โรคต่างๆ

สรรพคุณของสารภี

สารภีจัดเป็นไม้ประจำถิ่นของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยมีถิ่นกำเนิดในประเทศต่างๆในแถบนี้ เช่น พม่า ไทย กัมพูชา ลาว เวียดนาม อินโดนีเซีย มาเลเซีย สำหรับในประเทศไทยมักพบได้ทั่วไปทั่วทุกภาคของประเทศแต่ส่วนมาก มักจะพบขึ้นตามป่าเบญจพรรณและตามป่าดงดิบทางภาคเหนือ ป่าดิบแล้งและป่าเต็งรัง ทางภาคตะวันออก ส่วนทางภาคตะวันออกเฉียงใต้ และภาคใต้มักจะพบที่ระดับความสูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 20-400 เมตร

เครดิตฟรี

ประโยชน์และสรรพคุณสารภี
ส่วนต่างๆ ของสารภีสามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้มากมายหลายประการ เช่น เนื้อไม้ มีความแข็งแรงและค่อนข้างทนทาน สารมารถนำมาใช้สร้างเป็นที่อยู่อาศัยได้ เช่น การทำเสา ฝา รอด กระดานพื้น รวมไปถึงเฟอร์นิเจอร์ต่างๆ ฯลฯ ดอกตูม ใช้สกัดทำสีย้อมผ้าได้ โดยจะให้สีแดง ดอกสด สามารถนำมาใช้สกัดเป็นน้ำมันหอมระเหย ซึ่งนำไปใช้ในการแต่งกลิ่นเครื่องสำอางต่างๆได้ ดอกแห้ง ใช้ทำเป็นน้ำหอม โดยเพิ่มดอกคำฝอย ส้มป่อยเผา นำมาแช่ในน้ำจะได้น้ำหอมสำหรับไว้ใช้เป็นน้ำสรงพระในเทศกาลสงกรานต์ ผลมีรสหวาน ใช้รับประทานเป็นผลไม้ และยังสามารถนำไปแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ ได้ เช่น ทำน้ำผลไม้ การทำไวน์ ทำแยม เป็นต้น

บำรุงหัวใจ
บำรุงกำลัง
บำรุงเส้นประสาท
แก้โลหิตพิการ
แก้ไข้มีพิษร้อน
ช่วยขับลม
ทำให้เจริญอาหาร
บำรุงหัวใจ
เป็นยาชูกำลัง
มีฤทธิ์ขับลมและฝาดสมาน
รักษาธาตุไม่ปกติ
ช่วยทำให้ชื่นใจ
ช่วยบำรุงครรภ์
เป็นยาแก้ไข้
ช่วยขยายหลอดเลือก
ช่วยขับปัสสาวะ
ช่วยบรรเทาอาการปวดตามข้อ
แก้อาการแพ้คันจากพิษของต้นหมามุ่ย
แก้อาการหน้ามืดตาลาย

