โรคต่างๆ

สรรพคุณเจตมูลเพลิงแดง

เจตมูลเพลิงแดงเป็นพืชล้มลุกที่มีอายุหลายปี และถือเป็นสมุนไพรเก่าแก่ชนิดหนึ่งของไทยและอินเดีย เจตมูลเพลิงแดงเป็นพืชสมุนไพร ทีมีการนำมาใช้ทางด้านเภสัชกรรมอย่างกว้างขว้างเป็นพืชสมุนไพรที่มีถิ่นกำเนิดในประเทศอินเดีย และมีการกระจายพันธุ์ในประเทศแถบเอเชีย และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เช่น จีน ไทย อินโดเนียเซีย

เครดิตฟรี

ประโยชน์และสรรพคุณเจตมูลเพลิงแดง
เป็นยาบำรุงธาตุและบำรุงโลหิต
ขับลมในกระเพาะอาหารและสำไส้
ทำให้ผายลมและเรอ
แก้ท้องอืดท้องเฟ้อ ปวดเสียดแน่นหน้าอก
ทำให้ร่างกายอบอุ่นขึ้น
แก้ริดสีดวงทวารแก้ท้องเสีย
แก้โรคผิวหนัง กลากเกลื้อน
ฆ่าพยาธิ
ช่วยขับปัสสาวะ
ช่วยย่อยอาหาร ขับลม
ช่วยแก้อาการตกขาวของสตรี
ยาขับประจำเดือนของสตรี
แก้ฝีบวม ฝีบวมอักเสบ
แก้อาการฟกช้ำ แก้เคล็ดขัดยอก
ช่วยระงับอาการปวดฟัน
ดอกใช้เป็นยาแก้โรคทำให้หนาวและเย็น
ช่วยแก้อาการไอ ช่วยขับเสมหะ
ช่วยแก้คุดทะราด
ช่วยรักษาโรอัมพาต
แก้โรคเหงื่อออกมาก
แก้โรคประสาท
แก้โลหิตเน่าเสีย

สล็อต

ตำรายาไทย ใช้ ราก แก้ปวดข้อ ขับประจำเดือนสตรี ใช้ผสมในยาบำรุงสำหรับสตรีหลังคลอด เพื่อให้มดลูกเข้าอู่ แก้ท้องอืดท้องเฟ้อ ปวดเสียด แน่นหน้าอก ทำให้ร่างกายเกิดความอบอุ่น แต่กินมากอาจทำให้แท้งลูกได้ (ไม่ควรใช้ในหญิงตั้งครรภ์) แพทย์โบราณนิยมใช้รากเจตมูลเพลิงแดงมากกว่าเจตมูลขาวเพราะมีฤทธิ์แรงกว่า โดยใช้รากเจตมูลเพลิงผสมในยาธาตุ เป็นยาช่วยย่อยและยาเจริญอาหารโดยนำผงของรากมาผสมกับลูกสมอพิเภก ผลดีปลี และเกลือ อย่างละเท่ากันรับประทานครั้งละ 2.5 กรัม ขับโลหิตระดู นำรากบดเป็นผงปิดพอกฝี ทำให้เกิดความร้อน เกลื่อนฝีได้ แก้ริดสีดวงทวาร ให้ความอบอุ่นแก่ร่างกาย กระจายเลือดลม แก้ปวดท้อง แก้ท้องเสีย มีฤทธิ์บีบมดลูกทำให้แท้งได้ ใช้เป็นยาทาภายนอกแก้โรคผิวหนังบางชนิด ทาแก้กลากเกลื้อน หรือใช้ผงรากปิดพอกฝี ระงับอาการปวดฟัน และแก้ท้องร่วง รากมีสาร plumbagin มีฤทธิ์กระตุ้นการบีบตัวของมดลูกและลำไส้ช่วยให้มีการหลั่งน้ำย่อยเพิ่มขึ้น เพิ่มความอยากอาหาร แต่อาจทำให้ระคายเคืองต่อทางเดินอาหาร และอาจเป็นพิษได้ ใบ รสร้อน แก้ลมในกองเสมหะ ช่วยย่อยอาหาร ขับผายลม แก้น้ำดีในฝัก ต้น รสร้อน แก้โลหิตอันเกิดแต่กองกำเดา ดอก มีรสร้อน แก้น้ำดีในฝัก ต้นแก้กำเดา ยาขับประจำเดือนของสตรี แก้ฝีบวม ฝีบวมอักเสบ แก้อาการฟกช้ำ แก้เคล็ดขัดยอก ผล แก้พยาธิผิวหนัง แก้ฝี

