โรคต่างๆ

เกล็ดสะระแหน่มีประโยชน์อย่างไร

เมื่อกล่าวถึงเกล็ดสะระแหน่หลายท่านอาจไม่รู้จักแต่หากกล่าวถึงเมนทอล (Menthol) แล้วละก็เชื่อได้ว่าคงรู้จักกันเป็นอย่างดี แต่โดยความจริงแล้วเกล็ดสะระแหน่ก็คือเมนทอลนั่นเอง เพียงแต่เกล็ดสะระแหน่เป็นชื่อเรียกของไทย ส่วนเมนทอลเป็นชื่อสากลที่นาๆประเทศนิยมเรียกกัน ซึ่งเกล็ดสะระแหน่ หรือเมนทอลนั้นคือสารชนิดหนึ่งที่พบในน้ำมันหอมระเหยที่สกัดได้ สะระแหน่ไทย มินท์ หรือสะระแหน่ฝรั่ง รวมถึงสะระแหน่ญี่ปุ่นด้วย โดยเกล็ดสะระแหน่จะมีลักษณะเป็นผลึกสีขาว มีกลิ่นและรสชาติหอมเย็น (มีรายงานว่าในใบสะระแหน่พบสารเมนทอลอยู่มากถึง 80-89% เลยทีเดียว) ทั้งนี้เกล็ดสะระแหน่มักถูกนำมาใช้ประโยชน์ในด้านการปรุงแต่งกลิ่นอาหาร ขนมหวาน ขนมขบเคี้ยวต่างๆ รวมไปถึงอุตสาหกรรมเครื่องสำอางและวงการผลิตยาทั้งยาใช้ภายนอกและยาสำหรับรับประทานด้วย เครดิตฟรี ประโยชน์และสรรพคุณเกล็ดสะระแหน่ช่วยบรรเทาอาการวิงเวียนศีรษะ หน้ามืดตาลาย คลื่นไส้อาเจียนช่วยให้ร่างกายสดชื่นตื่นตัวบรรเทาอาการหวัด คัดจมูกแก้ไอ แก้ไข้ลดการกระหายน้ำลดการเกร็งของกล้ามเนื้อขับปัสสาวะขับประจำเดือนช่วยคลายเครียดและแก้ปวดศีรษะได้ บรรเทาอาการปวดศีรษะช่วยขับลม บรรเทาอาการท้องอืด ท้องเฟ้อ จุกเสียดแน่นลดการบวมของหลอดเลือดที่จมูก แหล่งที่มาเกล็ดสะระแหน่เกล็ดสะระแหน่เพียงแค่ชื่อก็สามารถบอกแหล่งที่มาของสารชนิดนี้แล้ว เพราะโดยธรรมชาติของการเรียกขื่อสารต่างๆของไทยนั้น มักจะเรียกตามแหล่งวัตถุดิบที่สามารถสกัดได้ ซึ่งเกล็ดสะระแหน่ก็เช่นกัน โดยเกล็ดสะระแหน่นั้นสกัดได้จากเปปเปอร์มินต์ (สะระแหน่ฝรั่ง) ชื่อวิทยาศาสตร์: Mentha × piperita L. เป็นมินต์พันธุ์ผสมระหว่างมินต์น้ำกับสเปียร์มินต์(มินต์ไทย) มีถิ่นกำเนิดที่ทวีปยุโรปและตะวันออกกลาง ปัจจุบันเพาะปลูกกันอย่างกว้างขวางในหลายบริเวณทั่วโลก มีลักษณะทางพฤกษศาสตร์คือ เป็นพืชมีลำต้นใต้ดิน เติบโตได้ถึง 30-90 เซนติเมตร (12-35 นิ้ว) ลำต้นยืดออกกว้าง ใบยาว 4-9 …

