โรคต่างๆ

การป้องกันโรคสะเก็ดเงิน

โรคผิวหนังอย่างโรคสะเก็ดเงินนั้น นอกจากจะส่งผลกระทบต่อสภาพผิวของผู้ป่วย ทำให้ผู้ป่วยต้องทรมานกับอาการผื่นสีแดงหนา และอาการคันที่คอยรบกวนแล้ว ยังเป็นโรคที่ไม่สามารถรักษาหายได้ ทำได้แค่เพียงกดอาการของโรค ไม่ให้แสดงอาการ หากมีสิ่งใดมากระตุ้น ก็จะทำให้อาการของโรคนั้นกลับมาได้เสมอ วันนี้จะให้ทุกคนทำความรู้จักกับ 7 ปัจจัยกระตุ้นโรคสะเก็ดเงิน ที่พบได้บ่อย เพื่อให้ผู้ป่วยรับทราบ และสามารถหลีกเลี่ยงตัวกระตุ้นเหล่านี้ได้ มาฝากทุกคนกันค่ะ

เครดิตฟรี

โรคสะเก็ดเงิน คืออะไร
โรคสะเก็ดเงิน (Psoriasis) นั้นคือโรคผิวหนังอักเสบเรื้อรังชนิดหนึ่ง เกิดขึ้นจากความผิดปกติของระบบภูมิคุ้มกัน ส่งผลให้เกิดอาการผื่นแดงหนา เป็นรอยขุยสีขาวๆ คล้ายกับรังแค เป็นสะเก็ด เกิดขึ้นตามบริเวณต่าง ๆ ของร่างกาย และอาจมีอาการคันร่วมด้วย

โรคสะเก็ดเงินนั้นเกิดขึ้นจากการที่ระบบภูมิคุ้มกัน ที่ทำหน้าที่ปกป้องร่างกายจากสิ่งแปลกปลอม และเชื้อโรคต่าง ๆ โจมตีเซลล์ของตัวเองเพราะเข้าใจว่าเป็นสิ่งแปลกปลอม และส่งผลให้เกิดอาการที่ผิวหนัง เป็นโรคสะเก็ดเงินอย่างที่เห็น

โรคสะเก็ดเงินนี้สามารถพบได้ในกลุ่มผู้ใหญ่ โดยเฉพาะผู้ที่คนในครอบครัวมีประวัติเป็นโรคผิวหนัง อีกทั้งยังไม่สามารถรักษาโรคนี้ให้หายขาดได้ ทำให้เพียงแค่ให้ยาเพื่อกดอาการของโรค ทำให้อาการของโรคหายไปชั่วคราว รอการปะทุขึ้นมาใหม่อีกครั้ง หากผู้ป่วยเจอตัวกระตุ้นโรคสะเก็ดเงิน

ปัจจัยกระตุ้นโรคสะเก็ดเงิน ที่ควรหลีกเลี่ยง
ปัจจัยที่สามารถกระตุ้นให้โรคสะเก็ดเงินกลับมาปะทุอีกครั้งได้ อาจมีดังต่อไปนี้

สล็อต

ความเครียด
ความเครียดเป็นปัญหาสำคัญ ที่อาจกระตุ้นทำให้อาการของโรคสะเก็ดเงินนั้นกลับคืนมาได้ เมื่อเราเกิดความเครียด ร่างกายของเราอ่อนแอลง ระบบภูมิคุ้มกันก็ทำงานได้อย่างไม่เต็มที่ ส่งผลให้เรามีโอกาสป่วยได้ง่าย และทำให้โรคแฝงที่เราเคยเป็น เช่น โรคเริม หรือโรคสะเก็ดเงิน มีโอกาสกลับมาออกอาการได้อีกครั้ง

ผู้ป่วยโรคสะเก็ดเงินนั้นควรระมัดระวังเรื่องความเครียดสะสม พยายามหาทางผ่อนคลายอารมณ์ ไม่ให้ตัวเองเครียดมากเกินไป เช่น ทำงานอดิเรกที่ชื่นชอบ อ่านหนังสือ ดูหนัง ฟังเพลง ออกกำลังกาย หรือลองฝึกสมาธิด้วยการนั่งสมาธิ ก็เป็นหนทางที่จะช่วยให้ผู้ป่วยจัดการกับความเครียดได้เป็นอย่างดี

