โรคต่างๆ

โปรดระวังรอยสักติดเชื้อ

รอยสัก ถือเป็นศิลปะบนเรือนร่างอย่างหนึ่ง วิธีการสักก็คือการใช้เข็มที่เต็มไปด้วยหมึกวาดลงบนผิวหนัง ซึ่งบางคนอาจจะเกิดอาการแพ้ และถ้าคุณทำความสะอาดรอยสักไม่ดี ก็อาจทำให้ รอยสักติดเชื้อ ได้ ความจริงแล้ว รอยสักติดเชื้อ เกิดจากสาเหตุอะไรบ้าง แล้วมีวิธีการรักษาอย่างไร

เครดิตฟรี

ทำความเข้าใจกับรอยสักให้มากขึ้น
รอยสัก (Tattoo) เป็นสิ่งที่พบเห็นได้ทั่วไป ซึ่งเป็นที่นิยมมากขึ้นเรื่อย ๆ ชาวอเมริกันราว 4 ใน 10 คนมีรอยสักอย่างน้อย 1 ลายบนตัว นอกจากนั้น รอยสักยังกลายเป็นเรื่องที่ถกเถียงกันน้อยลงในที่ทำงาน ในหลายอุตสาหกรรม โดยคุณอาจจะเห็นเพื่อนร่วมงาน เจ้านาย หรือผู้บริหารหลายคนมีรอยสักที่มองเห็นได้ แม้จะอยู่ในที่ทำงานมีธรรมเนียมเก่า ๆ

ความนิยมของรอยสักอาจทำให้คุณคิดว่า เมื่อไปสักแล้วอาจจะไม่มีความเสี่ยงใด ๆ ตามมา แต่ความจริงแล้วการสักมีความเสี่ยงหลายอย่าง เนื่องจากการใช้เข็มที่เต็มไปด้วยหมึกสักลงไปบนผิวหนังของคุณ ทำให้มีโอกาสที่จะนำสิ่งแปลกปลอมเข้าสู่ร่างกายของคุณ หรืออาจเกิดการติดเชื้อได้ การสักจากบุคคลหรือร้านที่ไม่ได้ทำความสะอาดเครื่องมืออย่างถูกต้อง หรือให้ไม่ยอมให้คำแนะนำเกี่ยวกับการรักษารอยสักที่เพิ่งสักใหม่ให้สะอาด อาจนำไปสู่ปัญหารอยสักติดเชื้อ หรือปัญหาสุขภาพอื่น ๆ ได้

อาการที่เกิดขึ้นเมื่อ รอยสักติดเชื้อ
อาการ รอยสักติดเชื้อ ที่พบบ่อยที่สุด คือ ผื่นแดง หรือผิวหนังเป็นหลุมเป็นบ่อบริเวณที่คุณมีรอยสัก ในบางกรณีผิวของคุณอาจจะเกิดการระคายเคือง เนื่องจากเข็ม โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ถ้าคุณมีผิวบอบบาง หากเป็นกรณีนี้อาการของคุณจะหายไปภายใน 2-3 วัน แต่ถ้าอาการเหล่านี้ยังคงดำเนินต่อไปเป็นเวลา 1 สัปดาห์ หรือมากกว่านั้น คุณควรกลับไปพบช่างสักหรือคุณหมอ ซึ่งอาการที่คุณควรไปพบคุณหมอ ได้แก่

อาการไข้
รู้สึกร้อน ๆ หนาว ๆ
ตัวสั่นผิดปกติ
มีอาการบวมบริเวณรอยสัก
บริเวณที่มีรอยสักมีหนองไหลออกมา
แผลแดงรอบ ๆ บริเวณที่มีรอยสัก
เนื้อเยื่อนูนขึ้นมาและมีลักษณะแข็ง
วิธีการรักษา รอยสักติดเชื้อ

สล็อต

รอยกระแทกและผื่นเล็ก ๆ น้อย ๆ สามารถจัดการได้ที่บ้าน ด้วยการทาครีมต้านเชื้อแบคทีเรีย การทำความสะอาดที่เหมาะสม และการพักผ่อน หากคุณกำลังประสบกับการติดเชื้อ การรักษาจะขึ้นอยู่กับสาเหตุของการติดเชื่้อ คุณหมออาจจะเก็บตัวอย่างเนื้อเยื่อ หรือชิ้นเนื้อ เพื่อดูว่าแบคทีเรียหรือไวรัสใดเป็นสาเหตุของการทำให้เกิดการติดเชื้อ

