โรคต่างๆ

อาการของผู้ป่วยโรคไข้กาฬหลังแอ่น

ไข้กาฬหลังแอ่น ภาวะติดเชื้อแบคทีเรียเมนิงโกค็อกคัส ทำให้เกิดอาการมีไข้สูง ปวดหัว คอแข็ง ชัก เลือดออกตามผิวหนัง เสียชีวิตได้อย่างรวดเร็ว การรักษาต้องทำอย่างไรไข้กาฬหลังแอ่น โรค โรคติดเชื้อ

เครดิตฟรี

ไข้กาฬหลังแอ่น ( Meningococcal Disease ) คือ โรคจากการติดเชื้อแบคทีเรีย ซึ่งสามารถติดต่อสู่ร่างกายผ่านสารคัดหลั่ง โดยมีระยะการติดเชื้อเร็วมาก หากรักษาไม่ทันอาจเสียชีวิตได้ และถึงแม้ได้รับการรักษา อาการข้างเคียงจากการรักษาก็มีความเสี่ยงสูงต่อการพิการและการเสียชีวิตจากการรักษาได้

คำว่า “ ไข้กาฬ ” หมายถึง โรครุนแรง มีผื่นสีดำเกิดขึ้นตามร่างกาย
คำว่า “ หลังแอ่น ” หมายถึง อาการของผู้ป่วยหลังจะแข็งเกร็ง และ มีอาการชัก

โรคนี้มีสาเหตุของการติดเชื้อโรคหลายสาเหตุ เช่น ภาวะภูมิคุ้มกันโรคส่วนตัว สภาพสิ่งแวดล้อมทีไม่ถูกสุขอนามัยก็ยังเป็นสาเหตุของการเกิดโรคได้ โรคไข้กาฬหลังแอ่นสามารถแบ่งได้ 2 ชนิด คือ ไข้กาฬหลังแอ่นเยื่อหุ้มสมองอักเสบ และ ไข้กาฬหลังแอ่นติดเชื้อในกระแสเลือด รายละเอียด ดังนี้

ไข้กาฬหลังแอ่นเยื่อหุ้มสมองอักเสบ การติดชื้อโรคที่เยื่อหุ้มสมอง ทำให้เกิดภาวะเยื่อหุ้มสมองอักเสบ ทำให้ส่งผลถึงการแสดงอาการที่กระดูกสันหลัง
ไข้กาฬหลังแอ่นติดเชื้อในกระแสเลือด การติดเชื้อเข้าสู่กระแสเลือด เมื่อมีเชื้อโรคในกระแสเลือดที่เลือดไหลเวียนไปยังส่วนต่างๆของร่างกาย ทำให้ส่งผลกระทบต่อร่างกายปวดตัว ผิวหนังมีเลือดออก
สาเหตุของการเกิดโรคไข้กาฬหลังแอ่น

โรคไข้กาฬหลังแอ่นเกิดจากเชื้อเบคทีเรีบเมนิงโกค็อกคัส ซึ่งเมื่อเชื้อแบคทีเรียชนิดนี้เข้าสู่ร่างกาย จะส่งผลต่อการแสดงอาการต่างๆของโรค ซึ่งเป็นการติดต่อเกิดจากการหายใจเอาเชื้อโรคเข้าสู่ร่างกาย เชื้อโรคเหล่านี้ปะปนอยู่ในละอองเสมหะ น้ำมูก น้ำลายของผู้ป่วย โรคไข้กาฬหลังแอ่นจะทำให้เกิดภาวะติดเชื้อในกระแสเลือดและสามารถทำให้เยื่อหุ้มสมองอักเสบได้

อาการของผู้ป่วยโรคไข้กาฬหลังแอ่น

สล็อต

โรคไข้กาฬหลังแอ่น ผู้ป่วยจะมีไข้สูง หนาวสั่น ปวดหัวมาก ปวดตามตัว คลื่นไส้ คอแข็งและหลังแอ่น มีผื่นเป็นจุดเลือดบนผิวหนัง และในรายที่มีอาการหนัก เชื้อโรคจะเข้าสู่กระแสเลือด และทำให้เกิดอาการเยื่อหุ้มสมองอักเสบ ผู้ป่วยบางรายมีลักษณะอาการแบบเรื้อรัง ป่วยหลายเดือนไม่หาย ซึ่งอาการของโรคสามารถแยกได้เป็น 2 กลุ่มผู้ติดเชื้อ คือ อาการที่พบในเด็กเล็ก และ อาการที่พบในเด็กวัยรุ่น โดยรายละเอียดของอาการมีดังนี้

อาการไข้กาฬหลังแอ่นในเด็กเล็ก ลักษณะอาการมีไข้ขึ้นสูง เบื่ออาหาร อาเจียน ซึม นอนตลอดเวลา มีผื่นขึ้นตามแขน ขา และตามตัว และ ผิวเป็นรอยจ้ำ

อาการไข้กาฬหลังแอ่นในเด็กวัยรุ่น ลักษณะอาการมีไข้ขึ้นสูง ปวดหัว อาเจียน เกร็งที่คอ คอแข็ง ซึมลง เกิดผื่นขึ้นตามขาและแขน และ สายตาสู้แสงจ้าๆไม่ได้

