โรคต่างๆ

วิธีเลือกครีมบำรุงรอบดวงตา

เมื่อผิวบริเวณรอบดวงตามีรอยเหี่ยวย่น รอยตีนกา ความหมองคล้ำ สิ่งที่คนส่วนใหญ่มักจะนึกถึงก็คือ ครีมบำรุงรอบดวงตา (Eye Cream) แต่ผลิตภัณฑ์เหล่านี้มีด้วยกันหลายประเภทและหลายยี่ห้อ เมื่อถึงวลาต้องเลือกใช้จริงๆ อาจจะไม่รู้ว่าควรเลือกอย่างไรถึงจะได้ผลลัพธ์ที่ดี ดังนั้นจึงมีวิธีเลือกครีมบำรุงรอบดวงตาให้เหมาะสมกับคุณ มาฝากกัน

เครดิตฟรี

ริ้วรอยรอบดวงตาเกิดขึ้นได้อย่างไร
ริ้วรอยรอบดววงตานั้นสามารถเกิดขึ้นได้ไม่ช้าก็เร็ว เมื่ออายุมากขึ้นผิวก็จะสูญเสียต่อมน้ำมันและเหงื่อทำให้ผิวแห้ง ทั้งยังสูญเสียไขมันที่ทำให้ผิวอวบอิ่มและเรียบเนียน และจะสูญเสียคอลลาเจนและอิลาสติน (Elastin) ที่ทำให้ผิวอ่อนนุ่ม ทั้งหมดนี้นำไปสู่รอยย่น เช่น ตีนกาที่มุมด้านนอกของดวงตา

นอกจากนั้น การหย่อนยานก็มักจะเกิดในผิวด้านบนหรือใต้ดวงตา เมื่อสูญเสียไขมันบริเวณเปลือกตา มันทำให้ดวงตาดูลึกและเข้มขึ้น ส่วนเปลือกตาล่างอาจจะเกิดการหย่อนยาน และทำให้เกิดถุงใต้ตา เมื่อผิวหนังรอบดวงตาบางลง เส้นเลือดสีน้ำเงินเข้มที่อยู่ใต้ตาจะมองเห็นได้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น ซึ่งนี่เป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดรอยคล้ำรอบดวงตาเมื่ออายุมากขึ้น ซึ่งมันคือความแก่ที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ ดังนั้น ครีมบำรุงรอบดวงตา จึงเป็นสิ่งสำคัญที่จะทำให้บริเวณรอบดวงตากลับมาสดใสอีกครั้ง

วิธีการเลือก ครีมบำรุงรอบดวงตา (Eye Ceram)
ครีมบำรุงรอบดวงตานั้น มักจะมีส่วนผสมบางชนิดที่ให้ประโยชน์โดยเฉพาะสำหรับริ้วรอยรอบดวงตา ซึ่งการเลือกครีมบำรุงรอบดวงตา ควรเลือกที่มีส่วนผสมเหล่านี้

สล็อต

สารต้านอนุมูลอิสระ
สารต้านอนุมูลอิสระสามารถช่วยปกป้องผิวคุณจากความเสียหายของเซลล์ ทั้งยังสามารถช่วยให้รอยย่น ความหมองคล้ำ และริ้วรอยจางลง ทั้งยังสามารถทำให้ผิวสดใสและป้องกันความเสียหายของรอบดวงตา ดังนั้น คุณควรมองหาครีมบำรุงรอบดวงตาที่มีส่วนผสมของ วิตามินซี วิตามินอี และ กรดเฟอรูลิก (Ferulic Acid)

กรดไฮยาลูรอนิค (Hyaluronic Acid) หรือ เซราไมด์ (Ceramide)
กรดไฮยาลูรอนิค หรือสารกลุ่ม เซราไมด์ เป็นสารที่จะให้ความชุ่มชื้นแก่ผิวโดยการกักเก็บน้ำเอาไว้

เรตินอล (Retinol)
เรตินอลเป็นสารกลุ่มวิตามินเอที่ช่วยกระตุ้นคอลลาเจน เพื่อลดและป้องกันริ้วรอยเหี่ยวย่น

