โรคต่างๆ

เคล็ดลับการโบท็อกซ์ผม

โดยปกติแล้วหากเกิดริ้วรอยบนใบหน้า สิ่งที่หลายๆ คนนึกถึงคงจะหนีไม่พ้น โบท็อกซ์ (Botox) ซึ่งใช้เพื่อทำให้ริ้วรอยเรียบเนียน แต่เมื่อพูดถึงการ โบท็อกซ์ผม หลายคนคงอาจจะยังไม่รู้จักว่า มันจะสามารถช่วยทำให้เส้นผมของคุณดีขึ้นได้อย่างไร ดังนั้นจึงได้มีเรื่องเกี่ยวกับการโบท็อกซ์ผมมาฝากกัน

เครดิตฟรี

โบท็อกซ์ผม (Hair Botox) คืออะไร?
การ โบท็อกซ์ผม จะช่วยเติมเต็มเส้นผม ทำให้ผมเรียบเนียน สร้างเส้นผมให้สวยงามยิ่งขึ้น ทั้งยังช่วยทำให้เส้นผมที่เสีย กลับมาเงางาม และดูมีสุขภาพดีขึ้น แต่ทั้งนี้การทำโบท็อกซ์ผมนั้น ยังไม่ได้รับการอนุมัติจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา (Food and Drug Administration หรือ FDA) นอกจากนั้นแล้ว โบท็อกซ์ ยังเป็นสารประกอบที่ทำจากสารโบทูลินัม (Botulinum Toxin) ซึ่งเป็นที่ทราบกันดีว่า ทำให้กล้ามเนื้อเป็นอัมพาต หากใช้ในปริมาณที่มากเกินไป ดังนั้น แพทย์จึงใช้โบท็อกซ์ในปริมาณที่น้อย เพื่อวัตถุประสงค์ที่เป็นประโยชน์หลายประการ ซึ่งอาจรวมถึงการลดเหงื่อ ปวดไมเกรนตาขี้เกียจ กลืนลำบาก รวมถึงเพื่อความงามด้วย นั่นเอง

การโบท็อกซ์ผม เป็นการบำบัดแบบลึก โดยการเคลือบเส้นใยผมด้วยฟิลเลอร์ (Filler) เช่น เคราติน นอกจากนั้นมันยังสามารถรักษาเส้นผมที่แตกหักหรือบอบบางแต่ละเส้น รวมถึงเติมเต็มเส้นผมในบริเวณที่ผมบาง เพื่อให้เส้นผมดูเต็มและเงางามมากขึ้น สำหรับส่วนผสมของโบท็อกซ์ผมก็จะแตกต่างกันไปแล้วแต่ละผลิตภัณฑ์ แต่โดยปกติแล้วจะมีส่วนผสมต่างๆ เหล่านี้ผสมอยู่ด้วย

น้ำมันคาเวียร์ (Caviar Oil)
เปปไทด์ BONT-L
วิตามินบี 5
วิตามินอี
คอลลาเจนคอมเพล็กซ์ (Collagen Complex)
ใครบ้างที่สามารถโบท็อกซ์ผมได้บ้าง

สล็อต

โบท็อกซ์ผมนั้นเหมาะกับผู้ที่มีผมเปราะ เสียหาย ผมหยิก ผมเสียจากการแต่งทรงผมด้วยความร้อน และผมเสียจากการทำสี การฉีดโบท็อกซ์เข้าไปในหนังศีรษะนั้น ยังเหมาะสำหรับผู้ที่มีเหงื่อออกมากเกินไป เพราะการที่เหงื่อออกมามาก อาจทำให้เส้นผมดูหยาบและสกปรกได้อย่างรวดเร็ว นอกจากนั้น ผู้ที่มีผมที่สุขภาพดี แต่มีปริมาณผมน้อย และขาดความมันวาว ก็สามารถทำโบท็อกซ์ผมได้เช่นกัน โดยทั่วไปแล้วโบท็อกซ์ผม ถือว่าปลอดภัยสำหรับผมทุกประเภท