ตำรายาล้านนา ใช้ ราก รักษากามโรค โรคทางเดินปัสสาวะอักเสบ อัมพาต อาการไอ และขับเสมหะยาในชุดที่ชื่อว่า “เบญจกูล” อันได้แก่ 1. ดอกดีปลี 2. รากชะพลู 3. รากเจตมูลเพลิง 4. เถาสะค้าน และ 5. เหง้าขิงแห้ง ที่ใช้เป็นยาแก้โรคในกองเตโชธาตุ กองวาโยธาตุ และกองอากาศธาตุ ทั้งนี้ จะมีอัตราส่วนของสมุนไพรแต่ละชนิดแตกต่างกันไป เช่น กองเตโชธาตุ ให้ใช้รากเจตมูลเพลิง 16 ส่วน กองวาโยธาตุ ใช้ 8 ส่วน และกองอากาศธาตุ ใช้ 2 ส่วน เป็นต้น
• ประเทศฝรั่งเศส ใช้ ราก เคี้ยวระงับอาการปวดฟัน
• ประเทศไทยและมาเลเซีย ถือเป็นยาทำให้แท้ง
• ประเทศไทยและอินเดีย ใช้เป็นยาช่วยย่อยเจริญอาหารผสมในยาธาตุ และรักษาโรคผิวหนังกลาก เกลื้อน

สล็อตออนไลน์

รูปแบบและขนาดวิธีใช้เจตมูลเพลิงแดง

  1. ต้านโรคมะเร็ง ช่วยเจริญอาหาร แก้ธาตุพิการ เป็นยาบำรุง เป็นยาขับประจำเดือน เป็นยาฆ่าเชื้อโรค รักษาโรคผิวหนังกลากเกลื้อน รักษากามโรค โรคทางเดินปัสสาวะอักเสบ อัมพาต อาการไอ และขับเสมหะ นำรากมาอบแห้งต้มกับน้ำ ดื่มรับประทาน
  2. แก้ฝีบวม ฝีบวมอักเสบ แก้อาการฟกช้ำ แก้เคล็ดขัดยอก นำต้นสดมา 20 กรัม ตำให้แหลกผสมกับเกลือเล็กน้อย ใช้เป็นยาพอกบริเวณที่เป็นฝีจนเริ่มรู้สึกว่าร้อนแล้วให้เอาออก
  3. ยาบำรุงกำลัง ช่วยขับลม ช่วยขับเสมหะช่วยในการย่อยอาหาร นำใบนำมาป่นผสมกับพริกไทย ขมิ้นดำ ดีปลี และไพล แล้วปั้นเป็นลูกกลอน
  4. แก้โรคหนาวเย็น รักษาโรคตา นำดอกมาต้มกับน้ำ ดื่มรับประทาน
  5. แก้พยาธิผิวหนัง แก้ฝี นำผลมาตำแล้วพอกบริเวณที่เป็น เป็นยาขมเจริญอาหาร
  6. ใช้รากเจตมูลเพลิงแดงแห้งผสมกับ ผลสมอพิเภก ดีปลี ขิง อย่างละเท่าๆ กัน บดเป็นผงรวมกัน รับประทานกับน้ำร้อน ครั้งละ 2.5 กรัม ประมาณ 1 ช้อนแกง
  7. เป็นยาขับประจำเดือน ใช้รากแห้ง 1-2 กรัม ต้มกับน้ำ 2 ถ้วยแก้ว รับประทานครั้งละ 1/4 ถ้วยแก้ว
  8. ใบ ตำแล้วนำไปพอกบริเวณที่โดนตัวบุ้งทำให้คัน
  9. รากเจตมูลเพลิงแดงจัดอยู่มีตำรับยาขนานสุดท้ายที่ใช้แก้โรคหัวใจและอาการใจสั่น โดยมีส่วนผสมของสมุนไพร 13 ชนิด ได้แก่ รากเจตมูลเพลิงแดง การบูร ชะมดเชียง เทียนดำ พิมเสน หัวดองดึง อย่างละ 2 บาท กฤษณา กะลำภัก จันทน์เทศ อย่างละ 3 บาท กำยาน ขิง ดอกดีปลี อย่างละ 8 บาท และสนเทศอีก 40 บาท นำทั้งหมดมาบดเป็นผง เติมน้ำมะนาวแล้วปั้นเป็นแท่ง นำไปผึ่งในที่ร่มให้แห้ง แล้วเก็บไว้ในขวดโหล ใช้รับประทานกับกระสายน้ำมะนาวเมื่อเกิดอาการใจสั่นได้ผลดีนัก
  10. รากเจตมูลเพลิงแดงใช้เป็นยาทาแก้โรคผิวหนัง ผงรากใช้เป็นยาทาภายนอกช่วยแก้โรคผิวหนังบางชนิด ทาแก้กลากเกลื้อน (ราก) ส่วนอีกตำรับยาแก้กลากเกลื้อน ระบุให้ใช้ต้นสด 20 กรัม นำมาตำให้แหลกใช้พอกบริเวณที่เป็นจนเริ่มรู้สึกแสบร้อนแล้วจึงเอาออก หรือจะใช้ต้นสดนำมาต้มกับน้ำ แล้วใช้น้ำที่ได้จากการต้มนำมาล้างผิวหนังบริเวณที่เป็นกลากเกลื้อน (ต้น)

