โรคต่างๆ

พรมมิมีประโยชน์อย่างไร

พรมมิเป็นพืชสมุนไพรที่พบได้ทั่วทุกภาคของประเทศไทยและยังสามารถพบได้ในประเทศแถบทวีปเอเชีย เช่น อินเดีย พม่า ศรีลังกา บังคลาเทศ ลาว กัมพูชา มาเลเซีย เป็นต้น โดยมักจะพบตามที่ชื้นแฉะมีน้ำชุ่มหรือแถวริมตลิ่งต่างๆ สำหรับในประเทศไทยได้มีหลักฐานการใช้พรมมิเป็นยามาตั้งแต่สมัยอยุธยา โดยมีการกล่าวถึงการใช้พรมมิในตำราโอสถพระนารายณ์ และในอินเดียก็ได้มีการบันทึกในตำราอายุรเวทว่ามีการใช้พรมมิมานานกว่า 3000 ปีมาแล้วเช่นกัน

เครดิตฟรี

ประโยชน์และสรรพคุณพรมมิ
บำรุงสมอง
เพิ่มความจำ เพิ่มความสงบ
ทำให้อ่อนวัย
เป็นยาอายุวัฒนะ
ขับโลหิต
แก้ไข้
ขับพิษร้อน
ขับเสมหะ
ขับปัสสาวะ
บำรุงกำลัง
บำรุงหัวใจ
บำรุงประสาท
ขับพยาธิ
แก้หืด
แก้ร้อนในกระหายน้ำ
ช่วยเพิ่มและฟื้นฟูความจำ
ต้านการเกิดอนุมูลอิสระ

รูปแบบและขนาดวิธีใช้
ในการใช้พรมมิเป็นอาหารและผักจิ้มน้ำพริกคล้ายตำลึง สามารถบริโภคได้ตามปกติ แต่หากเป็นการใช้สารสกัดพรมมิ ควรใช้วันละ 1 เม็ด (300 มิลลิกรัม) หรืออาจรับประทานผักพรมมิ 30 กรัม (50ยอด) ก็จะเท่ากับสารสกัด 1 เม็ดเช่นกัน

สล็อต

ลักษณะทั่วไปพรมมิ
พรมมิ เป็นพืชล้มลุก ลำต้นทอดนอนเลื้อยแผ่ไปตามพื้นแตกกิ่งก้านมาก มีความยาว 10 – 40 เซนติเมตร มีรากออกตามข้อ ใบเดี่ยว ออกตรงข้าม รูปช้อนหรือรูปไข่กลับ ไม่มีก้านใบ ใบอวบน้ำ ขอบใบเรียบหรือหยักเล็กน้อยปลายใบมน กว้าง 1 – 5 มิลลิเมตร ยาว 6 -20 มิลลิเมตร ดอกเป็นดอกเดี่ยว ออกจากซอกใบ ก้านดอกยาว 6 – 15 มิลลิเมตร กลีบดอก รูปของขนานแกมไข่กลับยาว 8 – 10 มิลลิเมตร มีสีขาวปนม่วงอ่อน มีใบประดับรูปดาบ ยาว 2-3 มิลลิเมตร ผลแห้งแตกได้ รูปไข่ กว้าง 3 มิลลิเมตร ยาว 5 มิลลิเมตร

การขยายพันธุ์พรมมิ
พรมมิสามารถขยายพันธุ์ได้โดยการปักชำ โดยมีวิธีการดังนี้ การเตรียมวัสดุ ดิน ใช้ดินร่วน, ปุ๋ยคอก, ขี้เถ้าแกลบ อัตราส่วน 1 : 1 : 1 ถุงปักชำ การปักชำลงถุงจะต้องใช้ถุงดำขนาดที่พอเหมาะ การเลือกก้านพรมมิในการปักชำ โดยการตัดกิ่งก้านอ่อน ที่มีลักษณะสมบูรณ์ อาจมียอดและใบติดหรือไม่มีก็ได้ แต่ก้านที่ตัดต้องไม่เป็นโรค โดยตัดกิ่งก้านหรือปลายยอดยาว 3 – 4 นิ้ว วิธีการปักชำพรมมิ นำกิ่งพันธุ์พรมมิ ที่ตัดก้าน หรือปลายยอด ยาว 3 – 4 นิ้ว ริดใบบริเวณโคนก้านออกเล็กน้อย ปักก้านพรมมิลงไปในถุงดำที่กรอกดินเตรียมไว้ ให้ลึกลงไปในดิน 2 ส่วน ใน 3 ส่วน และให้ส่วนปลายตั้งขึ้นเหนือขอบถุงปักชำ รดน้ำให้ชุ่ม และคอยรดน้ำต่อไปให้วัตถุที่ปักชำชุ่มชื้นอยู่เสมอ จนกระทั่งก้านพรมมิที่ชำออกรากซึ่งจะใช้เวลาประมาณ 2 – 3 สัปดาห์ จึงสามารถย้ายลงปลูกในแปลงปลูกได้ และควรรดน้ำให้ชุ่ม วันละ 1-2 ครั้งต่อไป