อากาศแห้งและเย็น
สภาพอากาศหนาวและแห้ง สามารถส่งผลกระทบต่อสภาพผิว ทำให้ผิวของเราขาดความชุ่มชื้น ผิวแห้ง หยาบกร้าน และอาจกระตุ้นให้โรคสะเก็ดเงินกำเริบได้

ผู้ป่วยโรคสะเก็ดเงินควรคอยรักษาความชุ่มชื้นของผิวอยู่เสมอ เช่น ทาโลชั่นหลังจากอาบน้ำ หลีกเลี่ยงการอาบน้ำนาน ใช้สบู่และครีมบำรุงผิวที่ปราศจากน้ำหอม เพื่อช่วยลดอาการระคายเคืองผิว และหากอาจใช้เครื่องทำความชื้น เพื่อช่วยบรรเทาอาการคันที่ผิวหนังเนื่องจากอากาศแห้งได้เช่นกัน

การติดเชื้อ
การติดเชื้อต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นโรคหวัด เจ็บคอ จากเชื้อไวรัส การติดเชื้อรา หรือการติดเชื้อแบคทีเรีย ล้วนแล้วแต่ก็สามารถกระตุ้นให้โรคสะเก็ดเงินกลับมากำเริบได้ทั้งสิ้น ผู้ป่วยโรคสะเก็ดเงินควรระมัดระวัง และคอยสังเกตสัญญาณของการติดเชื้อเหล่านี้ให้ดี และรีบติดต่อแพทย์เพื่อทำการรักษา เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาสภาวะแทรกซ้อนอื่น ๆ ที่อาจมาพร้อมกับการติดเชื้อนั้น

สล็อตออนไลน์

ยาบางชนิด
ยารักษาโรคบางชนิด เช่น ยาในกลุ่มเบต้าบล็อกเกอร์ (beta-blockers) ที่ใช้เพื่อรักษาความดันโลหิตสูง ยารักษาโรคไข้มาลาเรีย ยาสเตียรอยด์ (steroid) หรือยาแก้อักเสบในกลุ่ม NSAIDs อาจส่งผลกระทบต่อการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย ทำให้ระบบภูมิคุ้นกันอ่อนแอลง และส่งผลให้โรคสะเก็ดเงินกำเริบได้

แผลที่ผิวหนัง
บาดแผลที่ผิวหนังต่าง ๆ ไม่ว่าจะเกิดจากการโดนแมลงกัด รอยถลอก มีดบาด หรือการเกา ที่สร้างความเสียหายให้ผิวหนัง ก็มีโอกาสที่จะกระตุ้นให้อาการของโรคสะเก็ดเงินกำเริบได้เช่นกัน นอกจากนี้ กิจกรรมที่ทำในชีวิตประจำวัน เช่น การโกนหนวด ก็อาจทำให้เกิดแผลบนผิวหนัง และกลายเป็นตัวกระตุ้นโรคสะเก็ดเงินได้อีกด้วย

การสัก
การสักนั้นจะทำให้ผิวหนังเสียหาย และเกิดแผลจากการโดนเข็มจิ้ม ทำให้อาจกระตุ้นการกำเริบของโรคสะเก็ดเงินได้ สีที่ใช้ในการสักก็อาจจะทำให้ผิวเกิดความระคายเคือง หรืออาจนำไปสู่การติดเชื้อ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่สามารถกระตุ้นโรคสะเก็ดเงินได้เช่นกัน

ยาคุมกำเนิด
มีงานวิจัยที่พบว่า การคุมกำเนิดที่ใช้ฮอร์โมน เช่น ยาเม็ดคุมกำเนิด หรือแผ่นแปะคุมกำเนิด อาจส่งผลกระทบต่อฮอร์โมนในร่างกาย และกระตุ้นให้โรคสะเก็ดเงินกำเริบได้

jumboslot

วิธีดูแลตัวเองเหล่านี้ ก็ช่วยให้คุณสามารถควบบคุมอาการของโรคได้ดีขึ้น

  1. มีรูปแบบการใช้ชีวิตที่ส่งเสริมสุขภาพ
    วิธีรับมือกับ โรคสะเก็ดเงิน บริเวณซอกพับที่คุณควรทำเป็นอย่างแรกก็คือ การปรับเปลี่ยนรูปแบบการใช้ชีวิตให้ดีต่อสุขภาพมากขึ้น โดยเฉพาะหากคุณมีน้ำหนักเกิน เป็นโรคอ้วน หรือชอบกินอาหารที่ทำลายสุขภาพ ก็จะยิ่งทำให้อาการของคุณแย่ลงได้ ผู้เชี่ยวชาญแนะนำว่า หากคุณมีน้ำหนักเกินก็ควรลดน้ำหนัก เพราะจะช่วยให้การรักษาโรคสะเก็ดเงินบริเวณซอกพับได้ผลดีขึ้นด้วย โดยคุณสามารถควบคุมน้ำหนักและส่งเสริมสุขภาพโดยรวมได้ด้วยวิธีเหล่านี้

