โรคต่างๆ

ประเภทของสิวตามนิยามของแพทย์

สิว ถือเป็นปัญหาผิวพรรณของทุกเพศทุกวัย และมักสร้างความกังวลใจ และความไม่สบายใจเพราะใครๆ ก็คงอยากหน้าใสไร้สิว ซึ่งบางกรณีอาจส่งผลถึงสภาพจิตใจและบุคลิกภาพเลยก็ได้ เราจึงควรมาทำความรู้จักกับ ประเภทของสิว ซึ่งสิวแต่ละประเภทมีสาเหตุการเกิดสิวที่ต่างกัน และต้องการการดูแล และการรักษาสิวที่ต่างกันเช่นกัน ซึ่งหากเราเข้าใจว่าปัญหาและสาเหตุการเกิดสิวที่เกิดขึ้นนั้นเกิดจากอะไร ก็จะสามารถหาวิธีทำให้สิวหายและวิธีการรักษาสิวที่เหมาะสมได้ง่ายยิ่งขึ้น รวมทั้งยังสามารถป้องกันการเกิดสิวได้ด้วยตัวเองอีกด้วย เครดิตฟรี สิว เกิดจากอะไร สิว เกิดจากการอักเสบของต่อมไขมัน (sebaceous) เราจึงมักพบสิวได้ในบริเวณที่มีต่อมไขมันอยู่หนาแน่น เช่น ใบหน้า หน้าอก หลังส่วนบน คอ ไหล่ หรือต้นแขน ส่วนปัจจัยสำคัญที่เป็นสาเหตุการเกิดสิว มีดังนี้ การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนระดับฮอร์โมนแอนโดรเจน(androgen) ที่สูงขึ้นในช่วงวัยรุ่น โดยเฉพาะในเพศชาย ทำให้เราพบสิวในช่วงอายุนี้มากกว่าช่วงอายุอื่นๆ ฮอร์โมนนี้จะไปกระตุ้นให้ต่อมไขมันมีขนาดใหญ่ขึ้น และมีการสร้างไขมันออกมามากขึ้น ทำให้มีการอุดตันของรูขุมขนตามมา เกิดเป็นสิวอุดตันและกลายเป็นสิวอักเสบในที่สุด ในผู้หญิงบางราย อาจพบทั้งสิวอุดตันและสิวอักเสบขึ้นบ่อยในช่วงก่อนมีประจำเดือน ซึ่งเป็นช่วงที่ระดับฮอร์โมนโปรเจสเตอโรนเพิ่มสูงขึ้น โดยจะทำให้รูขุมขนบวม และเกิดการคั่งของน้ำในร่างกายความเครียด เมื่อเกิดความเครียด ร่างกายจะหลั่งฮอร์โมนคอร์ติซอลซึ่งไปกระตุ้นให้เซลล์ผิวหนังให้ผลิตน้ำมันออกมามากขึ้น ก็เป็นอีกสาเหตุการเกิดสิวได้กรรมพันธุ์ พบว่าถ้าบุคคลในครอบครัวเป็นสิวและมีสภาพผิวมัน จะมีโอกาสเป็นสิวได้มากกว่าผิวชนิดอื่น ๆ โดยทั่วไป ผู้ที่ผิวมันจะมีรูขุมขนกว้าง ผิวหยาบ รวมทั้งหน้ามันเยิ้ม ทำให้เกิดสิ่งสกปรกสะสม ง่ายต่อการเกิดสิวการติดเชื้อแบคทีเรีย …