การศึกษาทางเภสัชวิทยา

สล็อตออนไลน์

การศึกษาผลการฟื้นฟูความจำของสารสกัด triterpenoid saponin จากต้นพรมมิ โดยการป้อนสารสกัด triterpenoid saponin ชนิดต่างๆ ที่สกัดได้จากพรมมิ ชนิดต่างๆ ที่สกัดได้จากพรมมิขนาด 50 มก./กก. ให้แก่ หนูเม้าส์ก่อนเหนี่ยวนำให้เกิดภาวะความจำเสื่อมด้วยการฉีดสาร scopolamine 1 มก./กก. เข้าทางช่องท้อง พบว่าสารสกัด triterpenoid saponin ชนิดที่ 3,4 และ 6 ซึ่งได้แก่ bacoside XI, bacoside I และ bacosaponin C ตามลำดับ มีฤทธิ์ในการช่วยป้องกันการสูญเสียความจำได้ เมื่อให้สารสกัดพรมมิขนาด 20,40 และ 80 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัมของน้ำหนักในหนูเป็นเวลา 14 วัน ปรากฏว่าหนูมีการเรียนรู้และความจำดีขึ้น ป้องกันการสูญเสียความจำในสัตว์ทดลองที่ถูกชักนำให้เกิดภาวะความจำเสื่อม สารสกัดพรมมิมีกลไกในการปกป้องเซลล์ประสาท และเพิ่มการทำงานของสารสื่อประสาท จากการทดสอบพิษแบบเฉียบพลันและเรื้อรังไม่พบว่าสารสกัดพรมมิมีพิษต่อสัตว์ทดลอง

การศึกษาผลกึ่งเรื้อรัง (subchronic) ของพรมมิต่อความสามารถในการเรียนรู้และความจำในหนูแรท ที่ถูกเหนี่ยวนำให้เป็นโรคอัลไซเมอร์โดยการฉีดสาร colchicines เข้าทางโพรงสมอง (i.c.v.) และกระตุ้นให้เกิดการบาดเจ็บของสมองส่วน nucleus basalis magnocellularis ด้วยการฉีดสาร ibotenic acid พบว่าการป้อนสารสกัดมาตรฐานจากพรมมิ (มีสาร bacoside A ประกอบอยู่ 82.0 0.5%) ให้แก่หนูแรทขนาด 5 และ 10 มก./กก. น้ำหนักตัว นาน 14 วัน มีช่วยลดการสูญเสียความจำ ป้องกันการลดลงของ Ach และระดับการทำงานของเอนไซม์ choline acetyltransferase (ChAT) ซึ่งเป็นเอนไซม์ที่ใช้สร้าง ACh และระดับ muscarinic cholinergic receptor ที่เป็นตัวรับ Ach ในสมองบริเวณเนื้อสมองชั้นนอกของสมองส่วนหน้า (frontal cortex) และ hippocampus โดยพบว่าการป้อนที่ขนาด 10 มก./กก. น้ำหนักตัว จะเห็นผลชัดเจนทั้งในวันที่ 7 และ 14 ของการศึกษา ส่วนการป้อนที่ขนาด 5 มก./กก. น้ำหนักตัว จะเห็นผลในวันที่14 ของการศึกษา และเมื่อทดลองให้สารสกัดจากพรมมิขนาด 40 มก./กก. นาน 7 วัน ในสัตว์ทดลองร่วมกับยากันชัก Phenytoin สามารถลดผลข้างเคียงของยาที่ไปทำให้การรับรู้ของสัตว์ทดลองเสียไปได้

