โรคต่างๆ

วิธีกดสิวที่ถูกต้อง

ไม่ว่าใครก็อยากหน้าใสไร้สิว แต่บางครั้ง ความเครียดมลพิษทางอากาศ การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน และอื่นๆ ก็อาจทำให้เกิดสิวได้ แล้วพอสิวเกิด คนส่วนใหญ่ก็อดไม่ได้ที่จะกำจัดเจ้าสิวเจ้าปัญหาให้หายไปจากใบหน้าด้วยการกดหรือบีบสิว ความจริงแล้ว ผู้เชี่ยวชาญต่างก็ไม่แนะนำให้คุณกดสิวบีบสิว เพราะอาจทิ้งรอยแดง รอยดำ หรือทำให้สิวอักเสบกว่าเดิมได้ แต่หากคุณมีเหตุฉุกเฉิน จำเป็นต้องกดสิว หรือบีบสิวจริงๆ เราก็มี วิธีกดสิวที่ถูกต้อง ปลอดภัย มาฝาก

เครดิตฟรี

วิธีกดสิวที่ถูกต้อง และปลอดภัย
ความจริงแล้ว การกำจัดสิวที่ถูกต้องก็คือการรอให้หัวสิวหลุดออกมาเอง เพราะบนผิวหนังโดยรอบสิวนั้นมีแบคทีเรียก่อตัวอยู่ หากเรากดสิวจึงอาจทำให้แบคทีเรียบนผิวหนังชั้นนอกเข้าสู่ผิวหนังผ่านรอยกดสิว และทำให้ผิวหนังอักเสบได้ แต่หากคุณจำเป็นต้องกำจัดสิวด้วยการกดสิวจริงๆ เราก็มี วิธีกดสิวที่ถูกต้องมาแนะนำดังนี้

วิธีกดสิวที่ถูกต้อง สำหรับ สิวหัวขาว หรือ สิวหัวปิด
ล้างมือด้วยสบู่และน้ำอุ่นให้สะอาด จะได้ไม่เสี่ยงติดแบคทีเรีย
ใช้แอลกอฮอล์ 70% เช็ดทำความสะอาดเข็มเย็บผ้าเล่มใหม่ให้สะอาด
ค่อยๆ แทงเข็มลงบนสิวในมุมเฉียง หากมองเห็นรูขุมขนให้แทงเข็มเข้าไปตามแนวรูขุมขน อย่าแทงเข็มแรงจนเลือดไหลหรือเจ็บ
ใช้สำลีหรือผ้ากอซกดที่ผิว ใกล้ๆ บริเวณหัวสิว แล้วดึงผิวให้ตึง ให้หัวสิวหรือหนองไหลออกมาเอง อย่าใช้วิธีกด ดัน หรือบีบสิว เพราะอาจทำให้แบคทีเรียเข้าสู่ผิวหนังได้
ใช้สำลีเช็ดหัวสิวและหนองออกให้หมด จากนั้นเช็ดทำความสะอาดผิวอีกครั้งด้วยน้ำเกลือล้างแผล หรือผลิตภัณฑ์ที่มีฤทธิ์ต้านจุลินทรีย์ เช่น วิตช์ฮาเซล (Witch Hazel)
ใช้แอลกอฮอล์ 70% เช็ดเข็มเจาะสิวให้สะอาด ทิ้งไว้ให้แห้ง แล้วเก็บในบรรจุภัณฑ์ที่มิดชิด

