โรคต่างๆ

สรรพคุณกำลังวัวเถลิง

กำลังวัวเถลิงเป็นพรรณไม้ที่มีถิ่นกำเนิดในเขตร้อนชื้นของทวีปเอเชีย โดยสามารถพบได้ทั่วไปในศรีลังกา อินเดีย พม่า ลาว เวียดนาม บริเวณคาบสมุทรมลายู เช่นเกาะบอร์เนียว ชวา สุมาตรา และหมู่เกาะต่างๆในฟิลิปปินส์ สำหรับในประเทศไทยสามารถพบได้ทางภาคเหนือตอนล่างจนถึงภาคใต้ บริเวณในป่าดิบแล้งและป่าเบญจพรรณ ที่ระดับความสูง 200-500 เมตร จากระดับน้ำทะเล

เครดิตฟรี

ประโยชน์และสรรพคุณกำลังวัวเถลิง

มีการนำกำลังวัวเถลิงมาปลูกเป็นไม้ประดับในร่ม เพราะดอกของกำลังวัวเถลิง เมื่อบานเต็มที่แล้วจะมีกลิ่นหอมทำให้บริเวณใกล้เคียงที่ปลูกจะมีกลิ่นหอมอ่อนๆ นอกจากนี้ยังมีการนำกำลังวัวเถลิงมาใช้เป็นยาสมุนไพรมาตั้งแต่ในอดีตแล้ว โดยในตำรายาไทยระบุถึงสรรพคุณไว้ว่า เนื้อไม้ เปลือก และราก รสมันร้อนติดฝาด หรือรสขมเฝื่อน ช่วยบำรุงโลหิต บำรุงธาตุบำรุงเส้นเอ็น แก้ปวดเมื่อยตามร่างกาย แก้กษัยบำรุงกำลัง บำรุงกระดูกให้แข็งแรง บำรุงไต แก้กล้ามเนื้อเสื่อม เส้นเสื่อม เป็นยาอายุวัฒนะ

ลักษณะทั่วไปกำลังวัวเถลิง

กำลังวัวเถลิงจัดเป็นไม้เถาเนื้อแข็ง หรือไม้พุ่มเลื้อยโดยที่ลำต้นมีหนามแข็งห่างๆ เห็นชัดเจน และบริเวณกิ่งจะมีรยางค์เป็นตะขอ ใบเป็นรูปรีถึงรูปขอบขนาน กว้าง ประมาณ 3– 6 เซนติเมตร ยาว 10-16 ซม. โคนใบกลม แผ่นใบค่อนข้างหนาและแข็ง ผิวมัน มีเส้นแขนงใบข้างละ 6-9 เส้น ก้านใบยาว 0.5 -2 ซม. ดอกออกเดี่ยวหรือเป็นกระจุก ประมาณ 2-3 ดอก ตามซอกใบ หรือตามลำต้น ก้านดอกยาว 0.5-1 ซม. ใบประดับ 1 คู่ กลีบเลี้ยง 3 กลีบ รูปไข่กว้าง ยาวประมาณ 5 มม. ดอกสีเขียวอมขาว กลีบวงนอก 3 กลีบ รูปขอบขนาน ยาวประมาณ 1.5 ซม. กลีบวงใน 3 กลีบ รูปใบหอก ยาว 0.6-1 ซม. มีก้านกลีบสั้น ๆ มีเกสรเพศผู้ยาว 3 มม. มี 5-7 คาร์เพล มี 3-6 ผล เป็นแบบย่อยแห้งแล้วแตก ลักษณะรูปกระบอง ยาว 1.5-3 ซม. ก้านผลยาว 1.5-2 ซม. ข้างในมีเมล็ดอยู่ 2 เมล็ด เป็นรูปไข่กลับ ยาวประมาณ 1 ซม. สีน้ำตาลดำเป็นมันวาว