ในกรณีส่วนใหญ่คุณหมอจะสั่งจ่ายยาปฏิชีวนะ เพื่อช่วยหยุดการติดเชื้อ ในกรณีที่รอยสักมีการติดเชื้อรุนแรง การรักษาด้วยยาปฏิชีวนะอาจจะใช้เวลาหลายสัปดาห์ หรือหลายเดือน หากการติดเชื้อเกิดจากแบคทีเรีย MRSA ยาปฏิชีวนะอาจไม่สามารถรักษาได้ หากแบคทีเรีย MRSA ทำให้เกิดฝี คุณหมอจะทำการระบายออกแทนการใช้ยา

ในบางกรณี การติดเชื้ออาจจำเป็นต้องผ่าตัด เพื่อซ่อมแซมเนื้อของคุณ หากเนื้อเยื่อของคุณตายเนื่องจากการติดเชื้อ อาจจำเป็นต้องผ่าตัด เพื่อเอาเนื้อเยื่อที่ติดเชื้อออกทั้งหมด หากรอยสักเกิดอาการคันและเจ็บปวดขึ้นอย่างต่อเนื่อง นั่นอาจเป็นสัญญาณเตือนของการติดเชื้อแบคทีเรีย Atypical Mycobacteria ดังนั้น จึงต้องได้รับการรักษาด้วยยาปฏิชีวนะในระยะยาว

เมื่อไหร่ที่ควรไปพบคุณหมอ
หากคุณเริ่มรู้สึกว่ามีไข้ มีอาการวูบผิดปกติ หรือมีการตกสะเก็ดบริเวณ รอยสัก คุณจำเป็นจะต้องไปพบคุณหมอโดยทันที เพราะนี่เป็นสัญญาณทั่วไปของการติดเชื้อ นอกจากนี้ คุณควรไปพบคุณหมอ หากบริเวณรอยสักมีผื่นหรือบวมนานกว่า 1 สัปดาห์ ถ้า รอยสัก ที่ติดเชื้อไม่ได้รับการรักษาอย่างรวดเร็ว หรือไม่ได้รับการรักษาที่ถูกต้อง แบคทีเรียอาจจะดื้อต่อยาปฏิชีวนะ จนอาจทำให้เกิดฝีได้ การกำจัดอาจต้องได้รับการดูแลเป็นพิเศษในคลินิกหรือโรงพยาบาล

สล็อตออนไลน์

นอกจากนี้ คุณควรไปพบคุณหมอ หากคุณรู้สึกไม่สบายคันบริเวณรอยสัก หรือบริเวณนั้นมีหนองเกิดขึ้น ซึ่งนั่นอาจเป็นอาการแพ้หมึกสัก อาการแพ้อาจนำไปสู่ภาวะช็อคจากการแพ้ (Anaphylactic Shock) สิ่งนี้จะทำให้คอของคุณปิดและความดันโลหิตต่ำลงจนอันตราย ถ้าเกิดอาการแพ้เช่นนี้ควรไปที่ห้องฉุกเฉินทันที

รอยสักเป็นเครื่องหมายที่จะอยู่บนผิวไปอย่างถาวร โดยเม็ดสีของหมึกสักนั้นจะถูกแทรกเข้าไปในชั้นบนสุดของผิวผ่านการแทงของเข็มสัก โดยทั่วไปแล้ว การสักจะใช้เครื่องมือที่เรียกว่าเครื่องสัก ซึ่งทำหน้าที่เหมือนจักรเย็บผ้า โดยมีเข็ม 1 เข็มหรือมากกว่านั้นเจาะบนผิวหนังซ้ำ ๆ ทุกครั้งที่เข็มเจาะลงไปก็จะหยดหมึกเล็ก ๆ ลงไปด้วยนั่นเอง ซึ่งโดยปกติแล้วกระบวนการสักนั้นไม่จำเป็นต้องใช้ยาชา เนื่องจากมีเลือดออกเพียงเล็กน้อย และรู้สึกเจ็บปวดเพียงเล็กน้อยเท่านั้น

ภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นจาก การสัก
การสัก คือ การใช้เครื่องมือที่มีเข็มเจาะลงไปบนผิวหนัง ทุกครั้งที่อุปกรณ์สักแทงเข็มเข้าไปมันจะสร้างรูและฉีดสีเข้าไปในชั้นหนังแท้ ซึ่งเป็นชั้นที่ 2 ของผิวหนัง ใต้ผิวหนังชั้นนอก การสักนั้นถือเป็นการสร้างความเสียหายให้แก่ผิวหนัง และอาจทำให้เกิดโรคแทรกซ้อนได้ ซึ่งภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นจากการสักมีดังนี้