สล็อต

วิธีกดสิวที่ถูกต้อง สำหรับ วิธีกดสิวหัวดำ หรือ สิวหัวเปิด
ทาผลิตภัณฑ์รักษาสิวที่มีส่วนผสมของกรดซาลิไซลิก (Salicylic acid) หรือ เบนโซอิลเพอร์ออกไซด์ (Benzoyl Peroxide) บางๆ ที่บริเวณหัวสิว เพื่อช่วยให้หัวสิวและสิ่งสกปรกหลุดออกได้ง่ายขึ้น
ล้างมือด้วยสบู่และน้ำอุ่นให้สะอาด จะได้ไม่เสี่ยงติดแบคทีเรีย
ใช้สำลีก้านหรือคอตตอนบัดกดข้างหัวสิวสองข้างเบาๆ จนหัวสิวหลุดออกมา ระวังอย่ากดโดนหัวสิว
ใช้สำลีเช็ดหัวสิวออกให้หมด จากนั้นเช็ดทำความสะอาดผิวอีกครั้งด้วยน้ำเกลือล้างแผล หรือผลิตภัณฑ์ที่มีฤทธิ์ต้านจุลินทรีย์ เช่น วิตช์ฮาเซล
สิวประเภทไหนที่ไม่ควรบีบหรือกด
แม้วิธีกดสิวข้างต้นจะเป็นวิธีที่ปลอดภัย แต่เราก็แนะนำให้คุณใช้กดสิวหัวดำหรือสิวหัวขาวที่มีลักษณะกดง่าย ไม่อักเสบมากเท่านั้น หากเป็นสิวชนิดตุ่มนูนแดงแต่ไม่มีหัว (Papules) คุณไม่ควรกดหรือบีบออกเด็ดขาด หรือหากกดดูแล้วสิวเป็นไตๆ อยู่ลึกใต้ผิว หรือเป็นสิวซีสต์ก็ไม่ควรกดออกเองเช่นกัน วิธีรักษาสิวลักษณะข้างต้นที่ดีที่สุดก็คือปล่อยให้สิวหายเอง โดยคุณจะใช้ยารักษาสิวช่วยด้วยก็ได้ หรือหากคุณสังเกตเห็นว่าสิวมีลักษณะแดงเป็นบริเวณกว้างและเจ็บมาก จริงๆ แล้วนั่นอาจไม่ใช่สิว แต่เป็นฝี (Boil) ซึ่งหมายถึงเนื้อเยื่อที่ติดเชื้อจนบวมเป็นหนองอยู่ภายใน ซึ่งคุณไม่ควรกด กรีด หรือบีบออกเองเด็ดขาด ต้องให้แพทย์ผู้เชี่ยวชาญรักษาให้เท่านั้น

สล็อตออนไลน์

วิธีกำจัดสิว ที่ดีกว่า การกดสิว
วิธีกดสิวที่ถูกต้องที่เรานำมาฝากข้างต้นนั้น ควรเอาไว้ใช้เมื่อจำเป็นหรือเร่งด่วนเท่านั้น เพราะการกดสิวหรือบีบสิวเอง อาจทำให้เกิดรอยแดง รอยดำ หลุมสิว รอยแผลเป็น หรือทำให้สิวอักเสบรุนแรงกว่าเดิมได้ หากคุณพอมีเวลาสักนิด เราแนะนำให้คุณกำจัดสิวด้วยวิธีเหล่านี้จะดีกับผิวมากกว่า

ประคบร้อน
การประคบร้อน เช่น ใช้ผ้าชุบน้ำอุ่น จะช่วยบรรเทาอาการเจ็บปวดและบวมแดงจากสิวอักเสบได้ แถมความร้อนยังช่วยให้รูขุมขนเปิด และหัวสิวอาจหลุดออกเองตามธรรมชาติได้ง่ายขึ้น

ใช้ผลิตภัณฑ์รักษาสิวที่หาซื้อได้เอง
หากคุณไม่สะดวกเข้ารับการรักษาสิวตามคลินิกหรือโรงพยาบาล คุณก็สามารถซื้อผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของ น้ำมันทีทรี (Tea tree oil) กรดซาลิไซลิก (Salicylic Acid) ซัลเฟอร์ (Sulfur) เบนโซอิลเพอร์ออกไซด์ (Benzoyl Peroxide) จากร้านขายยามาใช้เองได้ สำหรับมือใหม่หัดรักษาสิวเอง ผู้เชี่ยวชาญแนะนำว่า ควรเริ่มใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีเบนโซอิลเพอร์ออกไซด์ในระดับความเข้มข้นต่ำๆ ก่อน เพื่อป้องกันอาการแพ้ และก่อนใช้ผลิตภัณฑ์รักษาสิวใดๆ คุณควรปรึกษาเภสัชกรให้ดีก่อนด้วย

jumboslot

อยากกดสิวจริง ต้องทำโดยผู้เชี่ยวชาญ
หากคุณอยากกดสิวจริง ควรให้แพทย์ผิวหนังหรือผู้ดำเนินการที่ได้รับอนุญาตเป็นผู้กดสิวให้เท่านั้น เพราะบุคลากรเหล่านี้จะทราบวิธีกดสิวที่ถูกต้อง และกดสิวโดยใช้อุปกรณ์เฉพาะที่ผ่านการฆ่าเชื้อ คุณจึงมั่นใจได้ว่ากดสิวแล้วจะปลอดภัย และช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดปัญหาผิวอักเสบหรือติดเชื้อแบคทีเรีย