Continue Reading
โรคต่างๆ

การบูรคืออะไร

การบูรเป็นชื่อของต้นไม้ชนิดหนึ่ง ที่มีผลึกแทรกอยู่ตามรอยแตกของเนื้อไม้และยังสามารถนำลำต้น,ราก,ใบ มากลั่นหรือสกัดจนได้ผลึกดังกล่าวอีกทางหนึ่งด้วย ซึ่งแต่เดิมนั้น คำว่า “การบูร” มาจากภาษาสันสกฤตว่า “Karapur” หรือ “กรปูร” ซึ่งแปลว่า “หินปูน” เพราะโบราณเข้าใจว่าผนึกนี้เป็นพวกหินปูนที่มีกลิ่นหอม ต่อมาชื่อนี้เพี้ยนเป็น “กรบูร” และเป็น “การบูร” ในปัจจุบัน (ผู้เขียนเข้าใจว่า ชื่อการบูรนี้คงถูกเรียกจากผลึกที่ได้แล้วจึงนำมาตั้งชื่อต้นไม้ที่ให้ผลึก) ส่วนลักษณะของผลึกการบูรนั้น มีลักษณะเป็นผลึกหรือเกล็ดกลมๆเล็กๆ มันวาว สีขาวแห้ง มีกลิ่นหอมเย็นฉุน มักจะจับกันเป็นก้อนร่วน ๆ แตกง่าย หากทิ้งไว้ในอากาศ จะระเหิดไปหมด มีรสร้อนปร่าเมา เครดิตฟรี ประโยชน์และสรรพคุณการบูรแก้ปวด แก้เคล็ดบวม ขัดยอก แพลง แก้กระตุก แก้ปวดข้อแก้ปวดเส้นประสาทช่วยลดคอเลสเตอรอลแก้พิษแมลงต่อยรักษาโรคผิวหนังเรื้อรังขับเหงื่อ ขับเสมหะ ขับปัสสาวะแก้ไข้หวัด และขับลมบำรุงธาตุ บำรุงกำหนัดเป็นยากระตุ้นหัวใจ บำรุงหัวใจแก้ปวดท้อง ท้องร่วง ขับน้ำเหลือง แก้เลือดลมบรรเทาอาการปวดประจำเดือน และขับน้ำคาวปลาในหญิงหลังคลอดบุตรช่วยแก้รอยผิวหนังแตกในช่วงฤดูหนาวสามารถช่วยไล่ยุงและแมลงใช้รักษาแผล สมานแผลฆ่าเชื้อโรคที่เข้าสู่ร่างกายใช้ไล่แมลงช่วยลดกลิ่นอับแก้อาการเมารถ สล็อต ขนาดและปริมาณที่ควรใช้ ในการรักประทานยังไม่มีข้อมูลที่ยืนยันชัดเจนว่าควรบริโภคการบูรเท่าไร ที่จะไม่ก่อให้เกิดอันตรายต่อร่างกายแต่ในด้านการสูดดมมีการคำนวณว่าในสารที่ผสมการบูรเสร็จแล้ว ไม่ควรเกินกว่า 2 ppm …

Continue Reading
โรคต่างๆ

สรรพคุณของหญ้าหวาน

หญ้าหวานเป็นพืชที่มนุษย์รู้จักมาเป็นเวลานานกว่า 1,500 ปี ชนพื้นเมืองแถบอเมริกาใต้เป็นผู้ค้นพบและนำมาใช้เป็นครั้งแรก มนุษย์ได้นำสารสกัดของหญ้าหวานมาเป็นส่วนประกอบในชาที่ชงดื่มรวมถึงยาสมุนไพรโบราณ โดยเฉพาะในประเทศปารากวัย และบราซิล ซึ่งชื่อเดิมของหญ้าหวานที่ชาวพื้นเมืองปารากวัยเรียก คือ kar-he-e หรือภาษาสเปน เรียกว่า yerba ducle แปลว่า สมุนไพรหวาน เป็นสมุนไพรที่ชาวพื้นเมืองของปารากวัย และบราซิล ใช้ผสมในอาหาร หรือเครื่องดื่มเพื่อเพิ่มความหวาน และใช้ชงเป็นชาดื่ม ที่เรียกว่า “ มะเตะ” มานานมากกว่า 400 ปีแล้วส่วนในแถบเอเชียพบว่าประเทศญี่ปุ่นเป็นประเทศแรกๆที่มีการใช้สารสกัดจากหญ้าหวานอย่างแพร่หลาย โดยนำไปเป็นส่วนประกอบของอาหารและเครื่องดื่มต่างๆ เช่น ผักดอง ซีอิ๊ว เต้าเจี้ยว เนื้อปลาบด เป็นต้น เครดิตฟรี สำหรับในประเทศไทยหญ้าหวานเริ่มเข้าสู่ประเทศไทยเมื่อปี พ.ศ. 2518 โดยเป็นการนำมาทดลองปลูก ในภาคเหนือ โดยเฉพาะที่จังหวัดเชียงใหม่ ลำพูน และเชียงราย ในปัจจุบันสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาได้อนุญาตให้มีการใช้สารสตีวิโอไซด์เพื่อการบริโภค หญ้าหวานจึงจัดอยู่ในพืชสมุนไพรอีกชนิดหนึ่ง ประโยชน์และสรรพคุณหญ้าหวานลดระดับน้ำตาลในเลือดผู้ป่วยเบาหวานยารักษาเบาหวานช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดช่วยลดอาการฟันผุหรือเหงือกบวมอักเสบช่วยป้องกันโรคฟันผุความดันโลหิตโรคไขมันในเลือดสูงโรคอ้วน และโรคหัวใจช่วยบำรุงร่างกายช่วยบำรุงตับช่วยสมานแผลภายนอกและภายใน รูปแบบและขนาดวิธีใช้ สล็อต จากผลงานวิจัยของทีมวิจัยมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ได้สรุปว่า สารสกัดจากหญ้าหวานมีความปลอดภัยในทุก ๆ กรณี โดยค่าสูงสุดที่กินได้อย่างปลอดภัยคือ …