โรคมะเร็ง
เป็นคำถามที่นักวิจัยได้พยายามรค้นหาคำตอบมาหลายปีแล้วว่า “รอยสักนั้นทำให้เกิดโรคมะเร็งผิวหนังหรือไม่” แม้จะไม่มีการเชื่อมโยงโดยตรงระหว่างรอยสักกับมะเร็งผิวหนัง แต่ก็มีส่วนผสมบางอย่างในหมึกที่อาจเชื่อมโยงกับมะเร็งได้ หมึกสีดำถือเป็นอันตรายอย่างยิ่ง เพราะมีระดับเบนโซ (เอ) ไพรีน (Benzo (a) pyrene) สูงมาก

jumboslot

ปัจจุบันทางสำนักงานวิจัยมะเร็งระหว่างประเทศ (International Agency for Research on Cancer หรือ IARC) ได้ระบุว่าเบนโซ (เอ) ไพรีนเป็นสารก่อมะเร็ง เจ้าหน้าที่สาธารณสุขและนักวิจัยเองก็มีความกังวลเป็นพิเศษเกี่ยวกับผลกระทบของหมึกสักสีดำ เนื่องจากเป็นสีที่ใช้กันมากที่สุดสำหรับ การสัก

ปฏิกิริยาแพ้
หากผิวของคุณไวต่อน้ำหอมเครื่องสำอาง หรือโลชั่นต่าง ๆ คุณอาจจะต้องคิดให้ดีก่อนที่จะทำ การสัก เพราะถือเป็นเรื่องปกติอย่างมากที่บุคคลทั่วไปอาจมีปฏิกิริยาแพ้ต่อสีที่ใช้ในการสักได้ เนื่องจากหมึกสักนั้นเต็มไปด้วยสารเคมีต่าง ๆ ซึ่งอาจทำให้ผิวเกิดการระคายเคืองได้ หากคุณเป็นคนที่มีผิวแพ้ง่าย หรือมีการอาการแพ้บ่อย ๆ แต่อยากมีรอยสัก แนะนำว่าควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านภูมิแพ้ก่อนเข้ารับ การสัก

โดยปกติแล้ว สีที่จะส่งผลให้เกิดอาการแพ้ ได้แก่ สีแดง สีเขียว สีเหลือง และสีน้ำเงิน ซึ่งปฏิกิริยาแพ้ที่เกิดขึ้นจะส่งผลทำให้เป็นผื่นคันบริเวณรอยสัก ซึ่งอาการนี้สามารถเกิดขึ้นได้แม้จะสักไปแล้วหลายปีก็ตาม

โรคตับอักเสบ
เมื่อพูดถึงรอยสัก ก็มักจะมีความกังวลถึงเรื่องของไวรัสตับอักเสบตามมา เนื่องจากไวรัสตับอักเสบนั้นสามารถส่งผ่านจากบุคคลหนึ่งไปยังอีกบุคคลหนึ่งด้วยการใช้เข็มร่วมกันได้ นี่จึงเป็นเหตุผลสำคัญที่คุณควรจะต้องตรวจสอบสถานที่สักให้ดีเสียก่อน นอกจากนั้นแล้ว คุณต้องตรวจสอบด้วยว่าช่างสักสวมถุงมือทุกครั้ง และใช้เข็มใหม่ที่สะอาดใน การสัก

slot

ทำให้การตรวจ MRI ยุ่งยากมากขึ้น
หากคุณมีอาการป่วยที่ต้องใช้เครื่อง MRI เป็นประจำ คุณอาจจะต้องหยุดสักชั่วคราว เนื่องจากรอยสักอาจจะไปรบกวนการทำงานของ MRI ได้ เพราะแม่เหล็กอาจทำปฏิกิริยาบริเวณรอบ ๆ รอยสัก รวมถึงรอยแดง รอยบวม หรือบางครั้งก็มีปฏิกิริยากับรอยไหม้ด้วย นอกจากนี้ เครื่อง MRI จะผลิตภาพอวัยวะและโครงสร้างของร่างกายในระดับสีเทา เมื่อหมึกสักผสมลงไปในภาพ ก็อาจจะทำให้ผลลัพธ์ที่ได้ผิดเพี้ยน หรือการอ่านค่ามีความยากขึ้น ส่วนหมึกสีแดงนั้นเป็นที่รู้กันดีว่าสร้างปัญหาเกี่ยวกับ MRI เนื่องจากมีธาตุเหล็ก ซึ่งมีความเป็นแม่เหล็กสูง

รอยสักจะรบกวนการสแกนของเครื่อง MRI หรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับขนาดของรอยสักและส่วนผสมที่ใช้ในหมึกด้วย ดังนั้นหากคุณมีรอยสักและต้องการจะทำ MRI ควรตรวจสอบกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเสียก่อน เพื่อให้แพทย์แจ้งถึงความเสี่ยงหากต้องมีการทดสอบเกิดขึ้น

การติดเชื้อที่ผิวหนัง
สำหรับการติดเชื้อที่ผิวหนังมักจะเกิดขึ้นหลังจากได้ทำการสักไปเรียบร้อยแล้ว