โรคต่างๆ

เคล็ดลับบำรุงผิวสำหรับผิวแห้ง

คนที่มีผิวแตกและแห้งจะต้องได้รับการดูแลผิวเป็นพิเศษ แต่ส่วนใหญ่แล้วพวกเขาอาจจะสับสนเกี่ยวกับการดูแลผิวในช่วงอากาศร้อน บทความนี้จะนำเสนอ เคล็ดลับบำรุงผิวสำหรับผิวแห้ง ที่จะช่วยให้คุณจัดการกับปัญหาผิวในภาพอากาศร้อนจัด

เครดิตฟรี

5 เคล็ดลับบำรุงผิวสำหรับผิวแห้ง แตกลาย
การดูแลผิวแห้งโดยพื้นฐาน คุณเองก็สามารถทำได้จากการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมบางประเภท แต่ทั้งนี้เพื่อสุขภาพผิวที่ดี การปรนนิบัติผิวคือสิ่งที่ควรทำเป็นประจำสม่ำเสมอเพื่อผลลัพธ์ที่ชัดเจนในระยะยาว ลองมาดูเคล็ดลับดูแลผิวง่ายๆ ดังต่อไปนี้

หยุดอาบน้ำร้อนนาน
คุณอาจจะชื่นชอบในการอาบน้ำร้อนเป็นเวลานานเพื่อผ่อนคลายหลังจากที่ผ่านวันยุ่งๆ มาแล้วทั้งวัน แต่การอาบน้ำร้อนเป็นเวลานานนั้นไม่ดีต่อผิวของคุณเลย การอาบน้ำร้อนจะชะล้างน้ำมันที่ผลิตขึ้นมาเพื่อปกป้องผิวและกักเก็บความชุ่มชื้นได้เร็วกกว่าน้ำอุ่นและทำให้ผิวของคุณแห้ง

ในวันที่อากาศร้อน คุณอาจจะควรเลือกอาบน้ำอุ่นแทนที่จะอาบน้ำร้อน จำไว้ด้วยว่าอย่าอาบน้ำหรือแช่น้ำนานเกิน 10 นาที

ทำความสะอาดอย่างอ่อนโยน
เมื่ออากาศร้อน คุณอาจจะรู้สึกคันจากเหงื่อและสิ่งสกปรกภายนอก สบู่ที่มีฤทธิ์ในการทำความสะอาดสูง เช่น สบู่ต้านแบคทีเรีย สบู่ระงับกลิ่นกาย และผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิวหน้าที่แรงๆ นั้นอาจจะชะล้างน้ำมันตามธรรมชาติและเซลล์ผิวของคุณออกไปได้ ดังนั้นคุณจึงควรใช้สบู่อ่อนๆ เพื่อกำจัดสิ่งสกปรก น้ำมันส่วนเกิน และเซลล์ผิวที่ตายแล้วออกไป ควรเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิวหน้าที่ปราศจากสบู่ ปราศจากแอลกอฮฮล์ และไม่มีกลิ่น

ควรล้างหน้าเบาๆ ขณะที่กำลังอาบน้ำ คุณสามารถใช้สครับเพื่อกำจัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วสัปดาห์ละหนึ่งถึงสองครั้ง จำไว้เสมอว่าผิวของคุณนั้นแห้งและแตกอยู่แล้ว อย่าทำให้ผิวแห้งหนักกว่าเดิม

สล็อต

รักษาความชุ่มชื้นของผิว
คุณควรจะคอยรักษาความชุ่มชื้นของผิวอยู่เสมอ โดยเฉพาะกับผู้ที่มีผิวแห้ง ควรทามอยส์เจอไรเซอร์หลังจากอาบน้ำ ล้างหน้า และล้างมือทุกครั้ง และรออย่างน้อย 5 นาทีเพื่อให้ครีมซึมเข้าสู่ผิวหนัง

การมีเหงื่อออกในช่วงอากาศร้อนนั้นไม่ได้หมายความว่าคุณจะไม่ต้องใช้มอยส์เจอไรเซอร์ เพราะสุดท้ายแล้วผิวอาจเกิดการขาดน้ำ สำหรับบางคนที่ไม่ชอบเนื้อผลิตภัณฑ์ที่สัมผัสหนัก เหนอะหนะ ไม่สบายผิว อาจหันมาใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีเนื้อสัมผัสที่บางเบากว่าครีมหรือโลชั่นเข้มข้น