การรักษาโรคไข้กาฬหลังแอ่น

สำหรับแนวทางการรักษาโรคไข้กาฬหลังแอ่น ปัจจุบันสามารถรักษาด้วยการให้ยาปฏิชีวนะ โดยการให้ยาแอมพิซิลลิน ( ampicillin ) ยาเพนิชิลสิน ( penicillin ) ยาคลอแรมฟีนีนิคอล ( Chloram­phenicol ) ยาซัลโฟนาไมด์ ( sulfonamide ) แต่การรักษาโรคนี้นั้นใช้การให้ยาปฏิชีวนะ ควบคู่กับการประคับประคองตามอาการและป้องกันภาวะแทรกซ้อนของโรค

การรักษาด้วยการประคับประคอง เช่น การให้ลดไข้ การให้น้ำเกลือ การให้ยาช่วยให้เลือดแข็งตัว เป็นต้น

การรักษาภาวะแทรกซ้อน

ภาวะแทรกซ้อนของโรคไข้กาฬหลังแอ่นเป็นสิ่งที่น่ากลัวสำหรับโรคนี้ เนื่องจากผู้ป่วยมีภาวะภูมิคุ้มกันโรคต่ำ มีโอกาสในการเกิดโรคต่างๆที่เป็นอันตรายต่อชีวิต แนวทางการรับมือกับภาวะแทรกซ้อนของโรคไข้กาฬหลังแอ่น มีดังนี้

สล็อตออนไลน์

ผู้ป่วยที่มีเยื่อหุ้มสมองอักเสบโดยไม่มีการติดเชื้อในกระแสเลือด มีอัตราตายประมาณ 2-10%
ผู้ป่วยที่มีการติดเชื้อในกระแสเลือดชนิดรุนแรงมีอัตราตายสูงถึง 70-80% แต่หากการรักษาเป็นไปอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ อัตราตายจะอยู่ที่ประมาณ 40%
ผู้ป่วยที่เกิดเยื่อหุ้มสมองอักเสบ หากรอดชีวิตอาจเกิดอัมพาตของเส้นประ สาทจากสมอง (Cranial nerve) หรือเป็นอัมพฤกษ์ อัมพาตครึ่งซีกของร่างกายได้
อาจเกิดสมองเสื่อม ปัญญาอ่อน หรือหูหนวกได้
ผู้ป่วยที่มีการติดเชื้อในกระแสเลือดชนิดรุนแรง ตามปลายนิ้วมือ ปลายนิ้ว เท้าอาจเกิดการเน่าตายเนื่องจากภาวะช็อกทำให้เลือดไปเลี้ยงอวัยวะส่วนปลายไม่พอ หรือเกิดจากลิ่มเลือดไปอุดตัน
การป้องกันโรคไข้กาฬหลังแอ่น

แนวทางการป้องกันโรคไข้กาฬหลังแอ่น คือ การทำร่างกายให้แข็งแรง รวมถึงรับวัคซีนป้องกันโรค โดยแนวทางต่างๆมีดังนี้

เข้ารับวัคซีนป้องกันโรค กับผู้ป่วยในพื้นที่ที่มีการระบาดของโรค
ดูแลสุอนามัยรอบตัวให้ปราศจากเชื้อโรค
รับประทานอาหารที่มีประโยชน์
พักผ่อนให้เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย
ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ

jumboslot

ไข้กาฬหลังแอ่น (Meningococcal Disease) คือโรคติดเชื้อที่บริเวณเยื่อหุ้มสมอง เกิดจากเชื้อแบคทีเรียไนซีเรีย เมนิงไจทิดิส (Neisseria Meningitidis) ซึ่งเป็นเชื้อที่มีอันตรายสูง เกิดขึ้นได้ในทุกเพศทุกวัย แต่มักพบในทารก เด็ก และวัยรุ่น ไข้กาฬหลังแอ่นเป็นโรคที่อันตราย เนื่องจากเป็นโรคที่มีการลุกลามค่อนข้างเร็ว แต่ก็สามารถรักษาให้หายได้ด้วยการใช้ยาปฏิชีวนะ และถึงแม้จะสามารถรักษาได้ ก็เสี่ยงต่อความพิการ หรือเสียชีวิตได้เช่นกัน ไข้กาฬหลังแอ่นที่มักพบได้บ่อยแบ่งออกเป็น 2 ชนิด คือ

ไข้กาฬหลังแอ่นชนิดเยื่อหุ้มสมองอักเสบ (Meningococcal Meningitis) เป็นไข้กาฬหลังแอ่นชนิดที่มีการติดเชื้อที่เยื่อหุ้มสมอง ทำให้เกิดการอักเสบที่เยื่อหุ้มสมองและไขสันหลัง
ไข้กาฬหลังแอ่นชนิดติดเชื้อในกระแสเลือด (Meningococcal Septicemia หรือ Meningococcemia) เป็นการติดเชื้อแบคทีเรียในกระแสเลือด จนทำให้เชื้อแพร่กระจายไปทั่วร่างกาย และทำลายผนังหลอดเลือด ทำให้มีอาการเลือดออกที่ผิวหนังและอวัยวะได้