การขยายพันธุ์กำลังวัวเถลิง

กำลังวัวเถลิงสามารถขยายพันธุ์ได้โดยการใช้เมล็ดและการปักชำ โดยในปัจจุบันการขยายพันธุ์ส่วนมากจะเป็นการขยายพันธุ์ โดยวิธีทางธรรมชาติในป่ามากกว่าการนำมาขยายพันธุ์โดยมนุษย์ ส่วนวิธีการเพาะเมล็ดและการปักชำก็สามารถทำได้ เช่นเดียวกันกับการขยายพันธุ์ไม้เถาต่างๆ เช่น สะค้านและพริกไทย เป็นต้น

สล็อต

รูปแบบและขนาดวิธีใช้กำลังวัวเถลิง

ใช้บำรุงโลหิต บำรุงกำลัง บำรุงธาตุ แก้ปวดเมื่อย แก้กษัย บำรุงเส้นเอ็น โดยใช้เนื้อไม้ เปลือก ราก ต้มน้ำดื่ม เช้าและก่อนนอน ครั้งละแก้ว หรือใช้เนื้อไม้หรือเปลือกต้นดองกับเหล้าขาว ใช้ดื่มวันละ 1-2 เป๊ก ก่อนอาหารเย็นก็ได้ นอกจากนี้ยังมีสูตรยาดองเหล้าพื้นบ้านที่เชื่อกันว่าสามารถ แก้ไข้ภาวะเสื่อมสมรรถภาพทางเพศได้ โดยใช้กำลังวัวเถลิง แซ่ม้าทะลาย กำแพงเจ็ดชั้น ม้ากระทืบโรง ฝางเสน เทพธาโร ชะเอมไทย เถาสะค้าน และเจตมูลเพลิง นำมาดองกับเหล้าดื่มวันละเป๊ก

การศึกษาทางเภสัชวิทยา

ฤทธิ์ทำให้หลอดเลือดคลายตัว จากการศึกษาฤทธิ์ของสารสกัดหยาบจากแก่นไม้ต้นกำลังวัวเถลิงต่อความตึงตัวของหลอดเลือดแดง พบว่ากำลังวัวเถลิงมีฤทธิ์ทำให้หลอดเลือดเอออร์ตาของหนูแรทคลายตัว ซึ่งการตอบสนองของหลอดเลือดเออร์ตาต่อกำลังวัวเถลิง จะเกิดจากการออกฤทธิ์ผ่านไนตริกออกไซด์ (nitric oxide) ที่สร้างจากเซลล์เยื่อบุหลอดเลือด นอกจากนี้การตอบสนองของหลอดเลือดจากกำลังวัวเถลิงยังเกิดจากการเพิ่มการผ่านของโพแทสเซียมไอออนออกนอกเซลล์ รวมทั้งการยับยั้งการผ่านของแคลเซียมไอออนจากภายนอกเข้าสู่เซลล์ ซึ่งแสดงให้เห็นว่ากำลังวัวเถลิง มีฤทธิ์เป็นสารที่ทำให้หลอดเลือดคลายตัว ซึ่งมีผลดีต่อการทำงานของหัวใจและหลอดเลือด

นอกจากนี้ยังมีผลการศึกษาวิจัยเกี่ยวกับฤทธิ์ทางเภสัชวิทยาอื่นๆ ของกำลังวัวเถลิงว่า มีฤทธิ์ในการต้านอนุมูลอิสระ (EC50 = 23.55ไมโครกรัม/มล.) มีฤทธิ์ในการต้านเชื้อแบคทีเรีย S. mutans ที่ทำให้เกิดโรคในช่องปาก(ที่ความเข้มข้น 0.39 มก./มล.) มีฤทธิ์ในการต้านเชื้อแบคทีเรีย S. aureus ที่ทำให้เกิดโรคแผลฝีหนอง(ที่ความเข้มข้น 3.125 มก./มล.) และเชื้อ V. cholerae ซึ่งเป็นสาเหตุของโรคอหิวาตกโรค(ที่ความเข้มข้น 3.125 มก./มล.)มีฤทธิ์ในการต้านเชื้อราสาเหตุของโรคกลาก(ที่ความเข้มข้น 8 มก./มล.) และยังมีฤทธิ์ในการต้านเชื้อไวรัสโรคเริม Herpes simplex virus type 1 (IC50 = 58.16 ไมโครกรัม/มล.) มีความเป็นพิษต่อเซลล์ม้ามโดยให้ค่า IC50 = 129.5 มก./มล.

