โรคต่างๆ

อาการของโรคกดทับเส้นประสาทข้อมือ

ภาวะการกดทับเส้นประสาทบริเวณข้อมือ เกิดจากการกดทับเส้นประสาทบริเวณข้อมือ ซึ่งเส้นประสาทที่ข้อมือทำหน้าที่ควบคุมกล้ามเนื้อที่เคลื่อนไหวนิ้วหัวแม่มือ และ รับความรู้สึกบริเวณนิ้วมือ การกดทับเส้นประสาทนานๆทำให้เส้นประสาทตีบแคบ และ อักเสบ ส่งผลให้เกิดอาการชา และ ปวดข้อมือ เป็นกลุ่มอาการสำหรับคนทำงานออฟฟิต โดยเฉพาะคนที่นั่งทำงานในท่าใดท่าหนึ่ง เป็นเวลานาน ๆ ทำให้เกิดอาการอักเสบ โดยสาเหตุของอาการบาดเจ็บ มีองค์ประกอบหลักๆ 2 สาเหตุ คือ

เครดิตฟรี

เกิดจากสภาพแวดล้อมอุปกรณ์ในสำนักงานไม่เหมาะสำต่อสรีระของคนทำงาน เช่น โต๊ะ เก้าอี้ และ computer เป็นต้น รวมถึง เสียง แสงสว่าง ที่ส่งผลต่อ สายตา กล้ามเนื้อ และอาการปวดศรีษะ
เกิดจากพฤติกรรมส่วนตัวของคนทำงาน เช่น การอยู่ในท่าทางที่ไม่เหมาะสมเป็นเวลานานๆ ส่งผลให้เกิดการบาดเจ็บ
กลุ่มอาการที่เกิดจากการทำงาน ( Office syndrome ) มีหลายอาการ เช่น โรคการกดทับเส้นประสาทบริเวณข้อมือ ( Carpal tunnel syndrome) หมอนรองกระดูกปลิ้นกดทับเส้นประสาท ( HNP ) กล้ามเนื้ออักเสบ ( Myofascial pain syndrome ) เส้นเอ็นข้อศอกด้านนอกอักเสบ ( tennis elbow ) กระดูกสันหลังยึดติด ( Lumbar dysfunction ) เส้นเอ็นข้อศอกด้านในอักเสบ ( golfer elbow ) เป็นต้น วันนี้เรามาทำความรู้จักกับ โรคกดทับเส้นประสาทบริเวณข้อมือ

สาเหตุของโรคกดทับเส้นประสาทข้อมือ

สาเหตุสำคัญหลักของการเกิดโรคกดทับเส้นประสาทข้อมือ คือ การใช้ข้อมือและมือแบบซ้ำๆ ซึ่งลักษณะมีการกดข้อมือกับพื้นนานๆ เช่น การพิมพ์งาน การขับรถ รวมถึงการใช้เครื่องมือต่างๆที่มีการสั่นตลอดเวลา เช่น เครื่องเจาะพื้นถนน เมื่อมีการกดทับที่ข้อมือนานๆทำให้เส้นประสาทที่ข้อมือตีบและแคบลง และ เส้นประสาทข้อมืออักเสบ พบว่าอาการโรคนี้จะพบร่วมกับภาวะโรคอื่นๆ เช่น โรคอ้วน และ โรคเบาหวาน ซึ่งสามาทรถสรุปปัจจัยที่ทำให้เกิดโรคนี้ มีดังนี้

เพศ พบว่า เพศหญิงมีอัตราการเกิดมากกว่าเพศชาย
ช่วงอายุ พบว่าคนในช่วงอายุ 35 ถึง 40 ปี เป็นวัยทำงาน มีโอกาสเกิดโรคนี้มากกว่าช่วงอายุอื่นๆ
ลักษณะของข้อมือ คนที่มีข้อมือลักษณะกลม จะทำให้เกิดการกดทับเส้นประสาทได้ง่ายกว่าคนที่มีลักษณะข้อมือแบน
ภาวะการตั้งครรภ์ มีโอกาสเกิดการกดทับเส้นประสาทมากกว่าคนไม่ตั้งครรภ์
กลุ่มคนที่ต้องใช้การกระดูกข้อมือขึ้นลงบ่อย เช่น กลุ่มแม่บ้านที่ทำกับข้าว คนซักผ้า พนักงานโรงงาน พนักงานขุดเจาะ เป็นต้น
ภาวะกระดูกหัก หรือ ข้อมือเคลื่อน
ภาวะข้ออักเสบรูมาตอยด์
ภาวะแทรกซ้อนจากโรคเบาหวาน หรือ โรคไทรอยด์
อาการของโรคกดทับเส้นประสาทข้อมือ