เปปไทด์ (Peptides)
เปปไทด์ เหมาะสำหรับผิวรอบดวงตาที่หย่อนยาน ถุงใต้ตา ดังนั้นเมื่อต้องการครีมบำรุงรอบดวงตาควรหาครีมที่มีส่วนผสมของเปปไทด์ ซึ่งเป็นส่วนผสมที่ต่อต้านริ้วรอย ช่วยเพิ่มคอลลาเจนและอิลาสติน (Elastin) เพื่อทำให้ผิวเต่งตึง

สล็อตออนไลน์

ไนอะซินาไมด์ (Niacinamide) และ กรดโคจิก (Kojic Acid)
ไนอะซินาไมด์ และ กรดโคจิก มีส่วนช่วยให้รอยคล้ำใต้ดวงตาจางลง นอกจากนั้นยังช่วยให้ผิวของคุณแลดูกระจ่างใสขึ้น โดยชะลอการสร้างเซลล์เม็ดสี แต่อย่างไรก็ตามหากรอยคล้ำใต้ตาเกิดจากการนอนดึกเกินไป ให้ลืมการใช้ครีมบำรุงรอบดวงตาไปได้เลย แต่ควรจะนอนหลับให้เพียงพอแทน

ครีมบำรุงรอบดวงตา แบบกลางวันและแบบกลางคืน ควรเลือกอย่างไร
แน่นอนว่าครีมบำรุงรอบดวงตาก็เหมือนครีมหลายๆ ชนิดที่มีทั้งแบบกลางวันและกลางคืน ดังนั้น การเลือกครีมบำรุงรอบดวงตาแบบกลางวัน และครีมบำรุงรอบดวงตาแบบกลางคืน สามารถทำได้ ดังนี้

ครีมบำรุงรอบดวงตาแบบกลางวัน
ครีมบำรุงรอบดวงตาแบบกลางวันควรจะปกป้องผิวบริเวณรอบดวงตาจากสิ่งต่างๆ ที่คุณต้องเผชิญตลอดทั้งวัน นอกจากนั้นมันควรมีส่วนผสมที่ช่วยให้ความชุ่มชื้น เช่น กรดไฮยาลูรอนิค (Hyaluronic Acid) เซราไมด์ (Ceramide) และส่วนผสมที่ช่วยต้านความเสียหายจากอนุมูลอิสระ มลภาวะ และแรงกดดันในชีวิตประจำวัน เช่น วิตามินซี ซึ่งวิตามินซีนั้นยังสามารถช่วยลดริ้วรอยใต้ตาและริ้วรอบที่อาจเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา ทั้งยังช่วยให้ความหมองคล้ำรอบดวงตากระจ่างใส นอกจากนั้นยังควรมีส่วนผสมของ SPF ที่ช่วงปกป้องผิวจากแสงแดดผสมอยู่ด้วย

jumboslot

ครีมบำรุงรอบดวงตาแบบกลางคืน
ครีมบำรุงรอบดวงตาแบบกลางคืน ควรจะต้องช่วยฟื้นฟูผิวบริเวณรอบดวงตา โดยควรมองหาครีมที่มีส่วนผสมของ เปปไทด์ (Peptides) ซึ่งจะช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน และ เรตินอล (Retinol) ซึ่งช่วยในการผลัดเซลล์และลดการปรากฏของริ้วรอย

นอกจากนั้นควรมีส่วนผสมของ กรดไฮยาลูรอนิค (Hyaluronic Acid) เพื่อใหความชุ่มชื้นรอบดวงตาขณะที่คุณนอนหลับ ถ้าผิวรอบดวงตาของคุณบอบบาง และไวต่อเรตินอล ลองหาครีมรอบดวงตาที่มีส่วนผสมของอะโวคาโด เพื่อลดการระคายเคืองสำหรับทุกสภาพผิว