Continue Reading
โรคต่างๆ

ทำความรู้จักกับผิวแห้งหรือผิวขาดน้ำ

ใคร ๆ ก็อยากมีผิวเปล่งปลั่งดูสุขภาพดี แต่บางทีผิวกลับแห้ง แตก ลอกเป็นขุย แถมใต้ตาดำคล้ำ ดูไม่สดใสเอาเสียเลย ว่าแต่ปัญหาผิวที่คุณกำลังเจออยู่นั้น เป็นเพราะผิวคุณแห้งจริง ๆ หรือแค่ผิวขาดน้ำกันแน่ หากใครกำลังสงสัยว่าแล้วผิวแห้งกับ ผิวขาดน้ำ แตกต่างกันยังไงมีวิธีสังเกตมาฝาก รู้แล้วคุณจะได้บำรุงรักษาผิวได้อย่างถูกต้อง เครดิตฟรี ผิวแห้ง vs ผิวขาดน้ำผิวแห้ง คือ สภาพผิวที่ขาดซีบัม (Sebum) หรือน้ำมันตามธรรมชาติของผิวเนื่องจากต่อมไขมันใต้ผิวหนังผลิตซีบัมออกมาไม่เพียงพอ จึงทำให้ผิวแห้งตึง บางครั้งอาจเกิดจากปัญหาสุขภาพ เช่น โรคไฮโปไทรอยด์ (Hypothyroidism) หรือภาวะฮอร์โมนไทรอยด์ต่ำ ส่วนใหญ่คนที่มีผิวแห้งจะมีรูขุมขนเล็ก เนื่องจากไม่ค่อยมีน้ำมันออกมาหล่อเลี้ยงผิว รูขุมขนจึงไม่ขยายกว้างเหมือนคนผิวมัน ส่วนผิวขาดน้ำ คือ ภาวะที่ผิวขาดความชุ่มชื้นหรือน้ำในผิวหนังชั้นบนสุดหรือชั้นขี้ไคล (Stratum Corneum) เป็นปัญหาผิวหนังที่สามารถเกิดได้กับทุกสภาพผิว ไม่ว่าจะเป็นผิวปกติ ผิวแห้ง ผิวผสม หรือผิวมันก็สามารถเจอปัญหาผิวขาดน้ำได้ทั้งนั้น ยิ่งคนที่ผิวมันมาก ๆ หรือเป็นสิว หากปล่อยให้ผิวขาดน้ำด้วย ผิวก็จะยิ่งแย่เข้าไปใหญ่ ลักษณะนี้คือ ผิวขาดน้ำผิวหนังชั้นบนสุดมีเซลล์คีราติโนไซต์ (Keratinocytes) เป็นองค์ประกอบหลัก คอยผลิตสารโปรตีนไม่ละลายน้ำ ที่เรียกว่า เคราติน …

Continue Reading
โรคต่างๆ

ตัดเล็บบ่อยๆเป็นอันตรายไหม

ตัดเล็บ เป็นหนึ่งในกิจวัตรที่ควรทำอย่างสม่ำเสมอ เพราะไม่ใช่แค่ให้เล็บดูดี แต่เพื่อป้องกันการสะสมของสิ่งสกปรกและเชื้อโรคในเล็บ อย่างไรก็ตาม มีงานวิจัยจากมหาวิทยาลัยนอตติงแฮม ประเทศอังกฤษ ที่ได้ให้ข้อมูลว่า การตัดเล็บมือและเล็บเท้าบ่อยเกินไป อาจทำให้เล็บมีปัญหา ดังต่อไปนี้ เครดิตฟรี ตัดเล็บบ่อยเกินไป อาจส่งผลต่อสุขภาพการตัดเล็บทุกวัน ทั้งเล็บมือและเล็บเท้า เพื่อให้เล็บดูดี อาจนำไปสู่ปัญหาเกี่ยวกับสุขภาพเล็บ เนื่องจากงานวิจัยที่เผยแพร่ในวารสารวิชาการ Physical Biology ได้ให้ข้อมูลว่า การตัดเล็บแบบไม่ถูกวิธี เป็นประจำ สามารถปรับสมดุลของการเจริญเติบโตของเล็บได้ ซึ่งจะส่งผลให้เกิดความเครียดทางกายภาพ (physical stress) ต่อเล็บ และเมื่อเวลาผ่านไป อาจทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงรูปร่างของเล็บ จนเกิดโรคต่างๆ ที่เกี่ยวกับเล็บตามมา นอกจากนี้ผู้วิจัยยังแนะนำว่า ควรตัดเล็บให้ถูกวิธี และตัดเล็บอย่างง่าย เช่น ตัดให้เป็นทรงโค้ง หรือทรงเหลี่ยม เพื่อลดความเครียดในการเจริญเติบโตของเล็บ มากไปกว่านั้น นอกจากการตัดเล็บแล้ว เล็บยังสามารถบ่งบอกปัญหาสุขภาพได้ โดยถ้าคุณสังเกตเห็นว่าเล็บเปลี่ยนไป เช่น สีเปลี่ยน รูปร่างลักษณะเปลี่ยน หรือผิดสัมผัสเปลี่ยนไป ควรปรึกษาแพทย์ เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงของเล็บ อาจเป็นสัญญาณของโรคบางอย่าง เช่น โรคมะเร็งผิวหนัง หรือโรคเชื้อราที่เล็บ วิธี ตัดเล็บ …