jumboslot

ลักษณะทั่วไปเจตมูลเพลิงแดง
ไม้พุ่มล้มลุกขนาดเล็ก สูงราว 1-1.5 เมตร มีอายุหลายปี กิ่งก้านมักทอดยาว ยอดอ่อนสีแดง ลำต้นกลมเรียบ กิ่งอ่อนสีเขียวปนแดง มีสีแดงบริเวณข้อ ใบเป็นใบเดี่ยวออกสลับกัน รูปไข่ กว้าง 3-5 เซนติเมตร ยาว 8-13 เซนติเมตร ปลายใบแหลม โคนใบมน มีสีเขียว ใบบาง แผ่นใบมักบิด ก้านใบและแกนกลางใบอ่อนมีสีแดง ดอกออกเป็นช่อแบบช่อกระจะเชิงลด ยาว 20-90 ซม. ก้านช่อดอกยาว 1-3 ซม. มีดอกย่อยจำนวนมาก ประมาณ 10-15 ดอก ดอกออกเป็นช่อตั้งขึ้นที่ปลายกิ่งหรือปลายยอด กลีบดอกสีแดงสด กลีบบางมี 5 กลีบ โคนกลีบดอกเชื่อมติดกันเป็นหลอดเล็กๆ ยาว 2.5-3.5 เซนติเมตร ปลายแยกเป็น 5 แฉก รูปไข่กลับ ยาวประมาณ 2 ซม. ปลายกลีบกลม เป็นติ่งหนามตอนปลาย ใบประดับและใบประดับย่อยรูปไข่ขนาดเล็ก ยาว 0.2-0.3 ซม. เกสรเพศผู้ 5 อัน ติดตรงข้ามกลีบดอก อับเรณูยาวประมาณ 2 มม. รังไข่รูปรี ก้านเกสรเพศเมียมีหลายขนาดมีขนยาวที่โคน กลีบเลี้ยง 5 กลีบ รูปใบหอก เป็นหลอดเล็ก ยาว 0.5-1 เซนติเมตร สีเขียว และมีขนเหนียวๆปกคลุม เมื่อจับรู้สึกเหนียวมือ ดอกออกระหว่างเดือนตุลาคม – กุมภาพันธ์ ผลลักษณะเป็นฝักกลม ทรงรียาว จะแตกออกเมื่อแก่ รากสีน้ำตาลดำเป็นเส้นๆ

การขยายพันธุ์เจตมูลเพลิงแดง
การขยายพันธุ์สามารถทำได้โดยการเพาะเมล็ด และการปักชำกิ่ง การขยายพันธุ์เจตมูลเพลิง (ทั้งแดงและขาว) นั้น ปกติก็ใช้วิธีเพาะเมล็ด แต่ในกรณีที่ต้องการปลูกเป็นจำนวนมาก เราสามารถใช้วิธีปักชำกิ่งก่อนนำไปปลูกขยายลงแปลงหรือลงในรองซีเมนต์ (หากปลูกลงแปลงรากของเจตมูลเพลิงจะไชลงในดินลึกและยากแก่การเก็บเกี่ยวผลผลิต จึงใช้วิธีปลูกลงในรองซีเมนต์ชนิดที่ไม่มีก้น แต่ใช้วัสดุแผ่นเรียบวางรองพื้นแทน เพื่อป้องกันไม่ให้รากชอนไชลงพื้น) ชนิดที่ต้องให้ระบายน้ำได้สะดวก โดยปลูกในช่วงต้นฝนแล้วรดน้ำให้อย่างน้อยสัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง ปล่อยจนมีอายุครบ 1 ปี (เป็นอย่างน้อย) แล้วจึงจะเก็บเกี่ยวผลผลิต
การชำส่วนของลำต้น คือการตัดส่วนของยอดและส่วนของลำต้น ประมาณ 2 นิ้ว หรือ 2 ข้อของลำต้น นำมาชำด้วยวัสดุปักชำขี้เถ้าแกลบใช้เวลาประมาณ 45-50 วัน จะสามารถนำไปปลูกลงถุงเพื่อเลี้ยงให้ต้นแข็งแรงก่อนนำไปปลูกในแปลง วิธีนี้จะได้ผล 40-50%