ผลลัพธ์ของโบท็อกซ์ผมที่คุณอาจไม่รู้
การโบท็อกซ์ผมนั้นไม่จำเป็นจะต้องฉีดเข้าหนังศีรษะเสมอไป แต่คุณสามารถไปทำโบท็อกซ์ผมที่ร้าน หรือสามารถซื้อผลิตภัณฑ์กลับไปใช้งานที่บ้านด้วย การรักษานั้นอาจเริ่มต้นด้วยแชมพู เพื่อทำการเปิดเกล็ดผมของคุณ จากนั้นนำผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของโบท็อกซ์มานวดลงบนเส้นผมตั้งแต่รากไปจนจรดปลายผม แล้วทิ้งไว้เป็นระยะเวลา 20-90 นาที หากคุณไปทำโบท็อกซ์ผมที่ร้าน ช่างทำผมบางคนอาจจะล้างผลิตภัณฑ์ออกก่อนที่จะแห้งและยืดผมของคุณด้วยที่หนีบผม หรือช่างทำผมบางคนอาจจะทิ้งผลิตภัณฑ์เอาไว้จนแห้ง แล้วยืดผมของคุณด้วยที่หนีบผม เพื่อช่วยให้ผลิตภัณฑ์ซึมซับเข้าไปในเส้นผมได้อย่างเต็มที่ ซึ่งผลลัพธ์ที่ได้จะเห็นหันทีหลังจากทำโบท็อกซ์ผมเสร็จเรียบร้อย

ตอนนี้ดูเหมือนว่าการโบท็อกซ์ผมกำลังได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก ซึ่งเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุดจึงควรไปทำที่ร้านทำผมที่เชื่อถือได้ และขอคำแนะนำจากช่างทำผมดู เนื่องจากพวกเขาจะได้รับผลิตภัณฑ์ที่ดีที่สุดจากผู้ขายที่เชื่อถือได้ โบท็อกซ์จะสามารถอยู่บนเส้นผมของคุณได้นาน 2-4 เดือน แต่ทั้งนี้ระยะเวลาของโบท็อกซ์จะแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล แต่เมื่อทำโบท็อกซ์มาแล้ว ควรเลือกใช้แชมพูที่มีซัลเฟตต่ำ (low-sulfate) หรือปราศจากซัลเฟต (sulfate-free) เพื่อให้ผลลัพธ์ของการทำโบท็อกซ์ยังคงอยู่

สล็อตออนไลน์

ทำโบท็อกซ์ผมง่ายๆ ด้วยตัวเองที่บ้าน
สำหรับผู้ที่ซื้อผลิตภัณฑ์มาทำเองที่บ้าน สามารถทำตามขั้นตอนต่างๆ ได้ ดังต่อไปนี้

สระผมด้วยแชมพู
ทำผมให้แห้ง
หวีผมเพื่อป้องกันผมที่พันกัน
เตรียมโบท็อกซ์ผมที่จัดหาไว้
แบ่งผมออกเป็นส่วนๆ แล้วทาโบท็อกซ์ลงไปบนเส้นผมให้ทั่ว
ทิ้งโบท็อกซ์เอาไว้บนเส้นผม 10 นาที เพื่อให้ผลิตภัณฑ์ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ล้างโบท็อกซ์ออกให้สะอาด และทำผมให้แห้ง
แม้ว่าการโบท็อกซ์ผมจะเป็นการรักษาเส้นผมให้เงางาม สวย และมีสุขภาพที่ดี แต่ก็อาจมีความเสี่ยงต่อการระคายเคืองผิวหนัง หรือเกิดปฏิกิริยาการแพ้ได้ ดังนั้น เพื่อลดความเสี่ยงของผลข้างเคียงที่อาจจะเกิดขึ้นและอาจส่งผลอันตราย จึงไม่ควรให้ผลิตภัณฑ์สำหรับโบท็อกซ์ผมนั้น สัมผัสกับผิวหนังของคุณ จะเป็นการดีที่สุด

jumboslot

ทำความรู้จัก เคราตินกับเส้นผม
โดยปกติ เคราติน เป็นโปรตีนที่มักจะอยู่ในเส้นผมเล็บ และผิวหนัง แต่สำหรับ เคราตินกับเส้นผม นั้น เคราตินที่ถูกนำมาใช้ในการบำรุงผมตามร้านเสริมสวยต่างๆ จะเป็นเคราตินครีม ที่มีสารเคมี ชื่อว่า “ฟอร์มาลดีไฮด์ (Formaldehyde)” เป็นส่วนผสมอยู่ สารนี้จะถูกแปรงเข้าสู่เส้นผม ด้วยการเป่าให้แห้งและรีดด้วยที่หนีบผมอีกครั้ง ซึ่งขั้นตอนการทำทั้งหมดจะทำไปทำปฏิกิริยากับเคราตินในเส้นผม ทำให้ผมหยิก หรือผมหยักศก ตรงขึ้น