Continue Reading
โรคต่างๆ

ยาฮอร์โมนรักษาสิวได้จริงหรือไม่

สิว เป็นภาวะที่พบได้บ่อยในวัยรุ่น แต่ผู้ที่พ้นวัยรุ่นมาแล้วก็เป็นสิวได้เช่นกัน มีข้อมูลแสดงว่าสิวที่เกิดขึ้นภายหลังอายุ 25 ปี หรือเรียกว่า สิววัยผู้ใหญ่ นั้นมีอุบัติการณ์สูงขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะเพศหญิง จากการศึกษาพบว่าสิววัยผู้ใหญ่มักสัมพันธ์โดยตรงอย่างมีนัยสำคัญกับความเครียด วิตกกังวลซึมเศร้าและคุณภาพชีวิตที่ลดลง ยิ่งไปกว่านั้นสิวประเภทนี้มักจะตอบสนองต่อการรักษาสิวแบบมาตรฐานที่ใช้ในวัยรุ่นไม่ดีเท่าที่ควร ดังนั้น จึงมีการใช้ ยาฮอร์โมนรักษาสิว มาใช้กับกลุ่มผู้มีปัญหาสิวเพศหญิง ที่มีอายุ 25 ขึ้นไป การรักษาสิวแบบนี้มีรายละเอียดอย่างไร บทความนี้มีคำตอบค่ะ เครดิตฟรี ยาฮอร์โมนรักษาสิว ทำงานอย่างไรมีหลักฐานจำนวนมากที่บ่งชี้ว่าฮอร์โมนเพศมีบทบาทในการกระตุ้นให้เกิดสิว โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภาวะที่มีฮอร์โมนเพศชายหรือแอนโดรเจนเกิน แอนโดรเจนจะกระตุ้นต่อมไขมันในผิวหนังให้ผลิตไขมัน และทำให้เกิดการอุดตันรูขุมขนจึงเกิดสิวอุดตันและเกิดการอักเสบตามมา การที่สิวตอบสนองต่อยาคุมกำเนิดชนิดรับประทานและกลุ่มยาที่ออกฤทธิ์ต้านฮอร์โมนเพศชายเป็นหลักฐานที่สำคัญในทางคลินิกที่แสดงให้เห็นถึงประสิทธิภาพของฮอร์โมนในการรักษาสิว นอกจากนี้ยังพบว่า ฮอร์โมนยังมีประสิทธิภาพสูงในการรักษาสิวในผู้หญิงแม้จะมีระดับแอนโดรเจนปกติ หลักในการพิจารณาการใช้ยาฮอร์โมนรักษาสิวโดยทั่วไปพิจารณาใช้ในผู้ป่วยกลุ่มต่อไปนี้ ได้แก่ ผู้ที่มีฮอร์โมนเพศชายเกิน ผู้ที่เป็นสิวในช่วงอายุมากกว่า 25 ปี หรือที่เรียกว่าสิววัยผู้ใหญ่ มีการกระจายของสิวเด่นบริเวณกราม สิวที่มาพร้อมกับการมีประจำเดือน สิวอุดตันที่มีภาวะต่อมไขมันทำงานเกินร่วมด้วยและสิวที่ดื้อต่อการรักษาแบบดั้งเดิม หรือการรักษาแบบดั้งเดิมใช้ไม่ได้ผล เป็นต้น นอกจากนี้ ผู้ป่วยควรมีการวางแผนครอบครัวก่อนที่จะเริ่มการรักษาด้วยฮอร์โมนเสมอ เนื่องจากผู้ป่วยจะต้องรับประทานฮอร์โมนเป็นระยะเวลาติดต่อกันค่อนข้างนาน อย่างน้อย 3 ถึง 6 เดือนจึงจะเห็นผลการรักษา ซึ่งจะมีผลให้มีการเว้นระยะของการมีบุตร และควรมีการประเมินเกี่ยวกับโรคของต่อมไร้ท่อ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากผู้ป่วยสิวมีอาการที่ส่อว่ามีระดับฮอร์โมนเพศชายสูงร่วมด้วย เช่น …