slot

การชำราก คือการตัดส่วนของรากที่อยู่ใต้ดินนำมาชำกับวัสดุปักชำตัดรากยาวประมาณ 2 นิ้ว ใช้เวลา 60-90 วันจะเริ่มแตกยอดและรากใหม่ 6 เดือนพร้อมปลูกได้ วิธีนี้จะได้ผล 80-90%
เจตมูลเพลิง 1 ต้น จะมีกิ่งสาขาเป็นจำนวนมากและออกดอกปีละ 1 ครั้ง หากถึงฤดูแล้งใบของเจตมูลเพลิงก็จะเฉาลงบ้าง หากปล่อยไว้จนถึงฤดูฝนใหม่ก็จะเจริญงอกงามขึ้นอีกครั้งหนึ่ง ยิ่งมีอายุมาก รากของมันจะยิ่งมีสรรพคุณทางยาสูงขึ้น แต่วิธีกาขยายพันธุ์ด้วยการเพาะเมล็ดและปักชำกิ่งไม่สามารเพิ่มจำนวนต้นให้ได้ในปริมาณที่มากลยังใช้ระยะเวลาค่อนข้างนานจึงจะสามารถผลิตต้นเจตมูลเพลิงแดงให้มากเพียงพอกับความต้องการ
การเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อพืช จึงเป็นเทคนิคการขยายพันธุ์พืชวิธีหนึ่งที่สามารถแก้ปัญหาดังกล่าวนี้ได้ เนื่องจากเทคนิคนี้สามารถผลิตต้นพืชได้เป็นจำนวนมากในเวลาอันสั้น อย่างไรก็ตามในการเพาะเลี้ยงเนื้อเยือพืชบนอาหารวิทยาศาสตร์สูตรที่เหมาะสม จึงจะทำให้สามารถขยายพันธุ์เพิ่มจำนวนต้นเจตมูลเพลิงแดงได้อย่างรวดเร็ว ถึงแม่ว่าได้มีการศึกษาหาสูตรอาหารที่เหมาะสมต่อการเพิ่มจำนวนต้นของเจตมูลเพลิงแดงบ้างแล้วก็ตาม แต่สูตรอาหารที่เหมาะสมผันแปรได้เนื่องจากระยะการเจริญเติบโตของพืช วัตถุประสงค์ในการเพาะเลี้ยง สภาพแวดล้อมที่ปลูกพืช และความสมบูรณ์ของต้นพืช ฉะนั้นวิธีการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อนี้จึงต้องมีการทดลองให้ได้ผลอย่างแน่นอนต่อไป
การเก็บเกี่ยวเพื่อเอารากเจตมูลเพลิงนั้น จะมีการเก็บเกี่ยวช่วงปลายฤดูแล้งราวกลางเดือนถึงปลายเดือนเมษายน โดยใช้วิธียกรองซีเมนต์ขึ้นจากกอของเจตมูลเพลิงแดง แล้วใช้เสียมค่อยๆ คุ้ยเอาเฉพาะรากของเจตมูลเพลิง นำไปล้างในน้ำสะอาด (หรือใช้น้ำฉีด) จนเหลือแต่รากเจตมูลเพลิงแดงล้วนๆ นำไปตากแห้งหรืออบแห้ง ซึ่งรากของเจตมูลเพลิงแห้งจะเสียน้ำหนักไม่มาก รากแห้ง/รากสด น่าจะมีอัตราส่วนราว 1 ต่อ 2 หรือ 1 ต่อ 1.5 โดยประมาณ