สล็อต

สำหรับอาการของโรคจะแสดงอาการที่เจ็บปวด และ อาการอ่อนแรง ซึ่งแสดงอาการที่ข้อมือและมือ คือ ชาบริเวณมือ ปวดบริเวณฝ่ามือ ปวดร้าวจากมือไปจนถึงข้อศอก มืออ่อนแรง สามารถแบ่งอาการให้ง่ายต่อการศึกษา ได้ดังนี้

ปวด ชาบริเวณฝ่ามือและนิ้วมือจะมีอาการข้างเคียงหรือทั้ง 2 ข้าง มักจะมีอาการเด่นชัดในมือข้างที่ถนัด โดยเฉพาะนิ้วโป้ง ชี้ กลาง และนิ้วนางครึ่งนิ้ว
อาการอ่อนแรงของมือ และนิ้วมือ เช่น กำมือได้ไม่แน่น หยิบจับของแล้วหล่นง่าย ถ้าไม่รีบรักษา จะสังเกต เห็นกล้ามเนื้อในมือฝ่อลีบ บางครั้ง อาจพบว่ามีอาการมากขึ้นในตอนกลางคืนบางครั้งผู้ป่วยอาจตื่นขึ้นมาเนื่องจากอาการปวด แต่เมื่อสะบัดข้อมือ แล้วมีอาการดีขึ้น
มีอาการกล้ามเนื้อลีบที่ฝ่ามือ
แนวทางการวินิจฉัยโรคกดทับเส้นประสาทข้อมือ

สำหรับแนวทางการวินิจฉัยโรค แพทย์จะซักประวัติ และสังเกตุจากอาการ จากนั้นต้องทำการตรวจมือ ตรวจการนำไฟฟ้าของเส้นประสาท ( Electrodiagnosis ) และ เอกซเรย์เพื่อดูโครงสร้างของมือ อัลตราซาวด์เพื่อวิเคราะห์การบีบอัดของเส้นประสาท และ เอ็มอาร์ไอเพื่อดูเนื้อเยื่อบริเวณเส้นประสาท

การรักษาโรคกดทับเส้นประสาทข้อมือ

สำหรับแนวทางการรักษา แนวทางการรักษามี 2 แนวทาง คือ การทำกายภาพบำบัด หรืแ การผ่าตัด ซึงแนวทางการรักษาเบื้องต้นจะไม่ใช้การผ่าตัดในการรักษา ซึ่งสามารถสรุปการรักษาโรคกดทับเส้นประสาทข้อมือ ได้ดังนี้

การรักษาด้วยการไม่ใช้การผ่าตัด ให้หลีกเลี่ยงกิจกรรมทั้งหมดที่ต้องใช้มือและข้อมือ ใส่เฝือกอ่อนดามบริเวณข้อมือ เพื่อลดการเคลือนไหวของมือและข้อมือ ร่วมกับการใช้ยาแก้ปวด แก้อักเสบ และ การทำกายภาพบำบัดบริหารมือ
การรักษาด้วยการผ่าตัด ผ่าตัดเยื่อหุ้มเอ็นบริเวณข้อมือให้แยกจากกัน ซึ่งหลังจากการผ่าตัดข้อมือ ให้ผู้ป่วยยกมือสูงเพื่อลดอาการบวมหลังการผ่าตัด และ ให้ทำความสะอาดแผลผ่าตัดให้สะอาด เพื่อหลีกเลี่ยงการติดเชื้อโรค
การป้องกันโรคกดทับเส้นประสาทข้อมือ

สล็อตออนไลน์

แนวทางการป้องกันโรคนี้ให้หลีกเลี่ยงการกดทับและการใช้ข้อมือหนักๆ การนั่งพิมพ์งานให้พัก และ บริหารมือ เพื่อให้ข้อมือและมือได้ผ่อนคลายความเกรง

กดทับเส้นประสาทบริเวณข้อมือ อาการปวดข้อมือ ชาบริเวณมือ ปวดมือ และ ปวดร้าวขึ้นไปที่แขน มืออ่อนแรง เกิดจากการนั่งพิมพ์งานนานๆ พบบ่อยในคนทำงานออฟฟิต