Continue Reading
โรคต่างๆ

ทำความรู้จักกับเรตินอยด์ในครีมบำรุง

เรตินอยด์ ถือว่าเป็นฮีโร่ของการแก้ไขปัญหาผิวพรรณ โดยเฉพาะ ปัญหาสิว ทั้งยังมีคุณสมบัติชะลอริ้วรอย จึงมักถูกนำมาเป็นส่วนประกอบสำคัญในหลากหลายผลิตภัณฑ์บำรุงผิว วันนี้จะมาแนะนำว่า เรตินอยด์ในครีมบำรุงผิว นั้น มีคุณสมบัติในการช่วยแก้ปัญหาผิวและช่วยฟื้นฟูบำรุงผิวพรรณตามคำร่ำลืออย่างไรบ้าง เครดิตฟรี เรตินอยด์ คืออะไร และทำหน้าที่อะไรเรตินอยด์ (Retinoid) เป็นสารประกอบอนุพันธ์ของวิตามินเอ ที่สามารถพบได้ทั้งตามธรรมชาติ พบในอาหาร และมาจากการสังเคราะห์ขึ้นเพื่อนำใช้ในการรักษาโรคหลายชนิด โดยส่วนใหญ่ เรตินอยด์จะออกฤทธิ์ทางชีวภาพโดยการดูดซึมผ่านเยื่อหุ้มเซลล์แล้วไปจับกับตัวรับ RAR และ RXR ภายในนิวเคลียสของเซลล์ จากนั้นจะกลายเป็นสารประกอบซึ่งมีหน้าที่หลายอย่างในการควบคุมการทำงานของเซลล์ เช่น ปรับเปลี่ยนการแสดงออกของยีนบางตัว หรือควบคุมการหลั่งไซโตไคน์ (Cytokines) บางชนิด หน้าที่หลักของเรตินอยด์ในผิวหนัง คือ การควบคุมการแบ่งตัวและการเจริญเติบโตของผิวหนัง (epidermal differentiation) ตั้งแต่ผิวหนังชั้นล่างสุดไปจนถึงชั้นหนังกำพร้า รวมถึงควบคุมการผลัดเซลล์ผิวหนังกำพร้าทั้งในภาวะปกติและเมื่อมีการบาดเจ็บของผิวหนัง ด้วยคุณสมบัติเหล่านี้ เรตินอยด์แบบทา (topical retinoid) จึงถูกใช้อย่างกว้างขวางและเป็นยาหลักในการรักษาโรคผิวหนังหลายชนิด เช่น โรคสิว ฝ้า สะเก็ดเงิน และมะเร็งผิวหนังบางชนิด เป็นต้น เรตินอยด์ในครีมบำรุงผิว มีชนิดใดบ้างIsotretinoin และ Tretinoin เป็นเรตินอยด์แบบทารุ่นแรก ซึ่งได้ถูกนำมาใช้ในการรักษาสิวเป็นเวลานานกว่า …