สล็อต

ลักษณะทั่วไปสารภี
สารภีจัดเป็นไม้ยืนต้น ขนาดเล็กถึงขนาดกลาง ไม่ผลัดใบ สูง 10-15 เมตร เรือนยอดเป็นพุ่มทึบแผ่กว้าง เปลือกสีเทาหรือเทาปนน้ำตาล แตกล่อนเป็นสะเก็ด เปลือกชั้นในสีแดงเข้ม มีน้ำยางสีคล้ายน้ำนม เมื่อทิ้งให้สัมผัสกับอากาศจะเปลี่ยนเป็นสีเหลืองอ่อน กิ่งอ่อนเป็นสันสี่เหลี่ยม ใบเป็นใบเดี่ยวเรียงตรงข้ามสลับตั้งฉาก รูปรี รูปขอบขนาน หรือรูปไข่กลับแกมรูปขอบขนาน กว้าง 4-6.5 ซม. ยาว 15-20 ซม. ปลายมนหรือแหลม โคนสอบแคบหรือสอบเรียว ปลายใบมนหรือสอบทู่ๆ อาจมีติ่งสั้นๆ หรือหยักเว้าตื้นๆ ขอบเรียบ แผ่นใบหนาคล้ายแผ่นหนัง เกลี้ยงทั้งสองด้าน สีเขียวเข้มเป็นมัน เส้นแขนงใบจำนวนมาก ไม่ชัดเจน ก้านใบ ยาว 0.5-1 ซม. เกลี้ยง ดอกออกเป็นช่อ ช่อเดียวหรือหลายช่อตามกิ่ง สีขาว กลิ่นหอมมาก เมื่อใกล้โรยดอกเปลี่ยนเป็นสีเหลือง ก้านดอกยาว 0.5-2.5 ซม. กลีบเลี้ยง 2 กลีบ เกือบกลม โค้งเป็นแอ่ง โคนเชื่อมติดกัน ติดทน และขยายโตตามผล กลีบดอก 4 กลีบ รูปไข่กลับ กว้าง 4-6 มม. ยาว 7-8 มม. มีเส้นตามยาว เมื่อบานมีเส้นผ่านศูนย์กลางราว 1.5 ซม. เกสรเพศผู้ จำนวนมาก ก้านชูอับเรณูเรียวยาว อับเรณูรูปขอบขนาน สีเหลืองเข้ม รังไข่อยู่เหนือวงกลีบ มี 2 ช่อง แต่ละช่องมีออวุล 2 เม็ด ยอดเกสรเพศเมีย เป็น 3 แฉก ผลเป็นแบบผลผนังชั้นในแข็ง รูปรีหรือรูปกระสวย กว้าง 0.8-2.5 ซม. ยาว 2-2.5 ซม. เมื่อสุกสีเหลืองอมส้ม มีเนื้อสีเหลืองหรือสีแสดหุ้มเมล็ด ก้านผลยาว 1.4-1.6 ซม. ผลแก่แตกออกได้ ส่วนเมล็ดมี 1 เมล็ด ขนาดใหญ่ แข็ง

การขยายพันธุ์สารภี
สารภีสามารถขยายพันธ์ด้วยวิธีการใช้เมล็ดและการตอนกิ่ง โดยวิธีการเพาะเมล็ดและการตอนกิ่งสามารถทำได้เหมือนการเพาะเมล็ดและตอนกิ่งพืชทั่วๆไป เมื่อได้ต้นกล้าหรือกิ่งตอนที่พร้อมปลูกแล้วให้ปลูกในขนาดระยะ 50x50x50 เซนติเมตร ใช้ปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมัก:ดินร่วน ในอัตรา 1:3 ผสมดินปลูก ทั้งนี้สารภีเป็นพันธุ์ไม้ที่ชอบดินร่วนซุยและต้องการปริมาณน้ำปานกลาง และต้องการแสงแดดอ่อนๆ ดังนั้นควรให้น้ำ 4-5 วัน/ครั้ง และควรปลูกในที่ร่มรำไร หรือที่ๆ แดดไม่จัดมาก

นอกจากนี้สารกลุ่ม 4-alkylcoumarin, 4-phenyl-coumarin หลายชนิด, สารกลุ่ม triterpenoid เช่น friedelin และสาร ß-sitosterol, stigmasterol, campesterol และ C-glucosyl flavone เป็นต้น

รูปแบบและขนาดวิธีใช้
สารภีมีการใช้เป็นสมุนไพรทั้งแบบยาเดี่ยวและแบบจัดเข้าในตำรับยาและพิกัดยาต่างๆ แต่ส่วนมากมักจะถูกจัดเข้าเป็นส่วนประกอบของตำรับยาต่างๆมากกว่า ดังนั้นขนาดและวิธีการใช้จึงต้องใช้ตามตำรับยาชนิดนั้นๆ เช่น ยาเขียวหอม ผู้ใหญ่รับประทานครั้งละ 1 กรัมทุก 4-6 ชั่วโมง เมื่อมีอาการ เด็กอายุ 6-12 ปี รับประทานครั้งละ 500 มิลลิกรัมทุก 4-6 ชั่วโมง เมื่อมีอาการเป็นต้น หรือตามตำรายาไทยมีการใช้ดอกสารภี (ไม่ระบุขนาด) ผสมยาหอม ใช้ แก้ลม เจริญอาหาร บำรุงหัวใจ แก้โลหิตพิการ แก้ไข้ มีพิษร้อน