ด้วยการทำงานในออฟฟิศทำให้ ผู้ที่ใช้คีย์บอร์ดคอมพิวเตอร์ เม้าส์ หรือผู้ที่เล่นโทรศัพท์ ที่ต้องงอข้อมือเป็นเวลานาน หรือการวางข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง ทำให้ง่ายต่อการเป็นโรคกดทับของเส้นประสาทบริเวณข้อมือ

ส่วนปัจจัยเสี่ยงก็มีหลายประการตั้งแต่ปัจจัยทางร่างกายที่เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างถ้าเกิดกระดูกหัก หรือข้อหลุด บริเวณข้อมืออาจเคลื่อนไปทำให้ช่องโพรงของเส้นประสาทข้อมือนี้แคบลงจนทำให้เกิดการกดเบียดที่เส้นประสาทได้ ปัจจัยเรื่องเพศ และการใช้งานก็มีส่วนเกี่ยวข้อง ปัจจัยโรคเรื้อรังต่างๆ ก็ส่งผลเช่นกัน คนที่เป็นโรคเบาหวาน โรคเกี่ยวกับต่อมไทรอยด์ โรครูมาตอยด์ พวกนี้มีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคเส้นประสาทกดทับบริเวณข้อมือทั้งสิ้น อีกปัจจัยหนึ่งที่ดูเผินๆ เหมือนจะไม่เกี่ยวก็คือการตั้งครรภ์ แต่จริงๆ ก็ส่งผลเช่นกัน เพราะในช่วงที่คุณผู้หญิงตั้งครรภ์จะเกิดการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนทำให้เกิดภาวะสารน้ำคั่งภายในร่างกาย ซึ่งสารน้ำหรือของเหลวต่างๆ ก็จะมากดทับเส้นประสาทนี่จึงเป็นปัจจัยเสี่ยงอีกประการของโรคนี้
การป้องกันและการรักษาเบื้องต้น

การยืดกล้ามเนื้อ ดัดและหมุนมือกับข้อมือ
การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในชีวิตประจำวัน เช่น พักมือหลังใช้งานเป็นเวลานาน หลีกเลี่ยงกิจกรรมที่อาจทำให้อาการแย่ลง เช่นงานในลักษณะเกร็งข้อมือนานๆ งานที่ต้องใช้มือกระดกขึ้น
ใส่เฝือกและอุปกรณ์ช่วยพยุง
การทำกายภาพบำบัดมือ

jumboslot

ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา มีคนจำนวนมากที่ใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการทำงาน การแชท การเล่นเกมในคอมพิวเตอร์ และในโทรศัพท์ เพลิดเพลินอยู่กับหน้าจอท่องโลกออนไลน์ จนทำให้เผลอลืมใส่ใจในการดูแลสุขภาพ ไม่ได้สังเกตอาการเตือน ที่เป็นสัญญาณเริ่มแรกว่ามีความผิดปกติเกิดขึ้นกับร่างกายของเรา มารู้สึกตัวอีกทีก็ตอนที่อาการผิดปกติรุนแรงไปแล้ว อย่างเช่น ปวดข้อมือ ปวดแขน นิ้วชา เจ็บแปลบ มีอาการกล้ามเนื้ออ่อนแรง เป็นต้น ในปัจจุบันโรคยอดฮิตของพฤติกรรมในการใช้มือที่สัมพันธ์กับการทำสิ่งเดิมๆ ซ้ำกันเป็นเวลานาน และมีแนวโน้มที่จะเกิดโรคนี้กันมากขึ้น นั่นก็คือ โรคการกดทับเส้นประสาทบริเวณข้อมือ หรือพังผืดกดทับเส้นประสาทข้อมือ (CTS)

เป็นโรคในกลุ่มการกดทับเส้นประสาทบริเวณข้อมือ ที่เกิดขึ้นเนื่องจากเกิดพังผืดที่หนาตัวขึ้นบริเวณข้อมือด้านฝ่ามือ ไปกดทับถูกเส้นประสาทมีเดียน (median nerve) ซึ่งอยู่ผ่านช่องข้อมือแขนงไปยังนิ้วหัวแม่มือ นิ้วชี้ นิ้วกลาง นิ้วนาง และนิ้วหัวแม่มือ โดยเมื่อเส้นประสาทถูกกดทับ จะทำให้มีอาการปวดและชาตามนิ้ว และถ้าเส้นประสาทถูกกดทับนานๆ ก็จะทำให้กล้ามเนื้อบริเวณฝ่ามือ ด้านนิ้วหัวแม่มือลีบและเล็กลง