Continue Reading
โรคต่างๆ

วิธีการจัดการโรคผิวหนังอักเสบ

โรคผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง หรือ Atopic dermatitis เป็นโรคที่ก่อให้เกิดอาการผิวหนังอักเสบออกผื่น หรือ กลาก ซึ่งเป็นภาวะหนึ่งที่ทำให้ผิวหนังแดงและคัน โรคนี้มักจะพบได้ในเด็กเป็นส่วนใหญ่ แต่สามารถเกิดขึ้นได้ในทุกวัยเช่นกัน ผื่นภูมิแพ้ผิวหนังเป็นโรคที่มักจะเป็นเรื้อรัง ทั้งยังพร้อมที่จะลุกลามขึ้นมาเป็นระยะ โดยผู้ที่เป็นโรคนี้อาจจะเกิดอาการหอบหืด (asthma) หรือไข้ละอองฟาง (hay fever) ร่วมด้วย เครดิตฟรี ใครที่มีอาการก็ไม่ต้องตกใจ เพราะวันนี้มีวิธีธรรมชาติในการจัดการโรคผิวหนังอักเสบ แต่อย่างไรก็ตามอย่าลืมไปพบแพทย์ผิวหนังเพื่อขอคำแนะนำเกี่ยวกับการรักษาที่เหมาะสมกันนะคะ ประคบเย็นความเย็นจะช่วยบรรเทาอาการผื่นคันได้เป็นอย่างดี ดังนั้นหากคุณเริ่มมีอาการอย่าลืมหาผ้าเย็นมาประคบเพื่อบรรเทาอาการทั้งยังช่วยป้องกันไม่ให้เผลอไปเกาอีกด้วย แช่น้ำอุ่นเปิดน้ำอุ่นใส่อ่างแล้วโรยเบคกิ้งโซดา ข้าวโอ๊ตดิบหรือข้าวโอ๊ตผงลงในน้ำ จากนั้นแช่เป็นเวลา 10-15 นาที เช็ดตัวให้แห้งแล้วทาโลชั่นยา มอยส์เจอไรเซอร์ หรือทั้งสองอย่าง โดยให้ทายาก่อนมอยซ์เจอร์ไรซ์เซอร์ เลือกใช้สบู่สูตรอ่อนโยนที่ปราศจากสีหรือน้ำหอมการใช้สบู่สูตรอ่อนโยนจะช่วยบรรเทาอาการได้ แต่อย่าลืมล้างสบู่ออกให้หมดนะ ใช้น้ำยาฟอกขาวผสมน้ำอาบอาจจะฟังดูน่าตกใจ แต่การใช้วิธีนี้จะช่วยลดแบคทีเรียที่ผิวหนังและการติดเชื้อได้อย่างดีทีเดียว เพียงผสมน้ำยาฟอกขาวชนิดเจือจาง (ห้ามใช้แบบเข้มข้นนะคะ) จำนวน 1/2 ถ้วย (118 มิลลิลิตร) ลงในอ่างอาบน้ำขนาด 151 ลิตร ที่มีน้ำอุ่น ให้แช่จากคอลงไปหรือแช่ในบริเวณผิวหนังที่มีอาการเป็นเวลาประมาณ 10 นาที ห้ามจุ่มศีรษะลงในน้ำ จากนั้นล้าง เช็ดให้แห้ง และทามอยส์เจอไรเซอร์ …