ฉลาดในการโกน
เพื่อความเย็นสบายและสุขอนามัยส่วนบุคคล คนส่วนใหญ่อาจจะต้องการโกนหนวด โกนขนขา หรือขนใต้วงแขนออกไป จำไว้เสมอว่าการโกนขนนั้นสามารถทำให้เกิดความระคายเคืองหรือทำร้ายผิวของคุณได้ โดยเฉพาะหากคุณมีผิวแห้งและแตก ในขณะที่คุณโกนขน คุณก็จะกำจัดน้ำมันตามธรรมชาติออกไปเช่นกัน

คุณควรละโกนขนหลังจากอาบน้ำในช่วงที่ผิวกำลังชุ่มชื้นและขนอ่อนนุ่ม ควรใช้โฟมหรือครีมสำหรับโกนขนเพื่อปกป้องผิว และควรจะโกนขนตามแนวที่ขนขึ้นเสมอ

ใบมีดโกนอาจจะมีความคมทำให้คุณไม่สามารถโกนขนบริเวณเดิมซ้ำๆ ได้ ที่สำคัญควรเปลี่ยนใบมีดโกนเป็นประจำ และทามอยส์เจอไรเซอร์บำรุงผิวหลังการโกนทุกครั้ง

สล็อตออนไลน์

ปกป้องผิวด้วยผลิตภัณฑ์ครีมกันแดด
ผิวหนังนั้นอาจจะสามารถปกป้องร่างกายได้ แต่ผิวหนังก็ต้องการการปกป้องด้วยเช่นกัน แสงแดดอาจทำให้อาการแดดเผาที่น่ารำคาญได้ สำหรับบางคนอาจจะรู้สึกว่าแดดเผานั้นดูเป็นที่นิยม แต่รังสียูวีจากแสงแดดนั้นสามารถทำร้ายผิวหนัง ทำให้เกิดอาการแสบร้อน หรือเกิดความเสี่ยงของการเป็นโรคมะเร็งผิวหนังได้ เพราะในช่วงอากาศร้อนนั้นผิวของคุณอาจจะเปิดรับแสงแดดได้บ่อยกว่าปกติ

วิธีการป้องกันที่ง่ายแต่มีประสิทธิภาพก็คือการใช้ครีมกันแดดที่มีค่าเอสพีเอฟ (SPF, Sun Protection Factor) มากกว่า 30 ขึ้นไป ยิ่งคุณต้องอยู่ใต้แสงแดดนานมากเท่าไหร่ก็ยิ่งควรเลือกใช้ SPF ที่สูงขึ้นเท่านั้น ยิ่งไปกว่านั้น เนื่องจากครีมกันแดดนั้นไม่สามารถปกป้องคุณจากแสงแดดได้อย่างสมบูรณ์ คุณควรจะสวมเสื้อผ้าที่เหมาะสมเพื่อหลีกเลี่ยงแสงแดดให้ได้มากที่สุด

การดูแลผิวเป็นเรื่องจำเป็นที่จะช่วยรักษาให้ผิวดูดีและมีสุขภาพที่ดีอยู่เสมอ โดยเฉพาะในช่วงอากาศร้อนและเมื่อผิวของคุณนั้นทั้งแห้งและแตก ผิวของคุณจะต้องเจอกับปัจจัยเสี่ยงมากยิ่งขึ้นในช่วงอากาศร้อนและผิวที่แห้งนั้นจะยิ่งเพิ่มความเสี่ยงของคุณ

กินผักและผลไม้ที่อุดมไปด้วยวิตามินซี
การกินผักและผลไม้ที่มีวิตามินซีสูง เช่น ฝรั่ง ส้ม สตรอว์เบอร์รี่ มะละกอ มะม่วง มะเขือเทศ บรอกโคลี พริกหวาน กะหล่ำปลี ผักคะน้า เป็นประจำ สามารถช่วยกระตุ้นการผลิตคอลลาเจนภายในร่างกายได้

นอกจากผักและผลไม้แล้ว คุณอาจเพิ่มวิตามินซีให้ร่างกายได้ด้วยอาหารเสริมวิตามินซี แต่ไม่ควรกินเกินวันละ 2,000 มิลลิกรัม เพราะอาจทำให้คลื่นไส้ อาเจียน ท้องเสีย ปวดท้อง ปวดศีรษะ นอนไม่หลับ เป็นต้น

jumboslot

กินอาหารที่มีโปรตีนสูง
กรดอะมิโนคือสารประกอบอินทรีย์ที่ร่างกายต้องใช้ในการสร้างคอลลาเจน พบได้ในอาหารที่มีโปรตีนสูง เช่น เนื้อวัว เนื้อหมู เนื้อไก่ เนื้อปลา ถั่วต่างๆ ไข่ไก่ ผลิตภัณฑ์จากนม การกินอาหารที่มีโปรตีนสูงจึงช่วยเพิ่มกรดอะมิโน ถือเป็นการกระตุ้นให้ร่างกายผลิตคอลลาเจนได้ดีขึ้น