กินอาหารจากธรรมชาติที่ไม่ผ่านการปรุงแต่ง หรือปรุงแต่งน้อยที่สุด เช่น ผัก ผลไม้
กินโปรตีนลีน และโปรตีนจากพืชให้มากขึ้น
ลดการบริโภคน้ำตาล โซเดียม เครื่องปรุงรสอื่น ๆ และอาหารแปรรูป
ออกกำลังกายเป็นประจำ อย่างน้อยสัปดาห์ละ 150 นาที

  1. บำบัดด้วยสมุนไพร
    มีหลักฐานที่ชี้ว่า สารสกัดจากว่านหางจระเข้ สะเดา และสวีทเวย์ หรือเวท์หวาน (Sweet Whey) อาจช่วยบรรเทาอาการของโรคสะเก็ดเงินบริเวณซอกพับได้ นอกจากนี้ ผู้เชี่ยวชาญยังแนะนำว่า น้ำส้มสายชูหมักจากแอปเปิ้ล น้ำมันทีทรี (Tea tree oil) ก็สามารถใช้รักษาโรคสะเก็ดเงินบริเวณซอกพับได้ และหากคุณกินขมิ้นชันวันละ 1.5-3 กรัมก็อาจช่วยลดอาการของโรคได้เช่นกัน

slot

  1. ใช้วิธีการบำบัดรักษาแบบใช้กายและใจ
    ความเครียดถือเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่กระตุ้นให้เกิด โรคสะเก็ดเงิน และโรคเกี่ยวกับความผิดปกติของภูมิคุ้มกันอื่น ๆ ได้ และวิธีการบำบัดรักษาแบบใช้กายและใจ (Mind-Body Interventions) ก็สามารถช่วยคลายเครียดได้เป็นอย่างดี โดยวิธีการบำบัดรักษาแบบใช้กายและใจนั้นมีอยู่หลายรูปแบบ ที่คุณสามารถฝึกได้เองในชีวิตประจำวัน เช่น

อโรมาเธอราพี (Aromatherapy) หรือ สุคนธบำบัด ซึ่งหมายถึง ศาสตร์ในการบำบัดด้วยน้ำมันหอมระเหยนั่นเอง น้ำมันหอมระเหยที่ช่วยคลายเครียด เช่น คาโมมายล์ (Chamomile) กุหลาบ ลาเวนเดอร์ โดยคุณอาจแช่น้ำที่หยดน้ำมันหอมระเหย หรือกระจายกลิ่นของน้ำมันด้วยเครื่องกระจายกลิ่น หรือก้านไม้ก็ได้
นั่งสมาธิ วันละประมาณ 5 นาที หรือนานกว่านั้น
ฝึกเจริญสติ หรือพัฒนาความรู้สึกตัว เพราะวิธีนี้จะช่วยให้คุณสามารถทนต่ออาการเจ็บปวดทั้งทางกายและทางใจทีเกิดจากโรคสะเก็ดเงินบริเวณซอกพับ และโรคสะเก็ดเงินอื่น ๆ ได้
หากเป็นขั้นนี้ ต้องรีบไปพบคุณหมอ
หากคุณพบว่าผิวหนังผิดปกติ โดยเฉพาะมีผื่นแดง ลักษณะมันวาว ที่บริเวณรักแร้ ขาหนีบ ใต้ราวนม เป็นต้น ควรรีบเข้าพบคุณหมอทันที คุณหมอจะได้วินิจฉัยอาการ และรักษาด้วยวิธีที่เหมาะสมที่สุด

สำหรับผู้ที่รู้ว่าตัวเองเป็นโรคสะเก็ดเงินบริเวณซอกพับ หากคุณมียาและคุ้นชินกับวิธีรับมือกับอาการของโรคดีอยู่แล้ว ก็อาจไม่จำเป็นต้องเข้าพบคุณหมอทุกครั้งที่อาการของโรคกำเริบ แต่หากคุณพบสัญญาณของการติดเชื้อ เช่น เป็นหนอง เป็นแผลพุพอง ควรรีบเข้าพบคุณหมอทันที