เป็นโรคที่พบได้บ่อยในวัยกลางคน พบได้บ้างในวัยสูงอายุ โดยทั่วไปทั้งผู้ชายและผู้หญิงมีโอกาสเป็นโรคนี้ได้ แต่มักพบว่าเพศหญิงเป็นโรคนี้มากกว่า สาเหตุเกิดจากการมีความดันเพิ่มขึ้นในโพรงข้อมือ (Carpal tunnel) ซึ่งโพรงข้อมือนี้จะอยู่บริเวณฝ่ามือ ภายในโพรงข้อมือจะประกอบไปด้วยเส้นเอ็น เยื่อหุ้มเอ็น และเส้นประสาทที่ใช้ในการงอนิ้ว ซึ่งเส้นประสาทนี้คือเส้นประสาทมีเดียน(Median nerve) ซึ่งเป็นเส้นประสาทที่ทำให้เกิดพยาธิสภาพในโรคนี้

จากการวิจัยทั้งในและต่างประเทศพบว่า ผู้ที่มีความเสี่ยงในการเกิดโรคนี้สูงที่สุด คือกลุ่มผู้ที่ใช้งานข้อมือในท่าเดิมๆ เป็นเวลานาน เช่น คนที่ทำงานคอมพิวเตอร์ ที่ต้องใช้เมาส์กดแป้นคีย์บอร์ด การเย็บผ้า ถักนิตติ้ง โดยใช้ข้อมือเป็นจุดหมุน หรือการงอมือเป็นเวลานาน เช่น การกวาดบ้านนานๆ การรีดผ้า การหิ้วถุงที่มีการงอข้อมือ การสั่นกระแทกในลักษณะการทำงานก่อสร้าง งานคอนกรีต หรือเกิดจากอายุที่มากขึ้น ทำให้พังผืดเกิดการหนาตัว นอกจากนี้ผู้ที่มีข้อมือค่อนข้างกลมจะมีโอกาสเกิดโรคนี้สูงไปด้วย

การรักษาเบื้องต้น

การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในชีวิตประจำวัน เช่น พักมือหลังใช้งานเป็นเวลานาน หลีกเลี่ยงกิจกรรมที่อาจทำให้อาการแย่ลง เช่นงานในลักษณะเกร็งข้อมือนานๆ งานที่ต้องใช้มือกระดกขึ้น รวมถึงงานที่มีการสั่นกระแทก จนทำให้ความดันในโพรงข้อมือสูงขึ้นด้วย ร่วมกับการประคบเย็นเมื่อมือบวม เพื่อชะลอหรือป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดกับเส้นประสาทมีเดียนที่ข้อมือ
การใส่เฝือกและอุปกรณ์ช่วยพยุง เพื่อจัดวางให้เส้นประสาทมีเดียนอยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสม ไม่ตึงตัว หรือถูกกดทับ โดยเฉพาะเมื่อผู้ป่วยต้องนอนหลับ หรือทำกิจกรรมที่อาจทำให้อาการของโรคแย่ลง
การทำกายภาพบำบัดมือ นักกายภาพบำบัดจะแนะนำวิธีและขั้นตอนการทำกายภาพบำบัด บริเวณข้อมือ เพื่อให้เส้นประสาทมีเดียนเคลื่อนไหวในช่องข้อมือได้สะดวกขึ้น
การรับประทานยาแก้อักเสบกลุ่มเอ็นเสด (NSAIDs) เช่น ไอบูโพรเฟน นาพรอกเซน และแอสไพริน