Continue Reading
โรคต่างๆ

หญ้าหนวดแมวมีประโยชน์อย่างไร

หญ้าหนวดแมวจัดเป็นพืชป่าในเขตร้อนชื้นมีถิ่นกำเนิดแถวเอเชียใต้แถบประเทศอินเดีย , บังคลาเทศ , ศรีลังกาและทางตอนใต้ของจีนแล้วมีการกระจายพันธุ์ไปสู่ในประเทศเขตร้อนที่ใกล้เคียง (ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้) เช่น พม่า ไทย ลาว กัมพูชา มาเลเซีย ฯลฯ ในประเทศไทย มีการนำหญ้าหนวดแมวมาเป็นสมุนไพรรักษาโรคนิ่วและขับปัสสาวะมานานแล้ว จนกระทั่งในปัจจุบันมีการศึกษาวิจัยเกี่ยวกับหญ้าหนวดแมวว่าสามารถบำบัดรักษาโรคและภาวะต่างๆ ได้มากมายหลายโรคจึงทำให้ความนิยมในการใช้หญ้าหนวดแมวเพิ่มมากขึ้น เครดิตฟรี ประโยชน์และสรรพคุณหญ้าหนวดแมวกินขับปัสสาวะ ขับนิ่วแก้โรคไต และกระเพาะปัสสาวะอักเสบแก้ปวดเมื่อย และไขข้ออักเสบแก้คลื่นเหียนอาเจียนแก้ถุงน้ำดีอักเสบบรรเทาอาการไอแก้หนองในแก้โรคไตรักษาโรคกระษัยรักษาโรคปวดตามสันหลัง และบั้นเอวรักษาโรคนิ่วแก้หนองในรักษาโรคเยื่อจมูกอักเสบ ล้างสารพิษในไตช่วยแก้หนองใน สล็อต รูปแบบและขนาดวิธีใช้ ตามตำรายาไทยระบุได้ว่าใช้ขับปัสสาวะใช้กิ่งกับใบหญ้าหนวดแมว ขนาดกลาง ไม่แก่หรืออ่อนจนเกินไป ล้างสะอาด นำมาผึ่งในที่ร่มให้แห้ง นำมา 4 กรัม หรือ 4 หยิบมือ ชงกับน้ำเดือด 1 ขวดน้ำปลา (750 ซีซี.) เหมือนกันชงชา ดื่มต่างน้ำตลอดวัน รับประทานนาน 1-6 เดือนใช้ต้นกับใบวันละ 1 กอบมือ (สด 90- 120 กรัม แห้ง 40- …