Continue Reading
โรคต่างๆ

เตือนสารระคายเคืองผิวหนัง

คุณรู้หรือไม่ว่า สบู่ เครื่องสำอาง หรือผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิวที่กำลังใช้อยู่ อาจก่อทำให้เกิดอาการคัน สิว หรือรอยแดงที่ผิวหนังได้ อย่างไรก็ตาม คุณอาจยุ่งกับงานมากเกินกว่าที่จะใส่ใจในผลิตภัณฑ์ดูแลตนเองและของใช้ในบ้าน ผลิตภัณฑ์บางอย่างอาจไม่เคยมีการใช้เลย ผลิตภัณฑ์บางอย่างก็เกินวันหมดอายุมาแล้ว ดังนั้น คุณอาจไม่ทราบว่าอะไรที่สามารถทำให้เกิดการระคายเคืองได้ เครดิตฟรี สบู่ สบู่อาจมีส่วนประกอบของสารฟอมัลดีไฮด์ (formaldehyde) สารเคมีชนิดหนึ่งที่สามารถทำให้ผิวหนัง ดวงตา และปอด เกิดการระคายเคืองได้ นอกจากนี้ สบู่ยังสามารถทำให้เกิดผิวหนังอักเสบ (eczema) ได้อีกด้วย การทำความสะอาดผิวหนังด้วยสบู่มากเกินไป ยังสามารถทำให้ผิวหนังแห้งและแตกได้เช่นกัน หากคุณไม่รักษาภาวะดังกล่าวโดยทันที อาจเกิดอาการต่างๆ ที่รุนแรงมากขึ้น เช่น มีเลือดออก ให้ลองใช้เคลนเซอร์ที่มีฤทธิ์ไม่รุนแรง ไม่มีส่วนผสมของน้ำหอมและสารเคมีต่างๆ หรือมีเพียงเล็กน้อย ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดทั้งหลายซึ่ง ได้แก่ น้ำยาทำความสะอาดเอนกประสงค์ น้ำยาล้างจาน น้ำยาซักแห้ง น้ำยาฆ่าเชื้อโรคในห้องน้ำ น้ำยาทำความสะอาดกระจก หรือน้ำยาขัดเฟอร์นิเจอร์ สามารถทำให้เกิดอาการระคายเคืองที่ผิวหนังได้ ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดที่ไม่มีส่วนประกอบที่เป็นสีและน้ำหอมอาจดีกว่า ให้ลองใช้น้ำกับน้ำส้มสายชูและเบคกิ้งโซดา ซึ่งเป็นสารทำความสะอาดตามธรรมชาติ แต่ควรสวมใส่ถุงมือก่อนทำความสะอาด และล้างอุปกรณ์ต่างๆ ด้วยน้ำสะอาดให้หมดจดหลังจากใช้สารเคมีต่างๆ สล็อต ความร้อน ความร้อนสามารถส่งผลต่อผิวหนังของคุณได้ เช่น …