คำแนะนำเพิ่มเติมในการใช้ครีมบำรุงรอบดวงตา
ในการใช้ครีมบำรุงรอบดวงตา คุณควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่ได้ผ่านการรับรองมาตรฐานในการผลิต มีบรรจุภัณฑ์ที่สะอาด แน่นหนา เพื่อความปลอดภัยในการใช้งาน นอกจากนี้ยังควรใช้ผลิตภัณฑ์ในปริมาณที่เหมาะสม ไม่มากหรือน้อยจนเกินไป และทาบริเวณรอบดวงตาเป็นประจำเพื่อผลลัพธ์ที่ดี

slot

อย่างไรก็ตาม ก่อนใช้ผลิตภัณฑ์ครีมบำรุงรอบดวงตา คุณควรทดสอบอาการแพ้เสียก่อน เพื่อป้องกันอาการแพ้หรือผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้น เนื่องจากผิวรอบดวงตาเป็นส่วนที่บอบบาง สารบำรุงบางอย่างในผลิตภัณฑ์ครีมบำรุงผิวรอบดวงตาอาจก่อให้เกิดการระคายเคืองได้ในบางบุคคล หรือ ถ้าหากพบว่ามีอาการแพ้หรือความผิดปกติใดใดเกิดขึ้น โปรดเข้าพบคุณหมอหรือผู้เชี่ยวชาญเพื่อรับการรักษาอย่างทันท่วงที

ส่วนผสมสำหรับต้านริ้วรอย ในผลิตภัณฑ์มีอะไรประกอบอยู่บ้าง
สาวๆ หลายคนคงอยากจะรู้ว่าในผลิตภัณฑ์สำหรับด้านริ้วรอยนั้น มีส่วนผสมอะไรอยู่บ้าง ที่สามารถช่วยต่อต้านริ้วรอยที่อาจจะเกิดขึ้นตามอายุ ดังนั้น ลองมาดูส่วนผสมต่างๆ กันดีกว่า

วิตามินบี
แน่นอนว่าวิตามินต่างๆ นั้นมักจะปรากฏอยู่ในส่วนผสมของผลิตภัณฑ์ดูแลผิวหลายๆ หลายชนิด แต่หน้าที่ของวิตามินบีคือการเปลี่ยนอาหารให้เป็นพลังงาน เพื่อกระตุ้นการทำงานของร่างกาย ซึ่งถือว่าเป็นหน้าที่ที่สำคัญ วิตามินบียังมีหน้าที่ในการดูแลสุขภาพผิวให้แข็งแรงอีกด้วย นอกจากนั้น มันยังมีความสำคัญต่อสุขภาพผมและเล็บด้วย เมื่อวิตามินบีถูกนำไปผสมในมอยเจอร์ไรเซอร์ มันจะยิ่งมีประสิทธิภาพในการดูแลผิว ขจัดเซลล์ผิวที่ตายแล้ว รวมถึงทำให้เซลล์ผิวใหม่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วอีกด้วย

วิตามินซี
วิตามินซีถือเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ และเป็นอีกหนึ่งวิตามินที่มีศักยภาพในการปกป้องผิวจากอนุมูลอิสระ ทั้งยังทำหน้าที่ในการทำลายเซลล์ผิวที่อาจทำให้เกิดริ้วรอยได้ ทั้งยังช่วยปกป้องผิวจากการทำลายของแสงแดด และช่วยลดริ้วรอยเหี่ยวย่นได้ด้วย สำหรับการเก็บรักษาผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของวิตามินซี คือควรจะต้องเก็บให้ห่างจากแสงแดดนั่นเอง

เปปไทด์ (Peptide) และเซราไมด์ (Ceramide)
เปปไทด์เป็นกลุ่มของกรดอะมิโนที่ช่วยสร้างโปรตีนรวมถึงคอลลาเจน ซึ่งสิ่งเหล่านี้ถือเป็นโปรตีนหลักของผิว ดังนั้น เปปไทด์จึงมีหน้าที่ในการช่วยดูแลผิวหย่อยคล้อยให้ดีขึ้นนั่นเอง ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของเปปไทด์ส่วนใหญ่ จึงถูกออกแบบมา เพื่อกระตุ้นคอลลาเจนและรักษาริ้วรอยที่ปรากฏบนใบหน้า นอกจากนั้นในมอยเจอร์ไรเซอร์ที่มีส่วนผสมของเซราไมด์ประกอบอยู่ จะช่วยเพิ่มเสริมสร้างไขมันในชั้นผิว ซึ่งเมื่ออายุมากขึ้นคุณจะสูญเสียไขมันที่พบในชั้นผิวไปตามอายุนั่นเอง