slot

การใช้ยาสเตียรอยด์ ได้แก่ การฉีดคอร์ติโคสเตียรอยด์กับคอร์ติโซน เช่น ลิโดเคน เข้าไปในโพรงข้อมือรอบๆ เส้นประสาท และการรับประทานยาเพรดนิโซโลน เพื่อลดการอักเสบและอาการปวด บางรายอาจหายได้ พบว่าได้ผลดีเฉลี่ย 40-50 เปอร์เซ็นต์ แต่การรักษาด้วยวิธีนี้มักได้ผลเพียงชั่วคราว และไม่ควรใช้รักษาผู้ป่วยโรคเบาหวาน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับระยะของโรค และปัจจัยอื่นๆ
การรักษาโรคประจำตัวอื่นๆ ผู้ป่วยโรคเบาหวานและข้ออักเสบ ควรเข้ารับการรักษาและควบคุมอาการของโรคนั้นๆ ให้ดีเสมอ เพื่อป้องกันอาการกำเริบหรือผลข้างเคียงอื่นๆ ที่เป็นอันตราย
หากการรักษาเบื้องต้นไม่ประสบความสำเร็จ และผู้ป่วยมีอาการชามากขึ้น รวมถึงในรายที่มีอาการมากหรือกล้ามเนื้อเริ่มอ่อนแรงหรือลีบลง และไม่ตอบสนองต่อการรักษาด้วยยา อาจจำเป็นต้องรับการรักษาด้วยวิธีผ่าตัด ซึ่งจะรักษาให้โรคนี้หายขาดได้

วิธีการผ่าตัดโรคการกดทับเส้นประสาทบริเวณข้อมือ

มีหลายวิธี โดยวิธีที่ศัลยแพทย์นิยมทำ และยังถือว่าเป็นวิธีมาตรฐาน ได้แก่ การผ่าตัดแบบเปิด(open carpal tunnel release) คือแพทย์จะทำการผ่าตั้งแต่ข้อมือถึงฝ่ามือ ซึ่งจะทำให้เกิดแผลยาวประมาณ 5 – 6 เซนติเมตร เปิดให้เห็นเส้นประสาทได้โดยตรง และสามารถทำผ่าตัดอื่นๆ ร่วมด้วยได้ เช่นตัดเยื่อหุ้มเอ็นออกด้วยเป็นต้น โดยทำในห้องผ่าตัด ด้วยวิธีการวางยาสลบ หรือฉีดยาที่เส้นประสาทบริเวณคอ-รักแร้ หรืออาจทำภายใต้ยาชา ซึ่งปัจจุบันนิยมทำภายใต้ยาชามากขึ้น เนื่องจากค่อนข้างปลอดภัย ผู้ป่วยไม่ต้องงดน้ำ งดอาหาร และการผ่าตัดสามารถทำได้ด้วยความราบรื่น

การปฏิบัติตัวภายหลังผ่าตัด

หลังการผ่าตัด ช่วงแรกผู้ป่วยควรยกมือขึ้นให้อยู่เหนือระดับหัวใจ และขยับมือเพื่อลดอาการบวมและตึง ใส่เฝือกหรืออุปกรณ์พยุงข้อมือ และปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิต เช่น หลีกเลี่ยงการขับรถ ไม่หยิบจับสิ่งของที่มีน้ำหนักมาก เป็นต้น เพื่อช่วยให้การรักษาได้ผลดียิ่งขึ้นจนกว่าจะหายเป็นปกติ ซึ่งอาจใช้เวลาประมาณ 2-3 เดือน อย่างไรก็ตาม ผู้ป่วยบางรายอาจใช้เวลานานกว่า 6-12 เดือนในการฟื้นตัวและหายเป็นปกติ ซึ่งระหว่างนี้ผู้ป่วยอาจรู้สึกชาและอ่อนแรงเล็กน้อยบริเวณมือและข้อมือได้

หากไม่อยากเป็นโรคยอดฮิตในยุคนี้ เพียงแค่เราเอาใจใส่ตัวเองสักนิด ปรับท่าทางขณะที่ทำงานให้มีลักษณะที่ถูกต้อง เหมาะสม ลดพฤติกรรมเสี่ยงในชีวิตประจำวันลงบ้าง ออกกำลัง บริหารข้อมือเป็นพักๆ ก็ช่วยทำให้ถนอมข้อมือของเราให้ห่างไกลจากโรคการกดทับเส้นประสาทบริเวณข้อมือ หรือพังผืดกดทับเส้นประสาทที่ข้อมือได้แล้ว เพราะนอกจากพฤติกรรมของการใช้มือจะเป็นปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดโรคนี้ ยังสามารถทำให้เกิดโรคนิ้วล็อค (Trigger finger) อีกหนึ่งโรคยอดฮิตของมือได้อีกด้วย