ฟอร์มาลดีไฮด์ (Formaldehyde) ที่เป็นส่วนผสมในเคราตินครีม ถือเป็นสารที่มีอันตรายต่อสุขภาพเป็นอย่างมาก เนื่องจาก ฟอร์มาลดีไฮด์ เป็นก๊าซที่ไม่มีสี แต่มีกลิ่นที่รุนแรง เมื่อดวงตาหรือผิวหนังโดนฟอร์มาลดีไฮด์ (Formaldehyde) มันจะส่งผลให้เกิดความระคายเคืองที่ตา จมูก และลำคอ ทำให้เกิดอาการไอ หายใจดัง และอาจก่อให้เกิดปฏิกิริยาการแพ้อย่างรุนแรงที่บริเวณดวงตาผิวหนัง รวมถึงระบบทางเดินหายใจ การได้รับฟอร์มาดีไฮด์ (Formaldehyde) ในระดับสูง อาจทำให้เกิดมะเร็งได้ ยิ่งเคราตินครีมได้รับความร้อน ก็จะยิ่งปล่อยฟอร์มาดีไฮด์ (Formaldehyde) ที่มีความเข้มข้นสูงมากออกมา ดังนั้น เหล่าช่างทำผมที่ใช้เคราตินซ้ำๆ ในการดูแลเส้นผม จะมีความเสี่ยงมากที่สุด

ทั้งนี้ องค์การอาหารและยาและการจัดการด้านความปลอดภัยและอาชีวอนามัย (OSHA) ได้ตรวจสอบระดับฟอร์มัลดีไฮด์ (Formaldehyde) ในผลิตภัณฑ์เหล่านี้แล้ว

slot

เคราตินช่วยบำรุงผมสวยได้จริงหรือ
ก่อนอื่นต้องบอกก่อนว่า ผลลัพธ์ของการทำเคราตินบนเส้นผมขึ้นอยู่กับสภาพเส้นผมของคุณด้วยว่าแข็งแรงแค่ไหน และมีความหนามากน้อยเพียงใด แต่บางคนก็อาจจะยังมีข้อสงสัยอยู่ว่า เคราตินช่วยบำรุงผมได้จริงหรือ แล้วเมื่อทำแล้วสภาพเส้นผมจะเป็นอย่างไรบ้าง ดังนั้นลองไปดูข้อมูลเหล่านี้กันดีกว่า

ทำให้ผมเรียบ
เติมโปรตีนในช่องว่างของเส้นผมแต่ละเส้น
ช่วยทำให้ผมดูหนาขึ้น และเรียบเนียนขึ้น
ทำให้ผมดูเงางาม และตรง
ทำให้คุณดูแล และจัดการผมได้ง่ายขึ้น
ข้อควรรู้เมื่อต้องการทำเคราติน
สำหรับผู้ที่ต้องการทำเคราติน มีข้อควรรู้บางอย่างที่ควรรู้ไว้เบื้องต้น เพื่อให้ได้ประสิทธิภาพในการทำเคราตินมากที่สุด

การทำเคราตินใช้เวลาในการทำ 90 นาที หรือมากกว่านั้น ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความยาวของเส้นผม
ถ้าเป็นผู้ที่นิยมผมตรงเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว การทำเคราตินจะช่วยลดเวลาในการเป่าผมลง 40-60 เปอร์เซ็นต์
หลังจากทำเคราติน คุณก็ไม่ต้องกลัวเรื่องของผมหยิกอีกต่อไป
เมื่อทำเคราตินไปแล้ว อย่าเพิ่งสระผม ควรปล่อยทิ้งไว้ 3-4 วัน
ควรสระผมด้วยแชมพูที่ไม่มีโซเดียมซัลเฟต เพื่อรักษาประสิทธิภาพของเคราตินเอาไว้
เคราตินจะช่วยทำให้ผมคุณตรงและดูสุขภาพดีได้ในช่วงระยะเวลา 2 เดือน ถึง 2 เดือนครึ่ง
ทั้งนี้ หากเกินอาการแพ้ หลังจากการทำเคราติน แนะนำว่าควรรีบไปปรึกษาแพทย์ทันที เพื่อจะได้การวินิจฉัย และการรักษาที่ถูกต้อง