สิวเชื้อรา หรือที่เรียกกันว่า สิวยีสต์ แท้จริงแล้วคือโรคที่เรียกว่า รูขุมขนอักเสบจากเชื้อรา (Malassezia folliculitis หรือ Pityrosporum folliculitis) เกิดจากราประเภทยีสต์ในกลุ่มมาลาสซีเซีย (Malassezia) ที่มีอยู่บนผิวหนังตามธรรมชาติเจริญเติบโตมากผิดปกติ จนทำให้รูขุมขนอักเสบ เกิดเป็นตุ่มนูน หรือตุ่มหนองขึ้นเป็นกระจุก บางครั้งอาจขึ้นเป็นตุ่มเล็ก ๆ คล้ายสิวหัวขาว ทำให้รู้สึกเจ็บ แสบ และคัน พบได้บ่อยบริเวณผิวหนังที่มีความมัน เช่น ใบหน้า ไรผม หน้าอก แผ่นหลัง แต่ก็สามารถพบที่ต้นแขน หลังมือ หรือน่องได้เช่นกัน

ลักษณะของรูขุมขนอักเสบจากเชื้อรานี้ ดูคล้ายสิว คนจึงมักเข้าใจผิดว่าเป็นสิว จึงเรียกกันว่าสิวเชื้อรา หรือ สิวยีสต์ และรักษาด้วยยารักษาสิวทั่วไปจนอาจทำให้อาการแย่ลง แม้รูขุมขนอักเสบจากเชื้อราจะมีลักษณะเหมือนสิว แต่หากพิจารณาดี ๆ จะเห็นว่ารูขุมขนอักเสบจากเชื้อราและสิวนั้นแตกต่างกัน ที่เห็นได้เด่นชัดคือ อาการคัน เพราะหากเป็นสิวปกติจะไม่คัน ผู้ที่เป็น สิวเชื้อรา บางรายจะยิ่งคันหนักขึ้นหลังทำกิจกรรมที่เหงื่อออกมาก เช่น ออกกำลังกาย อบซาวน่า อาบน้ำร้อน หากเกาอาจเกิดผื่นแดงลามไปทั่วบริเวณ ทั้งนี้ ผู้ป่วยบางรายอาจเป็นเกลื้อน หรือโรคผิวหนังอักเสบที่เรียกว่าโรคเซ็บเดิร์มร่วมด้วย โรครูขุมขนอักเสบจากเชื้อรานี้ หากปล่อยไว้ไม่รักษา อาจลุกลามถึงขั้นเป็นโรครูขุมขนอักเสบรุนแรง สร้างความเจ็บปวดทรมาน ทำให้ขนหลุดร่วงถาวรและเป็นแผลเป็นได้อีกด้วย

slot

สาเหตุของสิวเชื้อรา
รูขุมขนอักเสบจากเชื้อราเกิดจากเชื้อราบนผิวหนังเจริญเติบโตมากผิดปกติ ซึ่งอาจมาจากปัจจัยเหล่านี้

สวมใส่เสื้อผ้าที่ไม่ระบายอากาศ โดยเฉพาะ ผ้าใยสังเคราะห์ ทำให้เหงื่อออกมาก ยีสต์ที่ชอบอากาศร้อน ชื้น จึงเจริญเติบโตได้ดีเกินไป
ทาผลิตภัณฑ์กันแดดหรือบำรุงผิวที่มันเกินไป เช่น น้ำมันมะพร้าว ทำให้รูขุมขนอุดตัน
เป็นคนผิวมัน ซึ่งน้ำมันบนผิวคืออาหารของยีสต์
ระบบภูมิคุ้มกันมีปัญหาจึงไม่สามารถควบคุมเชื้อยีสต์บนผิวหนังได้
เครียดหรือเหนื่อยล้า
เป็นโรคเบาหวาน
กินยากลุ่มสเตียรอยด์ เช่น ยาเพรดนิโซน (Prednisolone)
กินยาปฏิชีวนะ ทำให้ตัวยาไปกำจัดเชื้อแบคทีเรีย เชื้อราชนิดนี้จึงเติบโตมากเกินไป
กินยาคุมกำเนิด
น้ำหนักตัวมากเกินไป ทำให้เหงื่อออกเยอะขึ้นและเสื้อผ้าคับขึ้น