Continue Reading
โรคต่างๆ

สรรพคุณชะพลู

ชะพลูมีถิ่นกำเนิดที่หมู่เกาะมาเลย์ และหมู่เกาะชวา ซึ่งเป็นหมู่เกาะที่ค้าขายเครื่องเทศในอดีต เมื่อมีการติดต่อซื้อขายเครื่องเทศ จึงแพร่กระจายสู่พื้นที่ใกล้เคียงต่างๆ ที่มีสภาพอากาศเอื้ออำนวยต่อการขยายพันธุ์ชะพลู เครดิตฟรี ประโยชน์และสรรพคุณชะพลูสามารถช่วยเจริญอาหารช่วยขับเสมหะ ทำเสมหะให้งวดทำให้เลือดลมซ่านแก้ธาตุพิการรักษาโรคเบาหวานช่วยทำให้ระบบหมุนเวียนโลหิตดีแก้ศอเสมหะ ทำให้เสมหะแห้งช่วยย่อยอาหารช่วยขับลมในลำไส้ช่วยขับเสมหะให้ตกทางทวารหนักช่วยบำรุงธาตุแก้เบาเหลือง ขัดเบา ปวดเอ็นแก้ปวดท้องแน่นจุกเสียด แก้ไข้ดีซ่าน ดีกระตุก บำรุงน้ำดีรักษาโรคบิดยับยั้งการหดเกร็งของกล้ามเนื้อ ลดการบีบตัวของลำไส้เล็กช่วยในการขับเสมหะทางอุจจาระช่วยบำรุงกระดูกและฟัน และช่วยป้องกันการเกิดโรคกระดูกพรุน สล็อต ด้านการใช้เป็นอาหาร ใบชะพลูมีรสหวาน เย็น และกลิ่นหอมที่เป็นเอกลักษณ์ จึงนิยมนำมาปรุงอาหารได้หลากหลายเมนู บทบาทของชะพลูในจานอาหารครัวเรือนพื้นบ้านมีมากมาย เริ่มตั้งแต่เป็นผักสดที่นิยมกินกับอาหารรสแซบทั้งหลาย เช่น ลาบ ก้อย น้ำตก เนื้อย่าง ปลาย่าง ตลอดจนน้ำพริกต่างๆ ช้าพลูเป็นเครื่องปรุงที่ขาดไม่ได้ในอาหารจานพื้นบ้านต่างๆ แกงแคของภาคเหนือซึ่งถึงกับเรียกใบชะพลูว่า”ใบผักแค” เลยทีเดียว หรือไม่ก็เป็นเพราะใช้ใบชะพลูเป็นเครื่องปรุงเฉพาะตัว จึงเรียกแกงนั้นว่าแกงแค เป็นไปได้อย่างเดียวกัน ส่วนภาคอีสารนิยมใส่ในแกงอ่อมต่างๆ แกงขนุนอ่อน แกงหัวปลี ภาคใต้ใช้แกงกะทิใบชะพลูกับหอยแครง ส่วนภาคกลางนิยมใส่แกงคั่วหอยขม นิยมนำมากินร่วมกับข้าวมันส้มตำ ชนิดที่เรียกว่าถ้าขาดใบชะพลู รสชาติของข้าวมันส้มตำก็อร่อยไปเลย รสชาติใบชะพลูขณะที่กัดและเคี้ยวกินจะมีกลิ่นหอมในปาก รสจัด เคี้ยวนานๆ จะได้รสเผ็ดอ่อนๆ ใบชะพลูขนาดกำลังอร่อยจะต้องเป็นใบที่ไม่อ่อนและไม่แก่จนเกินไป ใบจึงจะนุ่ม หอม และเผ็ดกำลังดี อย่างไรก็ตาม …