สล็อตออนไลน์

การศึกษาทางพิษวิทยา

มีรายงานผลการศึกษาความเป็นพิษ โดยระบุว่าเมื่อให้หนูแรทกินสารสกัดเอทานอลของกำลังวัวเถลิง (ไม่ระบุส่วนที่ใช้) พบค่า LD50>7,500 มก./กก. ซึ่งแสดงให้เห็นว่าค่อนข้างปลอดภัยในการใช้กำลังวัวเถลิง

ข้อแนะนำและข้อควรระวัง

ในกรใช้กำลังวัวเถลิงมาเป็นยาสมุนไพรควรระมัดระวังในการใช้ เช่นเดียวกันกับสมุนไพรชนิดอื่นๆ โดยไม่ควรใช้ในปริมาณที่มากเกินกว่าที่ระบุไว้ในตำรับ ตำรายาต่างๆ รวมถึงไม่ควรใช้ติดต่อกันเป็นระยะเวลานานจนเกินไปเพราะอาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพได้ สำหรับเด็ก สตรีมีครรภ์ ผู้ป่วยเรื้อรัง รวมถึงผู้ที่ต้องรับประทานเป็นประจำก่อนจะใช้กำลังวัวเถลิงในการช่วยบำบัดรักษาโรคต่างๆ ควรปรึกษาแพทย์ก่อนใช้เสมอ

ไม้ชนิดนี้ พบขึ้นตามธรรมชาติในป่าเบญจพรรณเกือบทุกภาคของประเทศไทย และพบ ประปรายในแถบจังหวัดสระบุรีและจังหวัดลพบุรี จัดเป็นไม้สมุนไพรชนิดหนึ่ง ที่หมอยาพื้นบ้านในท้องถิ่นดังกล่าวนิยมนำเอาเนื้อไม้และเปลือกต้นไปวางขายในงานเทศกาล ไหว้พระ-พุทธบาท จ.สระบุรี เป็นประจำทุกๆปี และนำไปจำหน่ายตามร้านขายยาสมุนไพรไทยในกรุงเทพฯ ด้วย แต่ในปัจจุบันไม่ค่อยจะมีแล้ว

โดย ประโยชน์ทางยา แพทย์ชนบทใช้ เนื้อไม้ และ เปลือกต้น กะจำนวนพอประมาณเท่ากันต้มน้ำดื่มวันละ 2 เวลา ก่อนหรือหลังอาหารเช้า และก่อนนอน ครั้งละ 1 แก้ว เป็นยาบำรุงโลหิต ทำให้ธาตุสมบูรณ์ บำรุงเส้นเอ็น แก้ปวดเมื่อยตามร่างกาย และ บำรุงกำลัง ได้ดีมาก ส่วน เนื้อไม้ กับ ราก ของต้น “กำลังวัวเถลิง” กะจำนวนพอประมาณต้มน้ำเดือดดื่มขณะอุ่น เป็นยาบำรุงน้ำนมสตรี ที่กำลังอยู่ไฟ นิยมใช้กันมาแต่โบราณแล้ว ได้ผลดีระดับหนึ่ง

jumboslot

กำลังวัวเถลิง หรือ ARTABOTRYS HARMANDII FINET ETGAGNEP อยู่ในวงศ์ ANNONACEAE เป็นไม้ยืนต้นหรือไม้พุ่ม สูง 3-6 เมตร แตกกิ่งก้านหนาแน่น เปลือกต้นสีน้ำตาลไหม้ ใบเป็นใบเดี่ยว ออกเรียงสลับ รูปขอบขนาน หรือรูปรีแกมรูปใบหอก ปลายแหลม โคนมน สีเขียวสด ใบดกและหนาทึบให้ร่มเงาดีมาก ดอก ออกเป็นดอกเดี่ยวๆ หรือเป็นช่อตามซอกใบ 2-3 ดอก กลีบดอกเป็นสีเหลืองนวลเกือบขาว ดอกมีกลิ่นหอมอ่อนๆ เวลามีดอกจะดูสวยงามแปลกตามาก “ผล” เป็นผลสด รูปทรงคล้ายกระสวย มีเมล็ด 1-2 เมล็ด ดอกออกได้เรื่อยๆ ขยาย พันธุ์ด้วยเมล็ดและตอนกิ่ง