jumboslot

เมื่อศึกษาเปรียบเทียบผลของสารสกัดพรมมิกับสารสกัดจากใบแปะก๊วย และยา donepezil ซึ่งเป็นยาต้านอัลไซเมอร์ต่อพฤติกรรมการเรียนรู้และความจำของหนูที่แก่ตามธรรมชาติ ผลการทดลองหลังจาก้อนสารสกัดหรือยาติดต่อกันนาน 3 เดือน พบว่า หนูแก่ที่ได้รับสารสกัดพรมมิ (40 มก./กก.) มีการเรียนรู้และความจำเกี่ยวกับสถานที่ และความสามารถในการจดจำสิ่งของได้ดีพอ ๆ กับหนูแก่ที่ได้รับสารสกัดจากใบแปะก๊วย (60 มก./กก.) หรือที่ได้รับยา donepezil (1 มก./กก.) และดีกว่าหนูแก่กลุ่มควบคุมที่ได้รับเฉพาะน้ำกลั่นอย่างมีนัยสำคัญ

ผลของพรมมิต่อระบบหัวใจหลอดเลือด เมื่อให้สารสกัดพรมมิ (40 มก./กก.) หรือสารสกัดแปะก๊วย (60 มก./กก.) ทางปากในหนูแรทเป็นเวลานานติดต่อกัน 2 เดือน พบว่าทั้งสารสกัดพรมมิ และสารสกัดแปะก๊วยเพิ่มการไหลเวียนโลหิตบริเวณหลอดเลือดแดงบนเยื่อหุ้มสมอง โดยมีประสิทธิภาพเท่า ๆ กัน และสารสกัดพรมมิไม่มีผลทำให้ความดันโลหิตและอัตราการเต้นหัวใจของหนูแรทเปลี่ยนแปลงไป

การศึกษาผลของพรมมิในอาสาสมัครวัยกลางคนและสูงอายุ อายุมากกว่า 55 ปี จำนวน 60 คน แบ่งเป็นกลุ่มที่ได้ยาหลอกและได้ผลิตภัณฑ์สารสกัดพรมมิขนาด 300 และ 600 มิลลิกรัมต่อวัน เป็นเวลา 3 เดือน พบว่าในกลุ่มอาสาสมัครที่รับประทานยาจริงมีความจำ มีการทรงตัวที่ดี มีความจำและสมาธิ รวมทั้งการตอบสนองต่อสิ่งเร้าดีกว่ากลุ่มอาสาสมัครที่รับประทานยาหลอก โดยเห็นผลหลังจากรับประทานยา ติดต่อกัน 2 เดือนขึ้นไป นอกจากนี้ยังไม่พบข้างเคียงใดๆ และการศึกษาในเด็กที่มีอายุระหว่าง 4-18 ปี โดยให้รับประทานแคปซูลสารสกัดพรมมิวันละ 1 แคปซูล (ประกอบด้วยสารสกัดพรมมิมาตรฐาน 225 มก.) นาน 4 เดือนพบว่า พรมมิผลช่วยเพิ่มพัฒนาการในการเรียนรู้ของเด็กได้เมื่อเทียบกับเด็กกลุ่มที่ได้รับยาหลอก นอกจากนี้ยังพบว่าการให้เด็กสมาธิสั้น (attention deficit hyperactivity disorder) รับประทานสารสกัดพรมมิ ขนาด 50 มก. (ประกอบด้วย bacosides 20%) วันละ 2 ครั้ง มีผลช่วยให้เด็กมีประสิทธิภาพในการเรียนรู้ดีขึ้น

slot

การศึกษาทางพิษวิทยา
จากการศึกษาความเป็นพิษของพรมมิในอาสาสมัครสุขภาพดี โดยให้รับประทานสารสกัดพรมมิ (BacoMindTM) ขนาด 300 มก./วัน ติดต่อ 15 วัน และตามด้วยขนาด 450 มก./วัน อีก 15 วันไม่พบความเป็นพิษแต่อย่างใด แต่มีอาสาสมัครบางรายมีอาการระคายเคืองในระบบทางเดินอาหาร และมีอาการคลื่นไส้

ข้อแนะนำและข้อควรระวัง
ผู้ที่มีโรคประจำตัวเกี่ยวกับตับและไต ควรระมัดระวังในการใช้พรมมิ และควรปรึกษาแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญ
ในการใช้พรมมิอาจพบอาการข้างเคียงในบางราย เช่น ระคายเคืองในระบบทางเดินอาหาร คลื่นไส้อาเจียน เป็นต้น
แม้ว่าพรมมิจะไม่มีความเป็นพิษ แต่ในการใช้ควรใช้แต่พอดีและไม่ควรบริโภคติดต่อกันนานเกินไป