สล็อตออนไลน์

การศึกษาทางเภสัชวิทยา
การศึกษาฤทธิ์ทางเภสัชวิทยาของสารภียังมีไม่มากแต่มีการศึกษาวิจัยพบว่าสารภีมีฤทธิ์ต้านมะเร็งเม็ดเลือดขาว การศึกษาฤทธิ์ต้านมะเร็งเลือดขาวจากดอกสารภี โดยการทดสอบในหลอดทดลองกับเซลล์มะเร็งที่แยกได้จากสมองมนุษย์ ศึกษาฤทธิ์ยับยั้งเซลล์มะเร็ง และฤทธิ์ยับยั้ง P-glycoprotein ซึ่งเป็นโปรตีนที่ยับยั้งการขนส่งยาเคมีบำบัดผ่านไปยังเนื้องอกที่สมอง ผลการทดสอบพบว่า สารสกัดดอกสารภีด้วยเฮกเซน ที่ความเข้มข้น 10 μg/ml สามารถยับยั้งเซลล์มะเร็งเม็ดเลือดขาวชนิด leukemia ได้ 99±0.8% และยับยั้ง P-glycoprotein โดยมีค่า EC50 เท่ากับ 0.3 ±0.3 μg/ml ผลการทดสอบฤทธิ์ต้านเซลล์มะเร็ง 4 ชนิด ของสารกลุ่มคูมาริน ที่แยกได้จากดอกสารภี พบว่าสามารถยับยั้งเซลล์มะเร็งเต้านม (MDA-MB-231) เนื้องอกที่สมอง (U-251) เซลล์มะเร็งลำไส้ใหญ่ (HCT-116) และเซลล์มะเร็งเม็ดเลือดขาว (CCRF-CEM) ได้ โดยสารส่วนใหญ่ออกฤทธิ์ได้ดีกว่าสารมาตรฐาน vincristine ค่า% การยับยั้งเซลล์มะเร็งทั้ง 4 ชนิด ของสารคูมาริน mammea A/AA เท่ากับ 58.9±0.8, 27.7±3.2, 73.5±4.9, 78.1±0.8 สาร MSH1 เท่ากับ 82.4.±0.9, 78.8±1.6, 97.6±0.6, 96.0±1.1 และสารมาตรฐาน vincristine เท่ากับ 51.5±12.9, 71.0±2.5, 54.8±9.4, 44.2±8.5 ตามลำดับ

ข้อแนะนำและข้อควรระวัง
ในการใช้ยาในตำรับที่มีดอกสารภีเป็นส่วนประกอบผู้ที่แพ้เกสรดอกไม้ควรหลีกเลี่ยงการใช้
ถึงแม้ว่ายังไม่มีข้อมูลการศึกษาทางพิษวิทยาของสารภีแต่ในการใช้ควรคำนึงถึงความปลอดภัย คือ ไม่ควรใช้ในปริมาณมากและใช้ติดต่อกันนานจนเกินไป
สำหรับการใช้ดอกสารภีเพื่อต้องการสรรพคุณทางยา ควรเลือกใช้ให้ถูกชนิดเพราะมีพืชอีกชนิดหนึ่งมีลักษณะคล้ายกันที่เรียกกันว่าสารภีดอกใหญ่

jumboslot

ต้นสารภี จัดเป็นไม้ยืนต้นขนาดกลางไม่ผลัดใบ มีความสูงประมาณ 10-15 เมตร ลักษณะเรือนยอดเป็นทรงพุ่มทึบ แตกกิ่งก้านแผ่กว้าง เปลือกลำต้นเป็นสีเทาอมน้ำตาลถึงดำ แตกล่อนเป็นสะเก็ดตลอดทั่วลำต้น เปลือกในเป็นสีน้ำตาลแดง มียางสีครีมหรือสีเหลืองอ่อนเล็กน้อย ส่วนเนื้อไม้เป็นสีน้ำตาลปนแดง เนื้อละเอียด เสี้ยนตรง ถี่และสม่ำเสมอ แข็ง และค่อนข้างทนทาน สามารถเลื่อย ผ่า และไสกบตบแต่งได้ง่าย ขยายพันธุ์ด้วยวิธีการใช้เมล็ดและการตอนกิ่ง ปลูกได้ดีทั้งในที่ร่มรำไรและที่กลางแจ้ง ปลูกได้ในดินทุกสภาพ ชอบดินร่วนซุย ต้องการน้ำและความชื้นปานกลาง มักพบขึ้นตามป่าเบญจพรรณและตามป่าดงดิบทางภาคเหนือ ภาคตะวันออก และทางภาคตะวันออกเฉียงใต้ ที่ระดับความสูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 20-400 เมตร
ต้นสารภีสารพี
ใบสารภี มีใบเป็นใบเดี่ยว ออกเรียงตรงข้ามสลับตั้งฉาก ลักษณะของใบเป็นรูปไข่กลับหรือเป็นรูปรีแกมขอบขนาน ปลายใบมนกว้าง ๆ บางทีอาจมีติ่งสั้น ๆ หรือหยักเว้าแบบตื้น ๆ โคนใบสอบเรียว ส่วนขอบใบเรียบ ใบมีความกว้างประมาณ 2.5-7 เซนติเมตรและยาวประมาณ 7.5-25 เซนติเมตร แผ่นใบหนาเกลี้ยงสีเขียวเข้มเป็นมัน ท้องใบจะสีอ่อนกว่า เนื้อใบหนาและค่อนข้างเรียบ เส้นแขนงของใบไม่มี แต่เห็นเส้นใบย่อยเป็นแบบเส้นร่างแหชัดทั้งสองด้าน และมีก้านใบยาวประมาณ 0.5-1.5 เซนติเมตร
ใบสารภี