ลักษณะทางพฤกศาสตร์ :
ต้นกำลังวัวเถลิง เป็นไม้เถายืนต้นขนาดย่อม เปลือกต้นสีเทาอมดำ มีกลิ่นฉุน เนื้อไม้เหนียว
ใบกำลังวัวเถลิง ค่อนข้างหนา รูปรีหรือรูปขอบขนาน ปลายใบแหลม โคนใบแหลม
ดอกกำลังวัวเถลิง ออกเดี่ยวหรือเป็นคู่ ตามซอกใบตอนปลายกิ่งหรือตามลำต้นกลีบดอกบาง สีเขียวอมขาว
ผลกำลังวัวเถลิง ผลรวมรูปกระบอง มี 3-6 ผล แห้งแล้วแตก เมล็ดมี 2 เมล็ดในแต่ละฝัก สีดำเป็นมัน

slot

จากการศึกษาสารสกัดจากเถาลำต้นของกำลังวัวเถลิงด้วย 50% แอลกอฮอล์ พบว่าพืชชนิดนี้มีสารองค์ประกอบอยู่ในกลุ่มแทนนินส์
ทั้งที่เป็น hydrolysable tannins และ condensed tannins ในปริมาณไม่สูงมาก
มีฟลาโวนอยด์ทั้งประเภท anthocyanidin, leucoanthocyanidin, catechin, aurone, flavone, dihydroflavonol,
และ flavonol และมีสารในกลุ่มอัลคาลอยด์ มีฤทธิ์ในการต้านอนุมูลอิสระ (EC50 = 23.55ไมโครกรัม/มล.)
มีฤทธิ์ในการต้านเชื้อแบคทีเรีย S. mutans ที่ทำให้เกิดโรคในช่องปากที่ความเข้มข้น 0.39 มก./มล.
มีฤทธิ์ในการต้านเชื้อแบคทีเรีย S. aureus ที่ทำให้เกิดโรคแผลฝีหนองที่ความเข้มข้น 3.125 มก./มล.
และเชื้อ V. cholerae ซึ่งเป็นสาเหตุของโรคอหิวาตกโรคที่ความเข้มข้น 3.125 มก./มล.
มีฤทธิ์ในการต้านเชื้อราสาเหตุของโรคกลากที่ความเข้มข้น 8 มก./มล.มีฤทธิ์ในการต้านเชื้อไวรัส
โรคเริม Herpes simplex virus type 1 (IC50 = 58.16 ไมโครกรัม/มล.)
สารสกัดกำลังวัวเถลิงไม่มีฤทธิ์ก่อกลายพันธุ์ทั้งในภาวะที่มีและไม่มีเอนไซม์ แต่สามารถลดฤทธิ์ในการก่อกลายพันธุ์
ของสารมาตรฐานที่ทดสอบได้ดีเมื่อมีการทำงานของเอนไซม์ในตับร่วมด้วยโดยมีค่า IC50 เท่ากับ 8.02 และ 8.88 มก./plate
และมีความเป็นพิษต่อเซลล์ม้ามโดยให้ค่า IC50 = 129.5 มก./มล. มีฤทธิ์ฆ่าเซลล์มะเร็งตับปานกลาง
(IC50 = 163.5±11.7 ไมโครกรัม/มล.) พบว่ามีความเป็นพิษต่อเซลล์ปกติเช่นกัน
และไม่พบว่ามีความสามารถเหนี่ยวนำให้เซลล์มะเร็งตับตายแบบอะพอพโทซิส เมื่อเซลล์ได้รับสารสกัดนาน 1 วัน