Continue Reading
โรคต่างๆ

สรรพคุณของลูกใต้ใบ

ลูกใต้ใบมีถิ่นกำเนิดในแถบเขตร้อนต่างๆของโลกทั้งในทวีป อเมริกาใต้ แอฟริกา และเอเชีย และมีการกระจายพันธุ์ไปอยู่ในหลายๆประเทศเขตร้อนของภูมิภาคดังกล่าว เช่น เปรู บราซิล ทางตอนใต้ของสหรัฐอเมริกา อินเดีย ไทย พม่า ลาว ฯลฯ ส่วนในประเทศไทยนั้น ต้นลูกใต้ใบสามารถพบได้ทั่วทุกจังหวัด ตั้งแต่ในอดีตจนถึงปัจจุบัน โดยมักพบในที่โล่งแจ้งหรือตามบริเวณเงาไม้ใหญ่ในที่โล่งทั่วไป หรือขึ้นแซมกับพืชที่เกษตรกรปลูก จนต้องถูกกำจัดเหมือนวัชพืชอื่นๆเลยทีเดียว เครดิตฟรี ประโยชน์และสรรพคุณลูกใต้ใบช่วยปกป้องตับจากพิษของสารเคมีช่วยรักษาผู้ป่วยที่เป็นมะเร็งตับให้มีอายุยาวขึ้นใช้เป็นยาบำรุงร่างกายบำรุงธาตุในร่างกาย เจริญอาหารรักษาโรคตาช่วยควบคุมและลดระดับน้ำตาลในเลือดช่วยลดความดันโลหิตแก้ไข้ ลดความร้อนช่วยลดไข้ทุกชนิดช่วยรักษามาลาเรียช่วยแก้อาการไอช่วยแก้หืดช่วยแก้อาการร้อนในกระหายน้ำช่วยขับเหงื่อ ขับปัสสาวะ ช่วยขับเสมหะแก้ท้องเสีย แก้ปวดท้อง ท้องมานแก้บิด ข้อระดูขาวไข้ประจำเดือนของสตรีรักษาไข้ทับระดูช่วยบำรุงสายตา ทำให้สายตาดีช่วยแก้พิษตานซางแก้น้ำเหลืองเสียบำรุงตับรักษาดีซ่านรักษาอาการปวดข้อ ปวดกระดูก ลดอาการอักเสบลูกใต้ใบ สล็อต รูปแบบและขนาดวิธีใช้ แก้ไข้ ให้นำต้นสด 1 กำมือ ต้มกับน้ำปริมาณ 2 ถ้วยแก้ว จากนั้นเคี่ยวจนเหลือน้ำ 1 1/2 ถ้วยแก้ว รับประทานครั้งละครึ่งถ้วยแก้ว รักษาโรคเริม ให้ใช้ลูกใต้ใบประมาณ 5 ใบ ตำผสมกับเหล้าแล้วคั้นเอาแต่นำมา จากนั้นใช้สำลีชุบน้ำยามาแปะตรงที่เป็น รักษาอาการปวดข้อ ใช้ยอดอ่อนมาต้มกับน้ำแล้วดื่มรักษาอาการปวดกระดูก ปวดข้อ …

Continue Reading
โรคต่างๆ

สรรพคุณของพิมเสน

พิมเสนมีชื่อเรียกหลายชื่อ เช่น ภิมเสน ภีมเสน พิมเสนเกล็ด พิมเสนตรังกานู พรมแสน มีชื่อสามัญว่า “Borneo Camphor” แขกอินเดียในบอมเบย์เรียก “Bhimseni” หรือ “Boras” ชาวฮินดูเรียก “Bhimsaini-kapur” หรือ “Barus kapur” โดยทั่วไปแล้วพิมเสนแบ่งออกได้เป็น 2 ชนิด คือ พิมเสนที่ได้จากธรรมชาติหรือพิมเสนแท้ ชื่อสามัญ Borneol camphorและพิมเสนสังเคราะห์ หรือพิมเสนเทียม ชื่อสามัญ Borneolum Syntheticum(Borneol) เครดิตฟรี พิมเสนจะมีลักษณะเป็นเกล็ดเล็กๆแบนๆ มีสีขาวขุ่นหรือออกแดงเรื่อๆ (หากเป็นพิมเสนบริสุทธิ์จะเป็นผลึกรูปแผ่นหกเหลี่ยม) มีเนื้อแน่นกว่าการบูร ระเหิดได้ช้ากว่าการบูร ติดไฟให้แสงจ้าและมีควันมาก ไม่มีขี้เถ้า ละลายได้ยากในน้ำ ละลายได้ดีในตัวทำละลายชนิดขั้วต่ำ พิมเสนมีกลิ่นหอมเย็น ฉุน รสหอม เย็นปากเย็นคอ สมัยก่อนคนไทยนิยมใช้ใส่ในหมากพลูเคี้ยว โดยทั่วไปแล้วพิมเสนแบ่งออกเป็น 2 ชนิด คือ พิมเสนที่ได้จากธรรมชาติและพิมเสนสังเคราะห์ ซึ่งพิมเสนทั้งสองชนิดจะมีการระเหยและติดไฟได้ง่าย สามารถละลายได้ในแอลกอฮอล์ ปิโตรเลียมอีเทอร์ และคลอโรฟอร์ม …

Continue Reading