Continue Reading
โรคต่างๆ

การรับมือกับเล็บขบ

รู้หรือไม่? แต่ละเดือนเล็บมือเล็บเท้าของเรายาวขึ้นแค่ไหน ในแต่ละเดือนเล็บมือจะยาวขึ้นประมาณ 2-3 มิลลิเมตร ในขณะที่เล็บเท้าจะยาวขึ้นจะยาวขึ้นเฉลี่ย 1 มิลลิเมตรต่อเดือน แค่ยาวช้ายังไม่พอ หากเราดูแลรักษาไม่ดี เช่น ตัดเล็บสั้นหรือโค้งเกินไป ใส่รองเท้าที่บีบรัดเกินไป หรือใครที่มีเล็บโค้งมนมาก ๆ ยังมีสิทธิ์ที่ขอบหรือมุมเล็บจะทิ่มเข้าไปในเนื้อด้านข้างเล็บ จนเกิดเป็น เล็บขบ โดยเฉพาะที่นิ้วหัวแม่เท้า ซึ่งนอกจากจะบวมแดงจนเจ็บปวดทรมานแล้ว บางครั้งยังมีหนองจนส่งกลิ่นเหม็น สร้างความอับอายให้เราได้อีก แต่ใครมีปัญหา เป็นเล็บขบ ก็ไม่ต้องกังวลไป เพราะมีวิธีรักษาและป้องกันมาฝาก เครดิตฟรี วิธีรักษา เล็บขบ ด้วยตัวเองประคบอุ่น หรือแช่เท้าในน้ำสบู่อุ่นอย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง ครั้งละ 10-20 นาที เพื่อลดอาการปวดบวมจากการ เป็นเล็บขบ โดยอาจเลือกใช้สบู่ที่ทำจากน้ำมันมะกอกบริสุทธิ์ (Castile soap) แล้วใส่แมกนีเซียมซัลเฟต หรือดีเกลือ (Epsom salts) ลงไปด้วยก็ได้ รักษาความสะอาดของเท้าหากเท้าเปียกน้ำรีบเช็ดทันที เพื่อให้เท้าแห้งสะอาดตลอดวัน ทายาปฏิชีวนะ หรือครีมต้านเชื้อราเพื่อรักษาและช่วยป้องกันการติดเชื้อที่เล็บเท้า ควรทายาปฏิชีวนะ หรือครีมต้านเชื้อรา แล้วพันด้วยผ้าก๊อซหรือผ้าพันแผล เลือกรองเท้าและถุงเท้าที่สวมใส่สบายไม่คับหรือบีบรัดจนเกินไป เพื่อช่วยไม่ให้เล็บขบที่เป็นแย่ลง …

Continue Reading
โรคต่างๆ

โปรดระวังโรคเซ็บเดิร์ม

โรคต่อมไขมันอักเสบ หรือที่เรียกกันติดปากว่า “โรคเซ็บเดิร์ม” ถือเป็นโรคผิวหนังอักเสบชนิดหนึ่งที่มักพบบ่อยในคนไทย อันที่จริง คุณอาจเคยเป็นโรคนี้ แต่ไม่รู้ว่ามันคือโรคอะไรกันแน่ บทความนี้ช่วยให้เข้าใจเกี่ยวกับโรคนี้ได้ดีขึ้น หรืออาจช่วยให้คุณรู้วิธีป้องกันและรักษาเมื่อคุณและคนรอบข้างเกิดเป็นโรคนี้ได้ด้วย เครดิตฟรี โรคต่อมไขมันอักเสบ หรือ โรคเซ็บเดิร์ม (Seborrheic dermatitis) คืออะไรโรคเซ็บเดิร์มสามารถพบได้ทั่วไป โดยพื้นฐานแล้วถือเป็นภาวะอักเสบของผิวหนัง มีลักษณะคล้ายกับเวลาเกิดปฏิกิริยาแพ้อะไรบางอย่าง รวมทั้งมีลักษณะคล้ายโรคกลาก แม้มันจะไม่ได้ส่งผลต่อสุขภาพของร่างกาย เพราะเป็นเพียงปัญหาทางผิวหนัง แต่อาจจะทำให้ผู้ป่วยรู้สึกไม่สบายและอับอายได้ หากคุณป่วยเป็น โรคผิวหนัง ชนิดนี้ อาการที่เกิดขึ้นอาจทำให้คุณรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นคนสกปรกได้ โรคผิวหนัง ชนิดนี้ สามารถหายได้เอง แต่โดยส่วนใหญ่แล้ว มักจะเป็นแบบเรื้อรัง อาการอาจเป็น ๆ หาย ๆ และอาจกำเริบขึ้นมาได้ในช่วงฤดูหนาวเมื่ออากาศแห้งและเย็น ถ้า โรคผิวหนัง นี้เกิดขึ้นในเด็ก เราจะเรียกว่า “ผื่นผิวหนังอักเสบบริเวณศีรษะ (Cradle cap)” ซึ่งเกิดจากไขบนหนังศีรษะของเด็กทารกจับตัวหนาขึ้นและเกิดอาการผิวหนังลอกออกมา แต่อาการที่เกิดขึ้นนั้นจะไม่ก่อให้เกิดอันตรายต่อตัวเด็กทารกแต่อย่างใด และในอีกหลายกรณี ผู้ป่วยอาจมีผื่นแดงขึ้นทั่วผิวหนังบนร่างกาย อย่างไรก็ตาม โรคผิวหนัง ชนิดนี้ สามารถหายขาดได้ภายในระยะเวลาระหว่าง 6 เดือนถึง 1 ปี …