นอกจากนี้อาจมีการใช้ยาหรือวิธีการรักษาอื่น ๆ เพื่อทำการรักษาอาการข้างเคียงที่เกิดขึ้นจากไข้กาฬหลังแอ่น ได้แก่

การให้ออกซิเจนเพื่อให้ผู้ป่วยได้รับออกซิเจนอย่างเพียงพอ
การใช้ยาเพื่อลดความดันโลหิต
รักษาบาดแผลที่ผิวหนังซึ่งเกิดจากโรคไข้กาฬหลังแอ่น
ผู้ที่อยู่ใกล้ชิดผู้ป่วย หากมีแนวโน้มว่าอาจได้รับเชื้อจากผู้ป่วย แพทย์ก็จะให้รับประทานยาปฏิชีวนะไประยะหนึ่ง เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการติดเชื้อตามมาในภายหลัง

slot

ภาวะแทรกซ้อนของไข้กาฬหลังแอ่น

แม้ว่าจะสามารถรักษาได้ด้วยยาปฏิชีวนะ แต่ผู้ป่วยส่วนใหญ่ก็ยังคงต้องพบภาวะแทรกซ้อนจากไข้กาฬหลังแอ่น เนื่องจากโรคนี้มักเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยภาวะแทรกซ้อนที่มักพบได้แก่

พิการ แม้จะรักษาด้วยยาปฏิชีวนะ แต่เชื้อแบคทีเรียที่จู่โจมสมอง อาจส่งผลกระทบให้เกิดความพิการ เช่น หูหนวก ตาบอด สูญเสียแขนขา สมองและระบบประสาทส่วนกลางถูกทำลาย โดยมีผู้ป่วย 11-19 คนจากผู้ป่วยไข้กาฬหลังแอ่น 100 คนที่เกิดความพิการในระยะยาว
เสียชีวิต แม้ว่าจะรักษาด้วยยาปฏิชีวนะแล้ว แต่ก็มีผู้ป่วย 10-15 คนจากผู้ป่วยไข้กาฬหลังแอ่น 100 คน ที่เสียชีวิตจากโรคนี้ เนื่องจากเชื้อแบคทีเรียส่งผลค่อนข้างร้ายแรง หากผู้ป่วยไม่ได้รับการรักษาทันทีหลังแสดงอาการก็อาจทำให้เสียชีวิตได้ภายใน 3 วัน
การป้องกันไข้กาฬหลังแอ่น

ไข้กาฬหลังแอ่นสามารถป้องกันได้ โดยหลีกเลี่ยงการอยู่ใกล้ชิดกับผู้ป่วยที่มีการติดเชื้อไข้กาฬหลังแอ่น ก็จะช่วยให้ความเสี่ยงลดลงได้ แต่ถ้าได้รับเชื้อควรรีบมาพบแพทย์ อาจจำเป็นที่จะต้องรับประทานยาปฏิชีวนะติดต่อกันระยะหนึ่งเพื่อป้องกันการติดเชื้อที่อาจเกิดขึ้น

นอกจากนี้ โรคไข้กาฬหลังแอ่นยังสามารถป้องกันได้เบื้องต้นด้วยการฉีดวัคซีน แต่เนื่องจากในประเทศไทย สายพันธุ์ที่พบได้บ่อยที่สุดคือสายพันธุ์บี ซึ่งสายพันธุ์นี้ยังไม่มีวัคซีนที่สามารถป้องกันได้โดยตรง ดังนั้นจึงยังไม่มีการแนะนำให้คนไทยฉีดวัคซีนป้องกันไข้กาฬหลังแอ่น แต่สำหรับผู้ที่ต้องเดินทางไปในพื้นที่ที่มีการระบาดของโรคหรือผู้ที่ต้องเดินทางไปในประเทศที่มีการระบุให้ทำการฉีดวัคซีนไข้กาฬหลังแอ่นก่อนเดินทางไป แพทย์จะแนะนำให้ผู้ป่วยฉีดวัคซีนป้องกันการติดเชื้อแบคทีเรียไนซีเรีย เมนิงไจทิดิส ก่อนเดินทาง สำหรับในประเทศไทย วัคซีนที่ใช้สามารป้องกันไข้กาฬหลังแอ่นได้ 4 สายพันธุ์ ได้แก่ A, C, Y และ W-135 ซึ่งวัคซีนจะแบ่งออกเป็น 2 ชนิดย่อย ๆ ได้แก่

วัคซีนชนิดคอนจูเกต (Conjugated Tetravalent Meningococcal Vaccine)
วัคซีนชนิดโพลีแซคคาไรด์ (Polysaccraride Tetravalent Meningococcal Vaccine)
ทั้งนี้เมื่อผู้ป่วยได้รับการฉีดวัคซีนแล้ว จะต้องรอประมาณ 7-10 วัน ภูมิคุ้มกันของโรคนี้จึงจะเพิ่มขึ้น โดยสามารถป้องกันได้นาน 3-5 ปี