ดอกสารภี ออกดอกเดี่ยวหรือออกเป็นช่อกระจุกตามกิ่ง ดอกย่อยเป็นสีขาว มีกลิ่นหอมมาก ดอกมีกลีบดอก 4 กลีบ ส่วนกลีบเลี้ยงมี 2 กลีบ มีเกสรตัวผู้สีเหลืองจำนวนมาก รังไข่มี 2 ช่อง ในแต่ละช่องมีไข่อ่อนจำนวน 2 ปลาย หลอดรังไข่แยกเป็นแฉก 3 แฉก โดยจะออกดอกในช่วงเดือนมกราคมถึงเดือนมีนาคม
ดอกสารพี

ผลสารภี ผลมีลักษณะเป็นรูปกระสวยหรือกลมรี ขนาดประมาณ 2.5-5 เซนติเมตร ผิวผลเรียบ ผลอ่อนสีเขียว เมื่อสุกจะเป็นสีเหลืองอมส้ม เนื้อผลนิ่ม ผลเมื่อแก่จะแตกออกได้ และมีเมล็ดเดียว โดยจะเป็นผลในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ถึงเดือนเมษายน

slot

ประโยชน์ของสารภี
ผลสารภีมีรสหวาน ใช้รับประทานเป็นผลไม้ และยังเป็นอาหารของนกได้อีกด้วย
นอกจากจะใช้ผลรับประทานเป็นผลไม้แล้ว ยังสามารถนำไปแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ได้ เช่น ทำน้ำผลไม้ การทำไวน์ ทำแยม เป็นต้น
ดอกตูมของสารภีใช้สกัดทำสีย้อมผ้าได้ โดยจะให้สีแดง
ต้นสารภีมีเรือนยอดเป็นทรงพุ่มทึบ ใช้ปลูกเพื่อให้ร่มเงาและบังลมได้ อีกทั้งยังมีดอกและพุ่มใบที่สวยงาม จึงใช้ปลูกเป็นไม้ประดับได้ด้วย
คนไทยโบราณเชื่อว่า หากบ้านใดปลูกต้นสารภีไว้ประจำบ้านจะส่งผลให้มีอายุยืนยาวเหมือนเช่นต้นสารภี เพื่อความเป็นสิริมงคลผู้ปลูกควรปลูกในวันเสาร์ (โบราณเชื่อว่าการปลูกไม้เอาคุณให้ปลูกในวันเสาร์) และควรปลูกไว้ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ เพื่อจะช่วยป้องกันเสนียดจัญไร ถ้าจะให้เป็นสิริมงคลแก่ตนเอง ผู้ปลูกควรเป็นสุภาพสตรี เนื่องจากสารภีเป็นชื่อที่เหมาะสำหรับสตรี
ดอกแห้งใช้ทำเป็นน้ำหอม โดยเพิ่มดอกคำฝอย ส้มป่อยเผา นำมาแช่ในน้ำจะได้น้ำหอมสำหรับไว้ใช้เป็นน้ำสรงพระในเทศกาลสงกรานต์
ดอกสดสามารถนำมาใช้สกัดเป็นน้ำมันหอมระเหย ซึ่งนำไปใช้ในการแต่งกลิ่นเครื่องสำอาง
เนื้อไม้สารภีมีความแข็งแรงและค่อนข้างทนทาน สามารถนำมาใช้สร้างเป็นที่อยู่อาศัยได้ เช่น การทำเสา ฝา รอด ตง กระดานพื้น รวมไปถึงเฟอร์นิเจอร์ต่าง ๆ ฯลฯ