Continue Reading
โรคต่างๆ

ประเภทของผิวหนังอักเสบ

คุณเคยเกิดผื่นขึ้นบนผิวหนังบ้างหรือไม่ แน่นอนว่าต้องเคยมีประสบการณ์นี้มาบ้างไม่มากก็น้อย ผื่นแดงนั้น เป็นที่มาของอาการคัน ความเจ็บปวด และความระคายเคือง อาการเหล่านี้เรียกว่า ผิวหนังอักเสบ (Dermatitis) ซึ่งจริงๆ แล้วสามารถแบ่งออกเป็นหลายประเภท และแต่ละประเภทก็มีสาเหตุ อาการ และการรักษาที่แตกต่างกันออกไป บทความนี้ อาจมีประโยชน์ต่อความเข้าใจเกี่ยวกับผิวหนังอักเสบ และ ประเภทของผิวหนังอักเสบ ได้ดียิ่งขึ้น เครดิตฟรี ผิวหนังอักเสบคืออะไรผิวหนังอักเสบ หรือผื่นแดง คือการที่ผิวหนังบริเวณใดบริเวณหนึ่งเกิดการบวม หากเป็นผิวหนังอักเสบในระยะแรกเริ่ม หรือเป็นระยะของอาการผิวหนังอักเสบชนิดอ่อน อาจรู้สึกคัน ผิวแห้ง และผิวมีสีแดงชัดเจน ส่วนผิวหนังอักเสบที่มีอาการรุนแรง จะมีรอยแตก เกิดความเจ็บปวด เกิดเป็นแผล และผิวหนังหลุดลอกได้ ผื่นบางชนิดอาจจะเกิดขึ้นหลังผู้ป่วยพบปัญหา ในขณะที่บางชนิดก็ปรากฏเอาต่อเมื่อเกิดอาการหลายวันไปแล้ว บางชนิดสามารถหายได้อย่างรวดเร็ว บางชนิดก็ยังคงอยู่บนผิวหนังเป็นเวลานาน มีหลายปัจจัยที่อาจเป็นสาเหตุของผิวหนังอักเสบ และแพทย์จะกำหนดการรักษาที่เหมาะสมตามสภาวะของคนไข้แต่ละคน สิ่งสำคัญที่สุดก็คือ ควรรู้ว่าเป็นผื่นชนิดไหนก่อนทำการรักษา ถึงแม้การรักษาส่วนใหญ่นั้นจะมีกระบวนการที่คล้ายคลึงกันก็ตาม ประเภทของผิวหนังอักเสบ มีอะไรบ้างผื่นแพ้จากการสัมผัส (Contact dermatitis)ผื่นแพ้จากการสัมผัส คือสภาพที่ผิวหนังของผู้ป่วยมีอาการแดง บวม แห้ง หรือแสบร้อนหลังจากสัมผัสกับสารบางอย่าง ผื่นแพ้จากการสัมผัส ถือเป็นผิวหนังอักเสบชนิดหนึ่ง อาการมักจะปรากฏขึ้นภายในเวลาไม่กี่ชั่วโมง หรือไม่กี่วันหลังการสัมผัสสารนั้น ๆ …

Continue Reading