึงไม่ควรรับประทานมาก และผู้เป็นโรคความดันโลหิตสูงไม่ควรรับประทาน
จากผลการทดลองพบว่าขี้เหล็กช่วยให้นอนหลับ แต่เนื่องจากมีรายงานความเป็นพิษต่อตับ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา จึงห้ามจำหน่ายยาขี้เหล็กในรูปสมุนไพรเดี่ยวเพื่อใช้เป็นยานอนหลับหรือช่วยให้นอนหลับ