ลองเมนูน้ำต้มกระดูก
อาหารหลากหลายเมนูที่มีส่วนผสมของน้ำต้มกระดูก เช่น ต้มยำ ต้มข่าไก่ ก๋วยเตี๋ยว ต้มแซ่บกระดูกอ่อน ข้าวต้มปลา ราเมนต่างก็อุดมไปด้วยคอลลาเจนที่ช่วยให้ผิวสวยใส ยิ่งเป็นเมนูน้ำต้มกระดูกที่มีวิตามินซีสูงอย่าง ต้มแซ่บ ต้มยำ เป็นต้น ก็ยิ่งช่วยเพิ่มคอลลาเจนให้ผิวได้เต็มที่

ลองกินโสม
ปัจจุบันโสมถูกแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์มากมาย เช่น อาหารเสริมโสมชนิดเม็ด น้ำโสมสกัดเข้มข้น ชาโสม ผลการศึกษาวิจัยหลายชิ้นยืนยันว่า โสมเป็นพืชที่สามารถช่วยชะลอวัย และสามารถดูดซึมเข้าสู่ผิวหนังได้โดยไม่ทำให้เกิดผลข้างเคียงเหมือนยาที่ผลิตจากสารเคมี อีกทั้งโสมยังมีส่วนช่วยในการสร้างคอลลาเจน ช่วยป้องกันผิวจากรังสียูวีบี และทำให้ผิวเปล่งประกาย

อย่างไรก็ตาม คุณไม่ควรบริโภคโสมติดต่อกันเกิน 3 เดือน เพราะการกินโสมมากเกินไปอาจทำให้เกิดผลข้างเคียง เช่น นอนไม่หลับ ปวดศีรษะ วิงเวียนศีรษะ ปวดท้อง รวมไปถึงรอบเดือนแปรปรวนในผู้หญิง นอกจากนี้ผู้ป่วยบางโรค เช่น โรคเบาหวาน ควรปรึกษาแพทย์ก่อนตัดสินใจกินโสม เพราะโสมอาจส่งผลต่อระดับน้ำตาลในเลือดได้

slot

อย่ามองข้ามว่านหางจระเข้
เราต่างทราบกันดีอยู่แล้วว่า การทาว่านหางจระเข้ทั้งแบบเนื้อวุ้นสด และเจลว่านหางจระเข้ สามารถช่วยสมานแผล ลดการอักเสบ และบรรเทารอยไหม้จากแดดได้ นอกจากนี้ยังมีผลการวิจัยที่ระบุว่า ว่านหางจระเข้ทั้งแบบทาและแบบกินสามารถช่วยกระตุ้นการผลิตคอลลาเจนในผิว จึงช่วยให้ผิวดีขึ้นได้

เพิ่มวิตามินอีให้ผิว
วิตามินอีทั้งในอาหาร เช่น น้ำมัน อัลมอนด์ ผักปวยเล้ง ควินัว ปลาแซลมอน และในผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่มีส่วนผสมของวิตามินอี สามารถช่วยปกป้องคอลลาเจนและอีลาสตินในผิวได้ อีกทั้งยังทำงานร่วมกับวิตามินซี ในการช่วยเพิ่มคอลลาเจนให้กับผิว ทำให้ผิวดูอ่อนเยาว์ ชุ่มชื้น และกระชับ

เพิ่มกรดไฮยาลูรอนิค
กรดไฮยาลูรอนิค หรือไฮยาลูรอนิค แอซิด (Hyaluronic Acid) เป็นกรดที่ร่างกายสามารถผลิตได้เองตามธรรมชาติ แต่จะผลิตได้น้อยลงเมื่ออายุมากขึ้น กรดชนิดนี้ถือเป็นสารชะลอวัยและเป็นส่วนประกอบสำคัญของคอลลาเจนในผิว จากการศึกษาพบว่า การกินอาหารที่มีกรดไฮยาลูรอนิค เช่น เครื่องในสัตว์ ถั่วเหลือง มันเทศ มันฝรั่ง กะหล่ำปลี แครอท สามารถช่วยกระตุ้นการผลิตคอลลาเจนในผิวได้ แต่ควรกินอาหารที่มีวิตามินซีให้เพียงพอด้วย ร่างกายจึงจะสามารถดูดซึมกรดไฮยาลูรอนิคได้อย่างมีประสิทธิภาพ